เมื่อเกิดเรื่องก่อกบฏที่รัสเซีย ตะวันตกมองทันทีว่าอำนาจทางการเมืองของประธานาธิบดีปูตินต้องอ่อนแรงลงแน่นอน แต่ที่น่าสนใจกว่านั้นคือจีนคิดอย่างไรกับเหตุการณ์ครั้งนี้
แน่นอนว่าโดยทางการแล้ว ปักกิ่งต้องแสดงท่าทีสนับสนุนปูตินอย่างปราศจากความสงสัย โดยเฉพาะเมื่อความวุ่นวายสงบลงอย่างรวดเร็ว
แต่ลึกๆ แล้วประธานาธิบดีสี จิ้นผิง คงจะต้องมีความกังวลต่ออนาคตทางการเมืองของ “สหายรัก” คนนี้อย่างมากแน่นอน
ความจริงความเป็นห่วงเพื่อนที่มอสโกของสี จิ้นผิง มีตั้งแต่ปูตินส่งทหารเข้าบุกยูเครนแล้ว
เพราะจีนไม่ได้เห็นด้วยกับปฏิบัติการทางทหารที่สุ่มเสี่ยงอย่างนี้ทั้งหมด แม้จะต่อต้านตะวันตก แต่ปักกิ่งก็ระมัดระวังในการวางตัวที่จะไม่ถูกดึงเข้าไปกอดรัดฟัดเหวี่ยงรัสเซียจนหลุดออกมาไม่ได้
ยิ่งเมื่อสงครามยืดเยื้อก็ยิ่งทำให้สี จิ้นผิง ต้องคิดหนักมากขึ้น
จนต้องแสดงบทเป็น “คนกลาง” เพื่อประสานให้ทุกฝ่ายในข้อพิพาทนี้หาทางลงอย่างสันติ
สำหรับจีนแล้ว สงครามยูเครนไม่ได้เกิดประโยชน์อะไรที่ถาวรกับจีน
นอกจากจะเป็นการทำให้รัสเซียต้องมาพึ่งพาจีนมากขึ้น และปักกิ่งอาจจะได้ประโยชน์จากการที่รัสเซียขายพลังงานให้ในราคามิตรภาพเท่านั้น
แต่ในภาพรวมแล้ว ความตึงเครียดในระดับโลกอันเกิดจากสงครามครั้งนี้ย่อมไม่เป็นผลดีต่อการแสวงหาโอกาสทางเศรษฐกิจทั่วโลกแน่นอน
โฆษกกระทรวงต่างประเทศจีนออกมายืนข้างรัสเซียเต็มที่ในนามของรัฐบาล
คือให้การสนับสนุนรัฐบาลปูตินด้วยภาษากว้างๆ ว่า การรักษาเสถียรภาพของประเทศที่ถูกต้องแล้ว
แต่ก็ย้ำว่าเป็น “เรื่องภายใน” ของรัสเซีย
สื่อทางการของจีนก็ออกมาเสนอแนวการวิเคราะห์ที่แปลกแยกไปจากทางตะวันตก
หนังสือพิมพ์ Global Times ภาษาอังกฤษออกมาสำทับว่า แม้ตะวันตกจะพยายามวาดภาพว่าหลังเหตุการณ์ครั้งนี้ สถานภาพทางการเมืองของปูตินจะอ่อนแอลง แต่สื่อจีนอ้างผู้เชี่ยวชาญว่าตะวันตกมองอะไรผิดเสมอ
บางตอนของบทวิเคราะห์ในสื่อจีนบอกว่า
แม้สื่อตะวันตกจะกล่าวว่า การจลาจลของทหารรับจ้างวากเนอร์เป็นการเปิดโปงความอ่อนแอของรัฐบาลปูติน
แต่ความวุ่นวายนั้นก็สงบลงในเวลาอันสั้น หลังจากที่ปูตินประกาศจะดำเนินการขั้นเด็ดขาด
ในสายตาของสื่อจีนนั่นแสดงให้เห็นว่า เครมลินยังคงรักษาความสามารถในการป้องปรามไว้ได้อย่างแข็งแกร่ง
แถมยังแสดงว่าปูตินมีอำนาจเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ
สื่อจีนบอกว่าแม้วากเนอร์จะถอนตัวออกไป แต่สื่อตะวันตกบางสำนัก เช่น CNN และ The New Yorker ก็วิเคราะห์ว่า
"ปูตินกำลังเสี่ยงที่จะสูญเสียอำนาจที่กุมเอาไว้"
และ "เผยให้เห็นความอ่อนแอของปูติน"
ซีเอ็นเอ็นกล่าวว่า "นี่ไม่ใช่ครั้งแรกในฤดูใบไม้ผลินี้ที่เราเห็นว่ามอสโกดูอ่อนแอ การโจมตีด้วยโดรนในเครมลินในเดือนพฤษภาคมต้องทำให้ชนชั้นนำรอบๆ ปูตินตั้งคำถามว่า การป้องกันเมืองหลวงอ่อนแอขนาดนี้ได้อย่างไร"
แต่สื่อจีนอ้าง Cui Heng ผู้ช่วยนักวิจัยจาก Center for Russian ว่าชาติตะวันตกให้ความสนใจอย่างใกล้ชิดกับสถานการณ์
