ESGกับเอสเอ็มอีบนอีคอมเมิร์ซ

พฤติกรรมการช็อปปิ้งออนไลน์กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในหมู่ผู้บริโภค ขณะเดียวกันก็มาพร้อมกับความกังวลด้านสิ่งแวดล้อมที่เพิ่มสูงขึ้นเป็นปรากฏการณ์ อ้างอิงตามรายงานจากเฟดเอ็กซ์ พบว่า ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ที่เลือกดำเนินธุรกิจผ่านช่องทางออนไลน์ในระหว่างวิกฤตโควิด-19 นั้น ละเลยความสำคัญในเรื่องของความยั่งยืน ซึ่งมีผลต่อการตัดสินใจเลือกใช้จ่ายของผู้บริโภคอย่างมาก แต่ในปัจจุบันกลุ่มธุรกิจเหล่านี้ได้เริ่มปรับตัวเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคในประเด็นดังกล่าวแล้ว

คาวาล พรีท ประธานภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ตะวันออกกลาง และแอฟริกาของเฟดเอ็กซ์ เอ็กซ์เพรส ระบุว่า ร้านค้าออนไลน์หลายเจ้าเชื่อว่าราคาและการจัดส่งอย่างรวดเร็วเป็นเรื่องที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญ โดยรายงานพบว่า 88% ของกลุ่มธุรกิจ SMEs ระบุว่าลูกค้าของพวกเขาสนใจว่าจะได้รับสินค้าโดยเร็วที่สุดหรือไม่มากกว่าการใส่ใจเรื่องของความยั่งยืนในการช็อปปิ้ง

อย่างไรก็ตาม เมื่อมาเจาะลึกถึงความรู้สึกของผู้บริโภค มุมมองกลับต่างออกไป สำหรับผู้บริโภคจำนวนมาก อนาคตของโลกเป็นเรื่องที่พวกเขาให้ความใส่ใจเป็นอย่างมาก และไม่ต้องการผ่อนปรน จากรายงานพบว่าในประเทศไทยผู้ตอบแบบสำรวจกว่า 70% เห็นตรงกันว่า เมื่อพูดถึงการช็อปปิ้งออนไลน์พวกเขาให้ความสำคัญกับเรื่องความรวดเร็วในการจัดส่งสินค้าเท่ากับประเด็นทางด้านความยั่งยืน

ธุรกิจขนาดกลางและย่อมรับรู้ว่า ผู้บริโภคคาดหวังให้มีการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน แต่มีธุรกิจมากถึง 85% ที่ยังกังวลในเรื่องต้นทุนที่เกี่ยวข้อง หรือไม่เชื่อว่าการลงทุนในเรื่องนี้จะทำให้พวกเขาได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่า แต่ข้อมูลชี้ให้เห็นถึงมุมมองที่ต่างออกไป รายงานของเฟดเอ็กซ์แสดงให้เห็นว่า 9 ใน 10 ของผู้บริโภคในประเทศไทยคาดหวังว่าบริษัทอีคอมเมิร์ซที่พวกเขาใช้บริการจะมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจเพื่อความยั่งยืน ข้อมูลเหล่านี้ได้รับการรับรองโดยรายงานของ Bain & Company ซึ่งเปิดเผยว่า 90% ของผู้บริโภคในเอเชียแปซิฟิกยินดีจ่ายราคาพิเศษสำหรับสินค้าที่มีการพิสูจน์แล้วว่าสามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมได้จริง

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าผู้บริโภคในประเทศไทยส่วนใหญ่จะเลือกซื้อสินค้าจากบริษัทที่มีแนวทางการประกอบธุรกิจตามหลักความยั่งยืน (ESG) ที่เห็นผลจริง แต่จนถึงปัจจุบันมีเพียง 40% ของธุรกิจขนาดกลางและย่อมที่มีนโยบายดังกล่าว ดังนั้นการกำหนดนโยบาย ESG และการสื่อสารต่อสาธารณะว่าบริษัทมีการดำเนินนโยบายนี้ถือเป็นก้าวแรกของการให้ความสำคัญกับการคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อชนะใจและมีโอกาสได้รับการสนับสนุนด้วยยอดขายที่เพิ่มสูงขึ้นจากลูกค้า

ตามรายงานจาก McKinsey พบว่า องค์กรที่ต้องติดต่อกับผู้บริโภคโดยตรงมีค่าใช้จ่ายทางสังคมและสิ่งแวดล้อมจากห่วงโซ่อุปทานมากกว่าค่าใช้จ่ายจากการดำเนินการภายในองค์กร โดยมีสัดส่วนการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงถึง 80% การลดการใช้บรรจุภัณฑ์และการกำจัดพลาสติกจากแหล่งผลิตอาจช่วยลดผลกระทบของห่วงโซ่อุปทานในขั้นต้นได้ แต่กระบวนการเหล่านี้ใช้เวลานาน

ธุรกิจขนาดกลางและย่อมสามารถลดค่าใช้จ่ายและสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างมีนัยสำคัญในเวลาอันรวดเร็ว โดยคำนึงถึงเรื่องการขนส่งสินค้าไปสู่มือผู้บริโภค ซึ่งมีผู้ให้บริการหลายเจ้าในตลาด อย่างเฟดเอ็กซ์เองที่กำลังศึกษาวิธีการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการขนส่งสินค้า การลงทุนในรถขนส่งที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า การใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการใช้ตู้รับพัสดุสาธารณะเพื่อลดจำนวนครั้งในการจัดส่ง

นอกจากนี้ เทคโนโลยียังมีส่วนสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจโลจิสติกส์สามารถออกแบบโซลูชันทางการขนส่งแบบผสมผสาน กับระบบอีคอมเมิร์ซได้อย่างไร้รอยต่อและสามารถปรับปรุงการบริการให้ดียิ่งขึ้นได้ การใช้ดิจิทัลโซลูชันช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและลดการใช้เอกสาร และยังมีคุณสมบัติใหม่ที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถตรวจสอบและจัดการการจัดส่งพัสดุของตนเองได้ โดยมีการแจ้งเตือนสถานะการจัดส่งแบบเรียลไทม์ ทั้งยังมีตัวเลือกให้สามารถเลื่อนวันจัดส่ง หรือเปลี่ยนเส้นทางของพัสดุตามความสะดวกของผู้ใช้ได้ด้วย

การดำเนินธุรกิจเพื่อความยั่งยืนไม่ได้เป็นเพียงแค่ทางเลือกสำหรับธุรกิจขนาดกลางและย่อมที่ต้องการขยายธุรกิจผ่านแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซอีกต่อไป ผู้บริโภคในประเทศไทยมองว่า ความยั่งยืนมีความสำคัญและเป็นสิ่งที่พวกเขาใช้เป็นเกณฑ์เพื่อตัดสินใจซื้อสินค้าและบริการ ดังนั้นสำหรับธุรกิจหรือร้านค้าออนไลน์แล้ว การตอบสนองต่อความคาดหวังและความต้องการในด้านความยั่งยืนเป็นปัจจัยสำคัญที่จะให้พวกเขาสามารถแข่งขันในตลาดอีคอมเมิร์ซได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ถอดบทเรียนแบรนด์ดังดันยอดขายด้วยData

ในยุคที่ “ข้อมูลลูกค้า” คือหัวใจในการเอาชนะความท้าทายที่ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มไทยต้องเผชิญ ทั้งพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ต้นทุนที่สูงขึ้น และการแข่งขันที่เข้มข้น

จับตา'ส่งออกไทย’อ่วมพิษสงคราม

ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง นับเป็นปัจจัยเชิงภูมิรัฐศาสตร์ที่มีบทบาทสำคัญต่อเสถียรภาพของเศรษฐกิจโลก เนื่องจากภูมิภาคดังกล่าวเป็นแหล่งผลิตพลังงานหลักและเป็นจุดเชื่อมโยงของเส้นทางการค้าระหว่างประเทศ ความขัดแย้งทางการเมืองและความไม่มั่นคงด้านความปลอดภัยส่งผลให้เกิดความผันผวนของราคาน้ำมันดิบ อัตราแลกเปลี่ยน และต้นทุนโลจิสติกส์ระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่กำหนดทิศทางของการค้าโลก และการเคลื่อนย้ายสินค้าในระบบเศรษฐกิจระหว่างประเทศ

แปลงเกษตรสู่ฐานชีวภาพ

ในยุคที่โลกกำลังเผชิญกับความท้าทายด้านความมั่นคงทางอาหารและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิภูมิอากาศ “เกษตรกรรมแบบดั้งเดิม” กำลังถูกเขย่าด้วยกระแสเทคโนโลยีดิสรัปชัน ประเทศไทยในฐานะอู่ข้าวอู่น้ำของโลกจึงไม่อาจหยุดนิ่งอยู่กับเพียงการส่งออกวัตถุดิบขั้นต้น แต่กำลังเร่งสปีดสู่การเป็น “อุตสาหกรรมฐานชีวภาพ” (Bio-based Industry) ที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงสร้างมูลค่าเพิ่มมหาศาล

สงกรานต์ส่อแววหงอย

เมื่อเริ่มเข้าสู่เดือนเมษายนของทุกปี บรรยากาศแห่งความสุขและการรอคอยก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง กับเทศกาล “สงกรานต์” หรือ วันปีใหม่ไทย ถือเป็นช่วงเวลาของวันพักผ่อนหยุดยาวที่หลายคนเฝ้ารอ

ท่องเที่ยวกับการปรับเกมรับวิกฤต

เริ่มต้นเพียงไตรมาสแรกของปี 2569 ก็ดูเหมือนจะมีวิกฤตให้รับมือกันหลายอย่าง โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวที่มักจะมีผลกระทบจากสภาพเศรษฐกิจอยู่ตลอดจากสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น

เศรษฐกิจไทยปีม้าส่อหลุดต่ำ 2%

ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐและอิหร่าน หลังสหรัฐและอิสราเอลโจมตีโครงสร้างพื้นฐานทางทหารและกลุ่มผู้นำของอิหร่าน ส่งผลให้อิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธและโดรนโจมตีเป้าหมายหลายแห่งในภูมิภาค ทำให้เกิดความเสี่ยงที่ความขัดแย้งในระดับภูมิภาคจะขยายวงมากขึ้น