Www.thaipost.net ไทยโพสต์ ขับเคลื่อน "อิสรภาพแห่งความคิด" @ ประชาชื่น 46 คดีจะพลิกหรือไม่ หลังมีการเปิดเผยข้อมูลอีกด้านผ่านคลิปกรณีหุ้นไอทีวีจากสื่อ ระหว่างการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2566 เมื่อเกิดคำถามจากผู้ถือหุ้นที่ถูกอ้างว่าเป็นสมาชิกพรรคการเมืองหนึ่งถามว่า "ไอทีวีมีการดำเนินการเกี่ยวกับสื่อหรือไม่" โดยซีอีโอไอทีวีตอบว่า "ตอนนี้บริษัทยังไม่มีการดำเนินการใดๆ นะครับ" แตกต่างจากรายงานประชุมสามัญประจำปี 2566 เมื่อวันที่ 26 เม.ย. ที่มีการเผยแพร่และยื่นต่อ กกต. ที่มีคำตอบว่า "ปัจจุบันบริษัทยังดำเนินการอยู่ ตามวัตถุประสงค์ของบริษัท และมีการส่งงบการเงินและยื่นแบบภาษีเงินได้นิติบุคคลตามปกติ"
เมื่อหลักฐานใหม่ดังกล่าวออกมา บรรดาด้อมส้มออกมาโหนรับตั้งคำถามไปถึงหลักฐานชุดแรกว่าเป็นเอกสารเท็จ เป็นการสมคบคิดเพื่อจำกัด “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” ในปมหุ้นไอทีวี ให้พ้นจากเส้นทางการเมือง
ขณะที่ฝ่ายแย้งก็มองว่า ต้องดูข้อเท็จจริงทั้งหมด จะหยิบฉวยบางตอนของคลิปมาหาประโยชน์ไม่ได้ ทั้งที่เมื่อดูคำตอบของประธานในที่ประชุมก็ไม่ได้บอกว่าไอทีวีเลิกกิจการไปแล้ว อีกทั้งยังพบว่ามีกระบวนการฟื้นคืนชีพอยู่ในกระบวนการของศาลปกครองสูงสุด ที่สำคัญการวินิจฉัยเรื่องนี้มีบรรทัดฐานมากมายเป็นองค์ประกอบในการพิจารณา จะหยิบฉวยแค่เรื่องนี้มาชี้ถูก-ผิด ประกาศชัยชนะไม่ได้
นอกจากนี้ยังมีข้อสังเกตจาก “สมชัย ศรีสุทธิยากร” อดีต กกต. โพสต์ว่า มีสติ ดูให้รอบคอบ และละเอียดในทุกๆ เรื่อง ในขณะที่สังคมยินดีกับพิธา ว่าพ้นบ่วง ITV จากการเผยแพร่คลิปบันทึกการประชุม ที่มีเนื้อหาว่า ITV ไม่ได้ประกอบกิจการสื่อ ซึ่งไม่ตรงกับรายงานการประชุม ที่เป็นหลักฐานสำคัญในการร้อง กกต. สังคมทั้งสังคมกำลังประณามและตามตัวคนลงนามรับรองหนังสือและคนตรวจรายงานการประชุม ตนเองดูคลิปซ้ำไปซ้ำมากว่า 10 รอบแล้ว มีข้อสังเกตที่ต้องให้ความเป็นธรรมดังนี้
1.คลิปมีการสะดุดระหว่างการเอ่ยคำถาม และคำตอบที่สำคัญ คล้ายเป็นการบันทึกที่ไม่ต่อเนื่อง หรือตัด (Trim) บางประโยคออก 2. ผมโทรหาแยม ฐปณีย์ ใกล้เที่ยงคืน เพื่อตั้งข้อสังเกตว่าเทปอาจจะได้มาไม่สมบูรณ์ แยมบอกว่าได้มาครบ และส่วนนั้นนำเสนอโดยไม่มีการตัดต่อ ที่สะดุดอาจเป็นเพราะสัญญาณเน็ตขณะประชุม
3.ผมโทรขอความเห็นผู้สื่อข่าวอีกรายหนึ่ง เขาดูซ้ำหลายรอบ บอกว่ามีโอกาส “ชนคัต” คือ Trim บางส่วนแล้วมาต่อกันได้ เพราะภาพสะดุด และมุมกล้องขยับ 4.เรื่องนี้จึงจำเป็นต้องรอบคอบที่สุด ในการหาผู้เชี่ยวชาญมาวิเคราะห์ และขอหลักฐานคลิปเต็ม (ถ้ามี) หรือ บันทึกเสียง หรือพยานบุคคล ที่มากกว่าชื่อในรายงาน และหากมีเทปที่ระบุเวลาพูดเป็นวินาที จะยืนยันได้ดีที่สุด เชียร์นายพิธา ยินดีกับนายพิธา แต่ต้องเบิ่งตาให้กว้างที่สุด
ฉะนั้นเรื่องที่เคลียร์ที่สุดคือ นายคิมห์ สิริทวีชัย ประธานในที่ประชุมหรือซีอีโอไอทีวี ควรออกมายืนยันข้อเท็จจริงด้วย จะได้สิ้นกระแสใครถูกหลอกใครถูกต้ม และใครสมรู้ร่วมคิดกับใคร
อีกเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กัน หลังมีกระแสข่าว กกต.ปัดตกคำร้องเรื่องการยื่นคุณสมบัติสื่อของพิธาเพราะเลยระยะเวลา แต่หันไปเล่นงานโทษทางอาญา ตาม พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 151 ที่ต้องใช้กระบวนการยาวนานหลายปี เพราะต้อง ให้ กกต.ฟ้องผ่านตำรวจ อัยการ และ 3 ศาลอาญา ฉะนั้นจึงตีความว่าเป็นผลดีต่อหัวหน้าพรรคก้าวไกลที่อาจได้เป็นนายกฯ ก็เป็นได้