โดยหวังว่าจะกระตุ้นให้เกิดความรู้สึกต่อต้านรัสเซีย
ซึ่งเป็นยุทธวิธีทั่วไปและเป็นส่วนหนึ่งของสงครามความรู้ความเข้าใจตั้งแต่เกิดวิกฤตยูเครน
Global Times อ้างผู้เชี่ยวจีนคนนี้ว่า “อย่างไรก็ตาม การปราบปรามการก่อจลาจลในช่วงเวลาสั้นๆ ดังกล่าว เป็นการรวมอำนาจของรัฐบาลปูตินเข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งส่งผลกระทบเพียงเล็กน้อยในสนามรบแนวหน้าระหว่างรัสเซียและยูเครน”
ขณะที่เหตุการณ์กำลังคลี่คลาย เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ระมัดระวังหลีกเลี่ยงการแสดงความคิดเห็นโดยตรงเกี่ยวกับสิ่งที่บางคนย้ำว่าเป็นสถานการณ์ภายในของรัสเซีย
นักวิเคราะห์ฝั่งจีนมองว่าสหรัฐฯ กำลังพยายามใช้ประโยชน์จากสถานการณ์ และตอกย้ำว่าวอชิงตันมักจะมีเรื่องเล่าที่พยายามหาประเด็นที่จะอ้างว่ามีผลทำให้ความมั่นคงของรัสเซียอ่อนแอลง
สื่อจีนตั้งข้อสังเกตว่า ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐฯ พูดคุยกับผู้นำฝรั่งเศส เยอรมนี และอังกฤษ ท่ามกลางความกังวลว่าอำนาจควบคุมสถานการณ์ในประเทศของปูตินอาจลดลง
และโจเซป บอร์เรล หัวหน้าฝ่ายกิจการต่างประเทศของสหภาพยุโรป เลี่ยงความเห็นโดยตรงเกี่ยวกับสิ่งที่เขาเรียกว่าปัญหา "ภายใน" สำหรับรัสเซีย
เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ฉิน กัง มนตรีแห่งรัฐและรัฐมนตรีต่างประเทศของจีน ได้พบกับนายอันเดรย์ รูเดนโก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศของรัสเซียในกรุงปักกิ่ง
โดยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับความสัมพันธ์จีน-รัสเซีย และประเด็นข้อกังวลระดับโลกและระดับภูมิภาค อ้างจากกระทรวงการต่างประเทศจีน
Ma Zhaoxu รองรัฐมนตรีต่างประเทศจีน ได้พบกับรูเดนโกในกรุงปักกิ่ง เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาเช่นกัน
โดยกล่าวว่า ภายใต้สถานการณ์ระหว่างประเทศที่ซับซ้อนและรุนแรง จำเป็นต้องปฏิบัติตามฉันทามติสำคัญที่บรรลุโดยประมุขแห่งรัฐทั้งสอง สื่อสารอย่างทันท่วงที
กับตอกย้ำถึงความสัมพันธ์ระยะยาวระหว่างจีนกับรัสเซีย และการรักษาผลประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองฝ่าย
นอกจากนี้ นักการทูตจีนและรัสเซียยังได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับวิกฤตยูเครน และประเด็นข้อวิตกกังวลระหว่างประเทศและภูมิภาคอื่นๆ
“การคิดว่าการก่อจลาจลครั้งนี้มุ่งเป้าไปที่ปูตินนั้นเป็นความคิดที่เพ้อฝัน เนื่องจากนักการเมืองตะวันตกบางคนเคยชินกับการมองการเมืองรัสเซียในจินตนาการของพวกเขา ซึ่งแสดงให้เห็นว่าพวกเขาไม่เข้าใจเงื่อนไขพื้นฐานของรัสเซีย" ผู้เชี่ยวชาญจีนกล่าว
“นักการเมืองตะวันตกบางคนหวังจะเห็นปูตินสูญเสียการควบคุมประเทศ ในขณะรัสเซียกำลังตกอยู่ในความสับสนวุ่นวาย จนทำให้กองทหารรัสเซียจะล่าถอยจากยูเครน"
“และบางคนหวังว่าจะทำให้รัสเซียอ่อนแอลงหรือแตกแยก ซึ่งทั้งหมดนี้นำไปสู่การก่อจลาจลของวากเนอร์ที่เกินจริง...”
