ภัยไซเบอร์..น่ากลัวชะมัด

ได้รับวารสาร "บัวบาน" จากเครือเจริญโภคภัณฑ์ เห็นหัวข้อ "ไซเบอร์วัคซีน ภูมิคุ้มกันโจรออนไลน์" ก็เปิดอ่านทันที เพราะบัดเดี๋ยวนี้เหล่ามิจฉาชีพ โจรไซเบอร์ มีพัฒนาการในการล่อซื้อ ล่อลวง ล่อหลอก ให้เราเข้าไปคลิกนั่นโน่นนี่แบบต้องปรบมือให้ในไอเดีย และความคิดสร้างสรรค์ล้ำเลิศจริงๆ

เมื่ออ่านก็พบเนื้อหาสาระที่น่าตื่นตกใจมาก!! เพราะเขาระบุว่า ในการประชุม World Economic Forum 2023 เวทีระดับโลกที่เหล่าผู้นำ ผู้บริหาร และนักวิชาการจากทั่วโลกมาร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับทิศทางของเศรษฐกิจโลก ล่าสุดเมื่อเร็วๆ นี้ ทุกคนลงความเห็นว่า ภัยคุกคามไซเบอร์ถือเป็น 1 ใน 5 ความเสี่ยงที่สำคัญระดับโลก และมีการคาดการณ์ถึงความเสียหายที่จะเกิดขึ้นจากความเสี่ยงดังกล่าวในอีกไม่เกิน 2 ปีข้างหน้า หรือปี 2025 จะมีมูลค่าสูงถึง 10.5 ล้านล้านเหรียญฯ

สำหรับประเทศไทยนั้น มีข้อมูลระบุว่า ประชาชนจำนวนมากตกเป็นเหยื่อ ได้รับความเดือดร้อน สูญเสียทรัพย์สินมากมาย ซึ่งสถิติประมาณ 1 ปีจากการรวบรวมตัวเลขคดีแจ้งความออนไลน์ ตั้งแต่ต้นมีนาคม 2565 ถึงเมษายน 2566 มีทั้งสิ้น 235,677 คดี รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 3 หมื่นล้านบาทนะเจ้าคะ

อ่านแล้วก็ผวา!!! เลยล่ะ เพราะคงจะไม่มีใครช่วยเราป้องกันตัวเองได้ นอกจากเรารู้เท่าทันกับโลกใบนี้ที่เทคโนโลยีทันสมัยมาพร้อมกับความสะดวกสบายนั้น หมายถึงเราต้องมีความรอบคอบในการใช้งานให้มากขึ้น ถามตัวเองทุกครั้ง ก่อนตัดสินใจกระทำธุรกรรมใดๆ ทางการเงินผ่านคอมพิวเตอร์ และมือถือ ว่า ใช่หรือ ..จริงเปล่า..หากเกิดรู้สึก ..เอ๊ะ!! ขึ้นมาก็ต้องหยุดทันที แล้วหาข้อมูลต่างๆ หรือโทรหาแหล่งที่เชื่อถือได้เพื่อตรวจสอบ

เสียเวลาสักนิด ไม่ต้องรีบด่วน ชีวิตมนุษย์ป้า slow down กันแล้วนะคะ ชัวร์ก่อนค่อยกด หรือคลิก ไม่ทำให้เราล้าหลังหรอกนะคะ ..ขอบอก โดยเฉพาะเรื่องการขอรับบริจาคต่างๆ ซึ่งทุกวันนี้แชร์กันว่อนในโซเชียล บ้างก็เก่าเก็บ บ้างก็ฉวยโอกาส แม้แต่ช้างพลายศักดิ์สุรินทร์ ที่เพิ่งมาจากศรีลังกาแท้ๆ บรรดามิจฉาชีพยังยืมชื่อไปหลอกเงินเลย ..เฮ้อ!! น่ากลัวชะมัด..ยุคไซเบอร์.

"ป้าเอง"

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

มาขยับร่างกายกันดีกว่า

โลกใบนี้หนอ?!? นึกๆ ไปมันก็แปลก คนที่ยังขยับได้ กลับไม่ค่อยยอมขยับ นั่งจ่อมอยู่บนเก้าอี้ บ้างก็นั่งๆ นอนๆ อยู่บนเตียง ไถมือถือ ดูทีวี ฟังวิทยุ อ่านหนังสือ ส่วนคนที่ขยับไม่ได้ ประมาณว่า ป่วยติดเตียง หรือว่าเดี้ยงโดยเหตุผลอันใดก็ตาม ก็อยากจะขยับขาขึ้นมาเดินเหลือเกิน

มนุษย์หนอ...ในยามวิกฤต

เมื่อสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางปะทุขึ้นอีกระลอก ผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่เพียงพื้นที่สงคราม แต่ลุกลามมาถึงเศรษฐกิจโลก รวมถึงประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะต้นทุนพลังงานและราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภคแทบทุกชนิด

กตัญญู..มองผ่านซีรีส์

ในยุคที่ทุกคนก้มหน้าจอโทรศัพท์ จีนได้ใช้มินิซีรีส์แนวตั้ง หรือ “ดรามาสั้นแนวตั้ง” ความยาวตอนละ 1-2 นาที เป็นอาวุธลับในการฟื้นฟูค่านิยมกตัญญู อย่างเป็นระบบ

น้ำมันแพง..ได้เวลาดับไฟ?!?

ลูกหลานเจนใหม่ X Y Z คงจะนึกภาพไม่ออกกระมังว่า สถานการณ์ระส่ำระสายวุ่นวายอันเกิดจากน้ำมันขาดแคลนนั้น มันเป็นอย่างไร แต่มนุษย์ลุงป้าน้าอา เจอะเจอกันมาแล้วหลายครั้งนะ

โลกมันก็เป็นแบบนี้!!

เปิดทีวี ฟังวิทยุ หรือคลิกเข้าไปในโลกโซเชียล รู้สึกแบบมนุษย์ป้า!! ไหมคะว่า โลกทุกวันนี้เต็มไปด้วยข่าวสารที่ดูเหมือนจะหนักหน่วงขึ้นทุกวัน วุ่นวายปั่นป่วนเกินกว่าจะรับไหว ใจรู้สึกเบื่อหน่าย เหนื่อยล้า และกังวลอย่างบอกไม่ถูก และบางคนคงถึงขั้นอยากจะตะโกนบอกว่า “โลกทุกวันนี้มันช่างไม่น่าอยู่เอาเสียเลย”

เรื่องเล่าที่งดงาม "ลุงแฟรงก์กับสมาร์ทโฟน"

“ผมชื่อแฟรงก์ อายุ 73 ปี ปีที่แล้วลูกสาวซื้อสมาร์ทโฟนให้เป็นของขวัญคริสต์มาส บอกให้เลิกใช้โทรศัพท์ฝาพับเสียที” ผมไม่ได้อยากได้มัน ใช้แค่โทร.ออกเหมือนเครื่องเก่า จนวันหนึ่งเผลอเปิดแอปชุมชนชื่อ Nextdoor และเกือบลบทิ้ง กระทั่งเห็นโพสต์หนึ่งถามว่า “มีใครรู้วิธีปะถุงเท้าไหมคะ? ถุงเท้าคุณปู่จากสงครามโลกครั้งที่สองกำลังเป็นรู แต่ฉันอยากเก็บมันไว้”