มิตรแท้ไม่มีการเมือง

เริ่มกันแล้วกับเทศกาลหาเสียงเลือกตั้ง พร้อมๆ กับเทศกาลนี้ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า เป็นช่วงวาระของการหาเรื่องหาราว ส่อเสี่ยงกับมิตรภาพระหว่างเพื่อนพ้อง พี่น้อง ญาติสนิท มิตรสหาย

เพราะแต่ละคน แต่ละสิทธิ์ แต่ละเสียง ก็มีแต่ละความคิด แต่ละความเห็นที่เหมือนก็ดี ไม่เหมือนก็มีเยอะแยะปะปนกันไป

ถ้าว่ากันตามตำราแพทย์ก็สามารถบอกได้ว่า เป็นช่วงสุขภาพจิตคนในสังคมไทยมีสิ่งรุมเร้า พร้อมจะสติหลุด สติแตกได้ทุกเมื่อ ยิ่งประกอบกับอากาศร้อนเดือนเมษา. ก็ยิ่งต้องระมัดระวังที่สุด

ตัวอย่างของข้อความที่ส่งผ่านไลน์ห้องหนึ่ง อันมีเหตุเนื่องมาจากความเห็นที่แตกต่างทางการเมือง ถือว่าน่าสนใจและสมควรต้องหยุดคิดพิจารณากันไว้ให้ดีนะคะ

...ประยุทธ์ไม่ได้เป็นพ่อกู ทักษิณก็ไม่ได้เป็นพ่อมึง อนุทินไม่ได้เป็นญาติกู ธนาธรก็ไม่ได้เป็นญาติมึงเหมือนกัน ทุกนักการเมือง ไม่ใช่ของใครคนใดคนหนึ่ง

มึงกับกูคบกันมานานแค่ไหนคิดเอาเอง มึงบอกไม่รับ กูบอกกูจะรับ ก็เหมือนมึงเชียร์แมนฯ ยูฯ แต่กูก้มหน้าก้มตาเชียร์ลิเวอร์พูล

ความคิดเห็นต่าง มันไม่สำคัญเท่า "มึงกูเพื่อนกัน"

กูตายก่อน มึงมางานศพกู มึงตายก่อน กูต้องไปงานศพมึง คนที่พูดถึงข้างบน เขาไม่มางานศพมึงกับกูหรอก

มึงหิวข้าว กูซื้อให้กิน กูหิวข้าว มึงก็ซื้อให้กูกิน ไม่มีอะไรทำลายมิตรภาพระหว่างกูกับมึง

ใครจะเป็นนายกฯ มึงกับกูก็ต้องทำมาหาแดกเอง ชีวิตมันก็มีแค่นี้แหละ ไอ้เพื่อนเอ๊ย...

 (อย่ามาสูญเสียความเป็นเพื่อนกันกับปัญหาการเมือง มิตรแท้ไม่มีการเมือง).

                                                       'ป้าเอง'

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

“Kevin Protocol”

ชื่อของเขาคือเควิน อายุสิบเจ็ดปี ทำงานอยู่ที่ช่องไดรฟ์ทรูของแมคโดนัลด์บนถนนรูท 9 งานค่าแรงขั้นต่ำ รับออร์เดอร์ ส่งถุงอาหาร เช็ดเคาน์เตอร์ในช่วงที่ลูกค้าบางตา

หมวก..มีความหมายมากกว่าที่คุณคิด

หมวกเป็นของใช้ธรรมดาที่หลายคนมีติดบ้าน บางใบถูกแขวนไว้เฉยๆ บางใบใส่เวลาแดดแรง หรือวันที่ไม่อยากจัดทรงผม บางใบก็เอาไว้ใส่อวดโฉมเช็กอินตามสถานที่ต่างๆ ให้ดูชิกๆ โดยเฉพาะในวันที่อายุมากขึ้น เส้นผมก็มักจะบางลงไปตามกาลเวลา

กูรู้!!ที่กลายเป็นกูรู?!?

โลกโซเชียลเหมือนเวทีเปิดกว้างสุดๆ ที่ใครมีสมาร์ทโฟนดีๆ กล้องสวยๆ แล้วพูดเก่งหน่อย ก็กลายเป็น "กูรู" ได้ในช่วงข้ามคืนก็มี

ห่วง..หวงประเทศไทย

ยิ่งใกล้วันหย่อนบัตรเลือกตั้ง ไม่เพียงสนามการเมืองเรื่องหาเสียงจะเข้มข้น ดุเดือด คึกคักมากยิ่งขึ้นเป็นเงาตามตัวเท่านั้น แม้แต่ในโลกสังคมโซเชียลก็มีการแชร์การโพสต์และการคอมเมนต์วิพากษ์วิจารณ์กันอุตลุด

สังคมเร่งรีบทำให้คนเห็นแก่ตัว!?!

นานๆ ที..ที่จะเดินเข้าห้างกลางใจเมืองย่านสยามสแควร์ ตื่นตาตื่นใจกับความแปลกใหม่ของสถานที่ ถือเป็นเรื่องปกติวิสัยของคนวัยเกษียณ แต่ที่รู้สึกมากกว่า คือ แปลกใจที่คนรุ่นใหม่ ทำไมไม่ใส่ใจที่จะแสดงความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ให้กับคนที่่อ่อนแอ หรือมีปัญหาด้านสุขภาพ ช่วยตัวเองได้ค่อนข้างลำบาก