แต่นักวิเคราะห์จีนที่อ้างโดยสื่อจีนนี้ก็ยอมรับว่า เหตุการณ์ที่น่าทึ่งครั้งนี้จะทำให้ปูตินและทางการรัสเซียตระหนักชัดเจนยิ่งขึ้นว่า ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนไม่สามารถยืดเยื้อได้
“ยิ่งสงครามยืดเยื้อ ปัญหาและความขัดแย้งภายในประเทศก็จะยิ่งสะสมมากขึ้น...” ผู้เชี่ยวชาญย้ำ
และสรุปได้อย่างน่าสนใจว่า
“เหตุการณ์เหล่านั้นอาจผลักดันให้ปูตินเร่งยุติความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครน เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่คล้ายคลึงกัน และกระชับความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน เช่น เบลารุสและคาซัคสถาน”
ท่าทีของจีนจึงน่าวิเคราะห์อย่างยิ่ง...ด้านหนึ่งก็ปกป้องสถานภาพของปูตินอย่างแข็งขัน
อีกด้านหนึ่งก็ยอมรับว่าปูตินจะต้องปรับยุทธศาสตร์เรื่องสงครามยูเครนครั้งสำคัญ เพื่อป้องกันไม่ได้เกิดจุดอ่อนที่อาจนำไปสู่ปัญหาภายในประเทศของตน!
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ยุค‘ประโยชน์นิยม’ ชัยวุฒิซัดข้ามขั้วแบ่งเค้ก ยศชนันโอดกาสิโนหลอน
“อนุทิน" โต้เดือด "หยุ่น-วีระ" ลั่นชัดเจน "สีหศักดิ์-ศุภจี-เอกนิติ" คนของ "ภูมิใจไทย"
สื่ออาวุโสลืมหน้าที่ ‘หยุ่น-วีระ’ มาตรฐานที่หายไปในดงส้ม
การวิจารณ์นักการเมืองไม่ใช่เรื่องผิด และการตั้งคำถามกับพรรคการเมืองก็เป็นหน้าที่ปกติของสื่อมวลชน
แชร์สนั่นโซเชียล ลุกโชนเป็นไฟลามทุ่ง! ‘อนุทิน’ บุกเพจ ‘สุทธิชัย’ แจงกรณีคุยกับ ‘ทรัมป์’
ภายหลัง เพจ Suthichai Yoon โพสต์ข้อความว่า‘ทรัมป์‘ ให้สัมภาษณ์ Wall Street Journal ว่าเขาได้ใช้ tariff กดดันให้ไทยกับกัมพูชายุติการสู้รบ!
มีแม้วไม่มีเรา! วัดใจจุดยืน 'พรรคส้ม' หลังทักษิณขีดเส้นแบ่งข้างทุกเวทีแล้ว
นายสุทธิชัย หยุ่น สื่อมวลชนอาวุโส โพสต์เฟซบุ๊กว่า "พรรคส้มกล้าไหม? มีแม้วไม่มีเรา!
ประเทศเดียวในโลก ‘นายกฯทับซ้อน’ มหันตภัยปี 2568
นายสุทธิชัย หยุ่น สื่อมวลชนอาวุโส โพสต์เฟซบุ๊กว่าสำนักวิจัยต่าง ๆ กำลังวิเคราะห์เพื่อพยากรณ์ว่าประเทศไทยจะต้องเผชิญกับความท้าทายสาหัสอะไรบ้างใน