ทั้งที่ความจริงในมุมที่ยังไม่เป็นข่าว “พิธา" ยังไม่รอดพ้นแง่มุมกฎหมายเลย และอาจหนักกว่าเดิม เพราะ กกต.กรณีจะเล่นงานตามมาตรา 151 ก็ต้องมีหลักฐานตั้งต้นในการกระทำผิด และหากเชื่อว่าผิดจริง ก็อาจสอยพิธาก่อนได้ ตาม พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 53
แต่หากพิจารณาไม่ทันก็รับรองพิธาเป็น ส.ส. และปล่อยสอยผ่านรัฐธรรมนูญมาตรา 82 ให้ ส.ส.จำนวน 50 คน หรือ ส.ว. 25 คน ยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินได้เช่นกัน ซึ่งเชื่อว่าขณะนี้มีกระบวนการยื่นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หรือ กกต.จะยื่นเองก็ได้ เพราะมีเรื่องปรากฏให้เห็นอยู่ และหากระหว่างการพิจารณาศาลรัฐธรรมนูญอาจสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ในช่วงที่มีการโหวตเลือกนายกฯ พอดี ก็ส่งผลทางการเมืองในการโหวตนายกฯ ด้วยหรือไม่ เพราะ ส.ว.ก็ไม่เอาอยู่แล้ว จากเดิมเรื่องพฤติกรรมของพิธาและพรรคก้าวไกล ต่อหน้าและลับหลังเรื่องแก้ไขหรือยกเลิกประมวลกฎหมายมาตรา 112.
ช่างสงสัย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บันทึกหน้า 4
ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด เมื่อมองย้อนกลับไปยังสนามการเมืองระดับท้องถิ่น จะเห็นได้ว่าทุกฝ่ายทุกพรรคไม่สามารถเอาชนะ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ในการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้ ผลการเลือกตั้งครั้งนี้สะท้อนว่าคนกรุงเทพฯ ให้ความสำคัญกับผลงานและการพัฒนาเมือง มากกว่าเกมการเมือง
บันทึกหน้า 4
เริ่มบันทึกเมื่อเวลา "ปิดหีบ" บัตรเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ สก. รวมทั้งการเลือกตั้งนายกเมืองพัทยา และสมาชิกสภาเมืองพัทยา บรรยากาศไม่คึกคักเท่ากับการเลือกตั้งใหญ่ถือเป็นเรื่องปกติ โดยเฉพาะใน กทม. ซึ่งดูเหมือนว่า คนมีสิทธิ์มีเสียงจะรู้สึก "ขี้คร้าน" ที่จะออกจากบ้านไป "ทวนกระแส" ชัชชาติ ..มาแรงแซงทุกโพล!
เร่งปั้นผลงานให้รัฐบาล
หากมองข้ามวาทกรรมการเมืองที่กำลังดุเดือดในเวลานี้ สิ่งที่ประชาชนอยากเห็นจากรัฐบาล "อนุทิน 2" มากที่สุดคงหนีไม่พ้นผลงานที่จับต้องได้ โดยเฉพาะการจัดการปัญหาอาชญากรรมทางเศรษฐกิจและเครือข่ายทุนสีเทาที่ฝังรากลึกมานาน
บันทึกหน้า 4
ดูเหมือนรัฐนาวาอนุทิน 2 ที่ เพิ่งผ่านมาแค่ 1 ไตรมาส หรือกว่า 3 เดือน แต่ดูเหมือน “มรสุมรุมเร้า” เสียเหลือเกิน ไล่มาตั้งแต่โครงการ TH-AI Passport ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ภายใต้การดูแลของ “ไชยชนก ชิดชอบ” ลูกหัวแก้วหัวแหวนของครูใหญ่แห่งพรรคภูมิใจไทย แล้วตามมาด้วยการโยกย้ายข้าราชการในจังหวัดภูเก็ต และ ล่าสุดคือขบวนการโกงการสอบบรรจุเข้าเป็นข้าราชการท้องถิ่นของ “กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.)” ...๐
บันทึกหน้า 4
รัฐบาลกำลังโดนฝ่ายค้านตรวจสอบอย่างหนัก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) จึงต้องขันนอต-วัด KPI รัฐมนตรีของ ภท. หากไม่ผ่านจะปรับพ้น
บันทึกหน้า 4
ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด การประกาศนโยบายประเมินผลการทำงานของรัฐมนตรี ประธานและกรรมาธิการ (กมธ.) ทั้ง 14 คณะ ตลอดจนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองของพรรคภูมิใจไทย


