
สถานการณ์ทางเศรษฐกิจไทยในเวลานี้ถือว่าอยู่ในช่วงเริ่มฟื้นตัว นับตั้งแต่การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 แม้ว่าในขณะนี้ไทยยังต้องเจอกับปัญหารุมเร้าที่ทำให้มีความเสี่ยงอยู่บ้าง ทั้งในเรื่องของการเมืองที่ยังไม่มีความแน่นอนในเรื่องของการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งย่อมส่งผลกระทบต่อการใช้เบิกจ่ายงบประมาณที่จะต้องอัดลงระบบเศรษฐกิจที่อาจจะล่าช้า รวมถึงเรื่องของเศรษฐกิจโลกที่มีปัญหารุมเร้ามากจนส่งผลต่อภาคการส่งออก
โดยมีการคาดการณ์จากหลายสำนักที่ประเมินว่า เศรษฐกิจไทยจะมีการเติบโตอยู่ในช่วง 2-3.5% ซึ่งพระเอกหลักในปีนี้คงหนีไม่พ้นการท่องเที่ยว
ล่าสุด นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ระบุว่า จากการประเมินดีมานด์ของการท่องเที่ยวปี 66 เชื่อว่าภาคท่องเที่ยวจะสามารถพยุงเศรษฐกิจในภาพรวมของประเทศได้ และคาดทั้งปีมีลุ้นนักท่องเที่ยวต่างชาติแตะ 30 ล้านคน หรือหากลดลงมาเชื่อว่าไม่ต่ำกว่าเป้าหมายที่วางไว้ 25 ล้านคน
ขณะที่นักท่องเที่ยวชาวไทยเที่ยวไทยจะมีตัวเลขอยู่ที่ 117-135 ล้านคน/ครั้ง โดยภาคท่องเที่ยวจะสร้างรายได้ให้ประเทศ 80% ของรายได้ท่องเที่ยวในปี 62 (ช่วงก่อนโควิด) หรือมีรายได้ประมาณ 2.38 ล้านล้านบาท
พร้อมกันนี้ตัวเลขช่วง 6 เดือนแรกปี 66 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยแล้วประมาณ 12.87 ล้านคน ส่วนจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติตลอดทั้งปีจะสามารถเพิ่มขึ้นไปถึง 30 ล้านคนได้หรือไม่ เบื้องต้น ททท.ได้ประเมินบรรยากาศการท่องเที่ยวและดูยอดจองล่วงหน้าร่วมกับภาคเอกชนเชื่อว่าจากนี้ต่อไปถึงสิ้นปีจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติจะเดินทางเข้าไทยได้ไม่ต่ำกว่าเดือนละ 2 ล้านคน และหากไตรมาสสุดท้ายของปีมีจำนวนนักท่องเที่ยว 3 ล้านคนต่อไป เป้าหมาย 30 ล้านคนคงอยู่ไม่ไกล
ด้านข้อมูลจากกองเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ระบุว่า ครึ่งปีแรกของปี 66 (ม.ค.-มิ.ย.) มีนักท่องเที่ยวต่างชาติกลับเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยประมาณ 63.5% เทียบก่อนการระบาดของโควิด-19 และนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้นกว่า 5 เท่า เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน โดย 5 อันดับแรกของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ได้แก่ มาเลเซีย จีน อินเดีย เกาหลีใต้และเวียดนาม คิดเป็น 48.6% ของนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด
อย่างไรก็ดี แม้ว่าภาพรวมการท่องเที่ยวดูมีการเติบโตที่สดใส แต่ก็ยังมีความเหลื่อมล้ำที่เกิดขึ้นในอุตสาหกรรม เช่นเดียวกัน โดยจากข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้เปิดเผยผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการที่พักแรมประจำเดือน มิ.ย.2566 (Hotel business operator Sentiment Index) จากผู้ประกอบการที่พักแรม 120 แห่ง ระหว่างวันที่ 9-23 มิ.ย.2566 ซึ่งจัดทำร่วมกันสมาคมโรงแรมไทย พบว่าอัตราการเข้าพักโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 46%
ลดลงต่อเนื่องจากเดือนก่อนตามการเข้าสู่ช่วงโลว์ซีซั่น (low season) ทำให้สัดส่วนลูกค้านักท่องเที่ยวต่างชาติปรับลดลง ซึ่งสัดส่วนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ลดลงนั้น โดยส่วนใหญ่เป็นลูกค้าเอเชีย ตะวันออกกลาง และจีน ขณะที่สัดส่วนนักท่องเที่ยวไทยเพิ่มขึ้น ส่วนคาดการณ์อัตราการเข้าพักในเดือน ก.ค.2566 นั้น เฉลี่ยอยู่ที่ 46% ผู้ประกอบการในธุรกิจโรงแรมยังต้องการให้ภาครัฐออกมาตรการช่วยเหลือ โดยกว่า 73% ต้องการให้ลดค่าสาธารณูปโภค และ 61% สนับสนุนมาตรการทางภาษี
สอดรับกับข้อมูลของนายอดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์ เลขาธิการสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) ที่ระบุว่า ประเด็นสำคัญในขณะนี้คือปัญหาด้านซัพพลาย โรงแรมขนาดใหญ่ 4-5 ดาวจะมีอัตราเข้าพักสูงมาก ลูกค้าที่มาหลังโควิดส่วนใหญ่มักที่จะใช้บริการโรงแรมที่เป็นอินเตอร์เนชันแนลแบรนด์ แต่ส่วนที่เป็นโลคัล แบรนด์ท้องถิ่น ช่วงนี้เป็นช่วงที่กำลังจะฟื้นตัว ยังต้องการความช่วยเหลืออยู่มาก ตรงนี้ก็จะต้องดูแลเป็นพิเศษ โดยเฉพาะการขาดแคลนเรื่องแรงงาน ที่หายไปจากระบบ และแรงงานที่กลับเข้ามาในระบบก็ถูกผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดใหญ่ดึงตัวไปโดยมีการจ้างที่แพงขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการขนาดเล็กมีปัญหาแรงงานในตอนนี้
ทั้งนี้หากมีการบริหารจัดการที่ดี เชื่อว่าท่องเที่ยวจะกลายเป็นพระเอกตัวจริงของเศรษฐกิจไทยไปอีกนาน.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ยาแรงหรือแค่ยาแก้ปวด?
ท่ามกลางภาวะสุญญากาศทางเศรษฐกิจที่ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ไทยต้องเผชิญกับมรสุม "วิกฤตซ้ำซ้อน" มาอย่างยาวนาน ตั้งแต่บาดแผลเรื้อรังจากโรคระบาดที่ยังไม่ทันสมานดี กลับต้องมาถูกซ้ำเติมด้วยวิกฤตพลังงานโลกที่ทำให้ต้นทุนการผลิตและค่าขนส่งพุ่งทะยานอย่างควบคุมไม่ได้ สถานการณ์ในวันนี้ไม่ใช่เพียงแค่การกำไรลดลง แต่คือการดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดในสภาวะที่ "สภาพคล่องติดขัด หนี้เสียติดหล่ม และหนี้นอกระบบกลายเป็นกับดัก"
กระตุ้นท่องเที่ยวขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ถือเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของเศรษฐกิจไทย ทั้งในด้านการสร้างรายได้ การจ้างงาน และการกระจายเม็ดเงินสู่ภูมิภาคต่างