ไทยโพสต์ ขับเคลื่อน "อิสรภาพแห่งความคิด" @ ประชาชื่น 46 เก็บตกบรรยากาศการสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขตเมื่อวันที่ 3 เม.ย.ที่ผ่านมา เรียกว่าคึกคักกันทั่วประเทศ โดยเฉพาะที่อาคารกีฬาเวสน์ 2 ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร ไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง จุดรับสมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขตของ กทม. ที่หนาแน่นไปด้วยผู้สมัครและกองเชียร์ตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง ขณะที่บรรดาแกนนำพรรคการเมืองขนาดใหญ่ทั้งหลายมากันพร้อมหน้า
ไม่ว่าจะเป็นพรรครวมไทยสร้างชาติที่ 'บิ๊กตู่' พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แคนดิเดตนายกฯ นำทีมมาเอง เช่นเดียวกับ 'บิ๊กป้อม' พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ 'อุ๊งอิ๊ง' แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวพรรคเพื่อไทย นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า มาให้กำลังใจลูกทีมกันหมด
ไฮไลต์อยู่ที่การจับหมายเลขผู้สมัคร หลายคนสมหวังได้เลขจำง่าย อย่างหมายเลขตัวเดียว หลายคนผิดหวังนิดๆ เพราะได้เลขสองหลัก ที่นอกจากจดจำยากขึ้นแล้วยังลำบากในการใช้มือทำสัญลักษณ์ แต่อย่าไปให้น้ำหนักมากนัก เพราะถ้าตัวผู้สมัครเป็น 'ของจริง' นัมเบอร์อะไรก็เข้าวิน ศาสตร์ตัวเลขเป็นแค่เพียงองค์ประกอบหนึ่งเท่านั้น ต่อให้ได้หมายเลข 1 แต่ถ้าไม่เคยทำพื้นที่ ชาวบ้านไม่เคยเห็นหัว ได้ไปก็ไม่ช่วยอะไร
อีกช็อตเด็ดของวันที่ 3 เม.ย.ที่อาคารกีฬาเวสน์ 2 คือ ภาพ 2 ลุงนั่งแนบชิดในสีเสื้อและโลโก้พรรคที่แตกต่างกัน ซึ่งยังไม่ค่อยคุ้นตาเท่าไหร่ แต่อย่างไรก็ดี แม้ก่อนหน้านี้จะมีข่าวเชิงขบเหลี่ยมเฉือนคมกันบ้าง แต่คนที่อยู่ในเหตุการณ์เล่าให้ฟังว่า พี่กับน้องตัดกันไม่ขาดแน่นอน โดยมีช่วงหนึ่งหลังจากทั้งคู่ฝ่าวงล้อมกองทัพสื่อเข้ามานั่งในตัวอาคารได้ ด้วยสภาพอากาศที่ร้อนระอุ ทำให้กระหายน้ำ เจ้าหน้าที่พรรคพลังประชารัฐเลยไปนำน้ำเปล่ามาให้ 'ลุงป้อม' ดับกระหาย ปรากฏว่าพี่ใหญ่เป็นห่วงน้อง เลยบอกเจ้าหน้าที่ของพรรคพลังประชารัฐส่งน้ำเปล่าให้ 'ลุงตู่' ก่อน
นอกจากนี้ มีคนเล่าว่า ยังมีช็อตที่ 'ลุงตู่' ร้องหาน้ำอัดลมยี่ห้อหนึ่งหวังจะซดให้ชื่นใจ 'ลุงป้อม' จึงเอ่ยขึ้นทำนองว่า ขอน้ำอัดลมเหมือนกัน อย่างว่า คนมันคบกันมา 40-50 ปี สายสัมพันธ์มันแนบแน่น ยากจะตัดขาด วันหนึ่งถ้าสิ้นไร้อำนาจ นักการเมืองกระโดดหนีเพราะหมดผลประโยชน์ แต่ 3 ป.จะยัง Forever ไม่เชื่อให้ดูตอนลำบาก สุดท้ายจะเหลือแค่เรา 3 คน
ส่วน 'เสี่ยหนู' อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กับ 'ลูกท็อป' วราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ที่ไม่มีคนเห็นหน้าที่อาคารกีฬาเวสน์ 2 ไม่ได้หายไปไหน แต่ไปปักหลักอยู่พื้นที่ความหวังกันทั้งคู่ โดย 'เสี่ยหนู' ไปให้กำลังใจลูกพรรคกันที่ จ.นครราชสีมา ในฐานะที่รับผิดชอบโดยตรง ขณะที่ 'ลูกท็อป' ไปฐานที่มั่น จ.สุพรรณบุรี ซึ่งในวันที่ 4 เม.ย.นี้ ที่จะมีการสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ และจับเบอร์พรรค จะอยู่ กทม.กันแบบพร้อมเพรียง
ตอบเหมือน 'เศรษฐา ทวีสิน' ราวกับถ่ายสำเนากันมา สำหรับ 'อุ๊งอิ๊ง' แพทองธาร เรื่องที่ไม่ลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ ของพรรคเพื่อไทยว่า เพราะอยากทำงานฝ่ายบริหาร มันรับฟังได้ แต่ไม่แน่ใจว่าใช่เหตุผลจริงๆ หรือเปล่า เพราะสมัยพ่อ 'ทักษิณ ชินวัตร' และอา 'ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร' ก็ทำฝ่ายบริหารแล้ว และยังเป็น ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์เบอร์ 1 ทั้งคู่เลย แล้วก่อนหน้านี้พรรคแถวๆ นี้ด่า 'ลุงตู่' กันไว้เยอะว่า ไม่ยึดโยงประชาชน เพราะไม่ได้เป็นผู้แทนฯ แต่ต่อไปคงเลิกด่าแล้วแหละ เพราะหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทยก็ไม่ได้เป็น!
ปิดท้ายอยากฝาก บรรยากาศการเลือกตั้งหนนี้ จะดีมากๆ หากทุกคนหาเสียง หรือปราศรัยอย่างสร้างสรรค์ ไม่ใส่ร้าย ไม่ปั่นป่วนกัน เพราะเป็นพฤติกรรมที่ทำลายบรรยากาศอย่างมาก อย่างเมื่อวันก่อน นักกิจกรรมเคลื่อนไหวทางการเมือง อย่าง 'ตะวัน-ทานตะวัน ตัวตุลานนท์' กับพวก ไปยืนถือป้ายกรณีมีเยาวชนถูกดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ที่หน้าอาคารกีฬาเวสน์ 2 ถามว่าเป็นสิทธิหรือไม่ ตอบว่าเป็นสิทธิ แต่ดูเหมือนจะใช้สิทธิตัวเองไปกระทบสิทธิคนอื่น เพราะระหว่างที่พรรคร่วมรัฐบาลปัจจุบันเดินผ่าน กลับไปตะโกนเรียกร้องเสียงดัง แล้ววิธีที่ปฏิบัติแต่ละพรรคแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เหมือนเจาะจงปั่นป่วนแค่บางพรรคเท่านั้น แบบนี้ไม่น่ารักเลย.
ปรารถนา
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บันทึกหน้า 4
ไม่แข่งยิ่งแพ้! บรรดา FC สีฟ้า แทบไม่ต้องลุ้นแล้ว แคนดิเดตผู้ว่าฯ กทม. ที่พรรคประชาธิปัตย์นัดเปิดตัวในวันเสาร์นี้ เผยโฉมล่วงหน้า ในงาน "AI Demo Day : Bangkok Build AI" เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ทีแรกฮือฮาหลายคนคิดว่า ปชป. น่าจะส่งหน้าใหม่กิ๊กที่ไม่ใช่นักการเมืองมาลงสนาม เหมือนสมัยที่ส่ง "หล่อเล็ก" อภิรักษ์ โกษะโยธิน นักบริหารที่เชี่ยวชาญด้านการตลาด สามารถเอาชนะใจคนกรุงได้สำเร็จ ชนิดทิ้งห่างคู่แข่งหลายแสนคะแนน ทำให้สปอตไลต์หลายดวงจับจ้องไปที่ "ดร.พิเชษฐ ฤกษ์ปรีชา" ที่ปรึกษาฝ่ายบริหาร LINE Plus อดีตซีอีโอ LINE
บันทึกหน้า 4
ถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ และสร้างความปีติแก่พสกนิกรชาวไทย โดยเฉพาะเกษตรกร เมื่อ “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี” เสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ พุทธศักราช 2569 ณ
บันทึกหน้า 4
ภายหลังมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ถือว่ามีผลบังคับใช้แล้ว รัฐบาลพร้อมเดินหน้าโครงการช่วยเหลือเยียวยา 2 แสนล้านบาท และการเปลี่ยนผ่านพลังงาน 2 แสนล้านบาทได้เลย
บันทึกหน้า 4
การกลับบ้านจันทร์ส่องหล้าของ ทักษิณ ชินวัตร หลังได้รับการพักโทษและเข้ารับทราบเงื่อนไขคุมประพฤติจากกรมคุมประพฤติ ทำให้บรรยากาศการเมืองกลับมาคึกคักอีกครั้งทันที
บันทึกหน้า 4
11 พฤษภาคม 2569 นักโทษชายทักษิณ ชินวัตร ที่ถูกจำคุกจากคดีโกงบ้านกินเมือง จะได้รับการพักโทษ กลับไปนอนบ้านจันทร์สองหล้า ติดกำไล EM ที่ขา ขอให้สังคมไทยจดจำเป็นบทเรียน นักการเมืองจะยิ่งใหญ่แค่ไหนก็ตาม หากคดโกงจุดจบคือคุก บางคนกรรมตามทันเป็นติดจรวด บางคนได้ใจเพราะคิดว่า โกงมานานไม่เห็นมีใครทำอะไรได้ ก็โกงต่อเนื่อง จดชื่อใส่บัญชีหนังหมาไว้เลยคนพวกนี้อนาคตมีแต่ทุกข์ ไม่โดนเข้ากับตัวเองก็โดนกับครอบครัว ชีวิตหาความสุขมิได้ ...๐
บันทึกหน้า 4
คิดช้า! พรรคประชาชนเพิ่งเคาะส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความ "พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน" หรือชื่อเต็มๆ ว่า ร่างพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ.


