นั่งคิด-นอนคิดมาร่วมสัปดาห์ ผู้เขียนก็สกัดกรอบไทม์ไลน์-วาระกว้างๆของเมืองรัตนโกสินทร์ในเจ็ดปีที่มฤตยูจรเจ้าของการปฏิวัติใหญ่-ภัยอาเพศเข้าเดินในราศีพฤษภ-ดินแดนแห่งเศรษฐกิจ-การทำมาหาได้ของเมืองตั้งแต่กรกฎาคม 2565-18กรกฎาคม 2572ในการตีฝ่าสงครามเศรษฐกิจโลก-การปฎิวัติใหญ่เศรษฐกิจของเมืองออกมาได้คร่าวๆ
โดยหลักคือมฤตยูจรที่อยู่ราศีพฤษภเจ็ดปีจะเป็นสื่อ-ตัวตั้งของการปฏิวัติ แล้วดูดาวอื่นๆที่สำคัญที่เดินช้ากว่าร่วมกับทักษาจรของเมืองมาบอกลีลาในแต่ละช่วงเวลาตามรูปในกรอบที่แสดง
ซึ่งตอนนี้ขออธิบายเพิ่มเติมจากกรอบที่ตีไว้สองระยะคือAกับBก่อน เพราะหากอธิบายยาวทั้งหมดจะลืมดังนี้
A.ระยะกรกฎาคม2565-21เมษายน 2567แววการเขย่าทางเศรษฐกิจให้ต้องเปลี่ยนแปลงกันยกใหญ่เริ่มปรากฏตัวอย่างในนโยบายหาเสียงเลือกตั้งวันที่14พฤษภาคม2566 เช่นสุราก้าวหน้าและจะทลายโซ่ตรวนผูกขาดเจ้าสัวทั้งหลายของพรรคพรรคก้าวไกลที่หากเลือกแล้วประเทศไทยจะไม่เหมือนเดิม ฯลฯ
รวมทั้งนโยบายหาเสียงของหลายพรรคเช่นค่าแรงขั้นต่ำ-เงินเดือนขั้นต่ำ-เงินคนชรา-เงินดิจิตอลหมื่นบาทฯลฯ ส่วนที่ต่างประเทศสถาบันบันเงินถูกเขย่าจนล้มเริ่มจากSVBแบ็งค์ตามมาด้วยแห่งอื่นๆจนทางการสหรัฐต้องประกาศอุ้มเงินฝากฯลฯ

ต่อมาผลการเลือกตั้งทั่วไปก็ช้อคจิตใจทั้งกองเชียร์-กองแช่ง(ดาวใหญ่-ตรีเทพทั้งสามดวง คือราหูจร8-พระเสาร์จร7-พฤหัสบดีจร5ถึงลัคนาและอาทิตย์ดวงเดิม๑จิตใจคนในเมือง)ด้วยพรรคก้าวไกล และคุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์มาเป็นที่หนึ่งแบบผู้มาก่อนกาลเวลาหรือมาตามมฤตยูจร
แต่ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นทางการเมืองในช่วงนี้-ท้าทาย-วุ่นวายขนาดไหนก็ตามเชื่อว่า ในที่สุดจะเขย่ากันจนลงตัวดีกันไป-ทะเลาะกันไป-ผิดฝั่งผิดฝากันไป แต่เมือง และเศรษฐกิฐ และตลาดหุ้นก็จะดีไปโดยสภาพ(พระเสาร์จร7ยังให้คุณเมืองและประชาชน2ยังเป็นศรีเมือง)
และให้จับตาปรากฎการณ์แปลกประหลาดที่รอเกิดอีกอย่างในช่วงนี้คือศัตรูของเมืองจะกลับเป็นให้คุณ ตัวอย่างคือในอดีตจีนซึ่งปกครองด้วยระบอบคอมมิวนิสต์เคยทำสงครามสั่งสอนเวียดนาม-ทำให้ไทยรอดจากการบุกของเวียดนาม(เกณฑ์ทักษาจรเมืองตกภูมิราหู)เพื่อเดินหน้าสู่
B.ช่วง21เมษายน2567-21เมษายน2568ปีทองทางเศรษฐกิจของเมืองและอื่นๆอีกหลายด้าน ด้วยดาวร้ายหลบมุม-แถมให้คุณอีกต่างหาก และหัวหน้าเทวดาประจำเมืองคือพฤหัสบดีจรหายพิโรธแถมให้คุณด้านเศรษฐกิจกับเมืองอีก
ซึ่งรายละเอียดนี้จะได้ขยายผลในการทำนายดวงชะตาเมืองปี2567ต่อไป
คู่มือการรับมือมฤตยูจรที่จะกระทบเศรษฐกิจเมืองและโลกนั้น พึงระลึกไว้ว่า มฤตยูไม่ชอบสิ่งเก่าๆทั้งดี-ร้าย และพร้อมจะกวาดล้างสิ่งเก่าสถาปนาสิ่งใหม่ที่ไม่จำเป็นต้องดีกว่าเก่าเสมอไป--และพร้อมกวาดล้างแม้แต่นักปฏิวัติเอง
อาการนำของมฤตยูคือจะสะสมพลังของการเปลี่ยนแปลง เมื่อได้ที่แล้วก็ระเบิดกวาดล้างสิ่งเก่า สร้างสิ่งใหม่- สะสมพลัง-ระเบิดอีกไปเรื่อยๆ
จึ่งขณะที่มฤตยูจรเดินอยู่ในราศีพฤษภ สิ่งที่เป็นรื่องเก่าทั้งดี-ไม่ดีทางเศรษฐกิจมีโอกาสถูกกวาดไป เช่นกรณีสุราก้าวหน้าของพรรคก้าวไกลเป็นตัวอย่าง ที่พอภาครัฐ-ราชการ-นายทุนค่อนข้างผูกขาดไม่ปฏิวัติตัวเอง สุดท้ายก็ต้องแก้ระเบียบ
แต่แก้ระเบียบแล้วก็ยังพยายามดึง-ยื้อไว้อีกในรายละเอียด ซึ่งก็ไม่แน่ประเด็นนี้อาจจะต้องต่อสู้กันใหญ่โตลามไปเรื่องผูกขาด-ตัดตอนเรื่องอื่น เช่นเดียวกับเรื่องสถาบันที่กำลังเป็นประเด็นในสังคม
ขณะเดียวกันนักปฏิวัติ-ริเริ่ม—ก่อการทั้งหลายก็ต้องระวังตัวหากไม่รอบคอบหรือทำอะไรแปลกๆพิศดารเกินไปหรือเข้าข่ายวิตถารจากบรรทัดฐานของสังคมมากไป หรือกระทำโดยถูกยุยง ขัดแย้งคนอื่น ละเลยกฎหมายระเบียบแบบแผนประเพณี ก่อการ ขัดขืน อันเป็นอาการของมฤตยู ก็อาจจจะเจอฤทธิ์มฤตยูเจ้าของภัยอาเพศเองด้วยกับการมีศัตรู ผลัดเปลี่ยนทันทีทันใด การรุนแรงที่เเลไม่เห็น การเนรเทศ การทำร้ายตัวเอง ซึ่งเป็นอาการร่วมของมฤตยูด้วยเช่นกัน
สำหรับเราๆท่านๆที่อยู่ในโลก-เมืองย่อมหนีผลกระทบจากการปฎิวัติใหญ่ทางเศรษฐกิจของมฤตยูไม่พ้น จึงหากเมื่อใดรู้สึกอึดอัดเรื่องการทำมาหากินอย่าลืมกล้าเปลี่ยนแปลงตัวเองอย่างมีสติหากสัมผัสว่า-มันไม่ใช่แล้ว-เช่นผู้เขียนเคยพลิกจากสื่อมวลชนมาทำอาชีพใหม่(อาชีพที่สอง)คือเป็นโหร ที่เดิมศึกษาเพราะอยากรู้
จึงสุดท้ายผู้เขียนหวังว่าเมื่อถึงกรกฎาคม 2572 คำตอบเมื่อเรายืนอยู่ข้างกำแพงพระนครต่อคำถามที่ว่าเศรษฐกิจเมืองมาถึงจุดนี้ได้อย่างคือ ปรับฐานทางเศรษฐกิจ เมืองหลุดจากประเทศรายได้ปานกลางไปสูงได้-รวมทั้งตลาดหุ้นก็จะต้องปรับฐานด้วย
รวมทั้งผู้อ่านทุกท่านที่กล้าเปลี่ยนแปลงขอให้สามารถยกระดับฐานะทางเศรษฐกิจได้สูงขึ้น
ตอนต่อไปจะว่าด้วยเกณฑ์ทางโหรของตลาดหุ้นที่จะปรับฐานครั้งใหญ่ในเจ็ดปีไปพร้อมๆเศรษฐกิจเมือง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
พระมหากษัตริย์ไทยคือธรรมราชา
คนไทยโชคดี เพราะตั้งแต่เรามีประเทศที่เป็นเอกราช พระมหากษัตริย์ของเราก็เป็นธรรมราชา คือทรงเป็นพระราชาที่ทรงธรรม ทรงมีทศพิธราชธรรมเป็นหลักธรรม 10 ประการที่พระมหากษัตริย์ของเราทรงยึดถือปฏิบัติเพื่อประโยชน์สุขของอาณา
คนรุ่นใหม่กับ 'อำนาจ' และ 'ประสบการณ์'
ช่วงหลังๆ มานี้...ดูเหมือนว่า พวกเด็กๆ หรือพวกนักการเมืองรุ่นใหม่ รุ่นเจเนอเรชันเอ็กซ์ เจเนอเรชันวาย ทั้งหลาย ที่มีคะแนนนิยมระดับสูงล้ำเทียมเมฆ แต่ออกจะ ไร้ประสบการณ์
อุบัติเหตุ-ภัย(สอง)รอบต่อไป
อันที่จริงอุบัติเหตุ-อุบัติภัยเกิดในเมืองได้ตลอดเวลา ไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดแต่ประการใด เพียงแต่หากจะเข้าเค้าคำทำนายการเกิดที่ผู้เขียนให้ไว้เป็นรอบๆนั้นต้องเป็นเรื่องระดับ
ความเปลี่ยนแปลงที่นำมาซึ่ง'การอยู่ร่วมกันโดยสันติ'
อย่างที่เคยว่าๆ ไว้แล้วนั่นแหละว่า...การปะทะ ขัดแย้ง ที่จะนำมาสู่ จุดเปลี่ยน นำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงที่กำลังอุบัติขึ้นมากับโลกทั้งโลก
ระบอบสีน้ำเงิน...อย่าฟังเพลินๆ...คิดให้ดี
ฝ่ายตรงกันข้ามกับรัฐบาลยังคงรุมด้อยค่า ด่ารัฐบาล ชักจะไปไกลอย่างน่าเป็นห่วง จากระบอบเนวิน ระบอบอนุทิน มาจนถึง “ระบอบสีน้ำเงิน”
ห้าม 'พงส.' ช่วยราชการ
เก็บตกอีกหนึ่งข้อสั่งการ ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ แม่ทัพใหญ่สำนักปทุมวัน ในการประชุมบริหารสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ครั้งที่ 3/2569 ปลายเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา

