อ้างอิงข้อมูลจากอาจารย์พัฒนา พัฒนศิริ ครูโหรผู้ล่วงลับ ตลาดหุ้นหรือตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยถือกำเนิดเมื่อวันพุธที่ 30 เมษายน 2518 เวลาประมาณ10.00น.ที่เคาะกระดานซื้อขายกันครั้งแรก เมื่อผูกดวงชะตาออกมาแล้วลัคนาของตลาดสถิตราศีกรกฎธาตุน้ำ
ที่ราศีกรกฎที่ลัคนาตลาดหุ้นสถิตอยู่นี้เป็นดินแดนของภพที่สี่หรือพันธุ หรือพื้นฐานสำคัญของเมืองรัตนโกสินทร์ที่ลัคนาสถิตราศีเมษ ตลาดหุ้นจึงเป็นหนึ่งในพื้นฐานของเมืองที่เอกชนจะใช้ระดมทุนทำกิจการทางเศรษฐกิจ และแบ่งปันกำไรกับผู้ลงทุนทั้งหลาย
จึงในระยะเวลาเจ็ดปีตั้งแต่กรกฎาคม 2565-18กรกฎาคม 2572ที่เมืองจะปฏิวัติใหญ่-ตีฝ่าสงครามเศรษฐกิจโลก เพื่อพยายามปรับฐานเศรษฐกิจของชาติจากประเทศรายได้ปานกลางไปสู่ประเทศรายได้สูงนี้ ตลาดหุ้นก็ต้องตีฝ่าเพื่อปรับฐานไปด้วยโดยปริยาย เพียงแต่ทั้งเศรษฐกิจของเมืองและตลาดหุ้นจะทำได้สำเร็จหรือไม่ก็ต้องรอประเมินกันช่วงกรกฎาคม 2572
ส่วนฐานเดิมของตลาดหุ้นที่ผ่านมาอายุเต็ม48ย่างเข้า49ปีที่จะใช้เป็นตัวตั้งนั้นประกอบด้วย
1.ดัชนีตลาดหุ้นทั้งต่ำสุด-สูงสุดคือ
ฐานต่ำสุดปิดตลาดเมื่อวันที่17มีนาคม 2519 ที่76.44จุด ด้วยขณะนั้นไม่เป็นที่นิยม—แพร่หลาย
ฐานสูงสุดเมื่อวันที่ 24 มกราคม 2561 ดัชนีตลาดปิดที่ 1,838.96จุด
2.ฐานมูลค่าซื้อขาย โดยวันที่เคยพุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์คือวันที่29พฤษภาคม2562 ที่ 204,855.67ล้านบาท

ด้านดัชนีของตลาดนั้นเมื่อมาถึงจุดนี้แม้จะเจอปัจจัยทั้งบวก-ลบ-ขู่-ปลอบมากมาย ตลาดหุ้นคงไม่กลับไปจุดที่ต่ำกว่าฐานต่ำสุดในอดีตอีกแล้ว เหลือแต่รอลุ้นกันว่าดัชนีตลาดหุ้น และมูลค่าซื้อขายสูงสุดของวัน จะสร้างฐานสูงสุดใหม่ได้หรือไม่และจะทะลุไปถึงไหน-เมื่อใดในสภาวะความเป็นไปและลีลาปฏิวัติใหญ่-ตีฝ่าสงครามเศรษฐกิจของเมือง
ครั้นเมื่อพิจารณาตามหลักโหราศาสตร์ถึงดาวจรและทักษาจรแล้วผู้เขียนก็ได้วาดทามไลน์ตลาดหุ้น(ตามภาพที่สอง)ล้อกับทามไลน์ของเศรษฐกิจเมืองไปถึง18กรกฎาคม 2572เพื่อนำเสนอ
โดยชั้นนี้ขออธิบายหลักโหรและทักษาประกอบเฉพาะระยะAและBก่อนเพราะหากบอกยาวไปจะพากันลืมและไม่เห็นคุณค่าดังนี้
ณ.จุดA.ยังกลับไปอ้างอิงความเห็นทางโหรก่อนหน้านี้ของครูโหรคุณลักษณ์ ราชสีห์ ที่ผู้เขียนก็เห็นพ้องด้วยคือ ไม่ว่าผลการเลือกตั้งที่14พฤษภาคม 2566หรืออะไรจะมากระทบแค่ไหน แต่เศรษฐกิจเมืองก็จะไปได้ดีโดยสภาพนี่เป็นตัวตั้ง
ล้อมาที่ตลาดหุ้น ก็ใกล้เคียงกันคือระหว่างวันเกิดตลาดหุ้นที่30เมษายน 2566-วันเกิดตลาดหุ้นที่30เมษายน2567 ไม่ว่าจะเจอปัจจัยบวก-ลบอะไร-ขู่แค่ไหนแต่ตลาดยังไปได้โดยสภาพ เพราะทางทักษาพระจันทร์จร(2)ดาวประจำชีพตลาดหุ้นเป็นศรี-สิริมงคลตลอดทั้งปี
และมีบางจังหวะที่จะได้เฮ สลับกับเหี่ยวเป็นระยะๆพอๆกับน้ำขึ้น-น้ำลง (พระจันทร์ศรีจร-ดาวประจำชีพตลาดเดินเร็ว-เปลี่ยนแปลงเร็ว)
ส่วนตั้งแต่กลางตุลาคม 2566 เป็นต้นไปมีปรากฎการณ์สำคัญแทรกเข้ามาให้18เดือนคือในตลาดจะได้ลาภชั่ว(พระราหูจร8เดินในราศีมีนภพที่เก้า -ศุภะของตลาดหุ้น)หากให้ตีความอาจจะหมายถึงจะมีหุ้นขยะพลิกกลับเป็นทอง?
ณ.จุด B.ใกล้เคียงกับเมือง คือระหว่าง30เมษายน 2567-13พฤษภาคม 2568 ทางโหรปัจจัยบวกต่อตลาดหุ้นมากกว่าด้านลบมากๆ ตลาดหุ้นมีโอกาส…ฟุ่งเฟืองคนลือเลื่องลาภเหลือหลาย(พฤหัสบดีจรเดินในราศีพฤษภ ภพที่สิบเอ็ด-สิงหเกณฑ์)…และคาดว่ายอดซื้อขายในแต่ละวันคงทำสถิติใหม่ในช่วงนี้ด้วยพฤหัสบดีจร5ทับพระพุธ๔-พระศุกร์๖ดวงเดิมตลาดหุ้น ได้เกณฑ์เศรษฐีสี่-โหงว-ลัก และอาจจะมีตัวเลือกกลุ่มใหม่มาในตลาดช่วงนี้
หลังจากนั้นตั้งแต่จุดC.เป็นต้นไปอาการด้านร้ายทางเศรษฐกิจ-ของเมืองหรือโลกเริ่มจะกระทบต่อตลาดซึ่งจะได้อธิบายเกณฑ์ทางโหรต่อไปเมื่อเวลามาถึง
คำเตือน-เตือนและเตือน พึงคิดไว้เสมอว่าผู้เขียนเป็นเพียงโหรสมัครเล่น สำคัญคือลงทุนในตลาดหุ้นมาตั้งแต่คุณธารินทร์ นิมมานเหมินทร์เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรงการคลังรอบแรกจนถึงวันนี้ก็ยังไม่เข้าข่ายรวย
ทำได้แต่เพียงพออยู่พอกิน ขณะเป็นข้าราชการไม่ต้องทุจริตกินสินบาทคาดสินบน-หรือเป็นสื่อไม่ต้องรับซองขาวก็เพราะมีตลาดหุ้นให้ลงทุนกินปันผลนี่เอง.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
พระมหากษัตริย์ไทยคือธรรมราชา
คนไทยโชคดี เพราะตั้งแต่เรามีประเทศที่เป็นเอกราช พระมหากษัตริย์ของเราก็เป็นธรรมราชา คือทรงเป็นพระราชาที่ทรงธรรม ทรงมีทศพิธราชธรรมเป็นหลักธรรม 10 ประการที่พระมหากษัตริย์ของเราทรงยึดถือปฏิบัติเพื่อประโยชน์สุขของอาณา
คนรุ่นใหม่กับ 'อำนาจ' และ 'ประสบการณ์'
ช่วงหลังๆ มานี้...ดูเหมือนว่า พวกเด็กๆ หรือพวกนักการเมืองรุ่นใหม่ รุ่นเจเนอเรชันเอ็กซ์ เจเนอเรชันวาย ทั้งหลาย ที่มีคะแนนนิยมระดับสูงล้ำเทียมเมฆ แต่ออกจะ ไร้ประสบการณ์
อุบัติเหตุ-ภัย(สอง)รอบต่อไป
อันที่จริงอุบัติเหตุ-อุบัติภัยเกิดในเมืองได้ตลอดเวลา ไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดแต่ประการใด เพียงแต่หากจะเข้าเค้าคำทำนายการเกิดที่ผู้เขียนให้ไว้เป็นรอบๆนั้นต้องเป็นเรื่องระดับ
ความเปลี่ยนแปลงที่นำมาซึ่ง'การอยู่ร่วมกันโดยสันติ'
อย่างที่เคยว่าๆ ไว้แล้วนั่นแหละว่า...การปะทะ ขัดแย้ง ที่จะนำมาสู่ จุดเปลี่ยน นำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงที่กำลังอุบัติขึ้นมากับโลกทั้งโลก
ระบอบสีน้ำเงิน...อย่าฟังเพลินๆ...คิดให้ดี
ฝ่ายตรงกันข้ามกับรัฐบาลยังคงรุมด้อยค่า ด่ารัฐบาล ชักจะไปไกลอย่างน่าเป็นห่วง จากระบอบเนวิน ระบอบอนุทิน มาจนถึง “ระบอบสีน้ำเงิน”
ห้าม 'พงส.' ช่วยราชการ
เก็บตกอีกหนึ่งข้อสั่งการ ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ แม่ทัพใหญ่สำนักปทุมวัน ในการประชุมบริหารสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ครั้งที่ 3/2569 ปลายเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา

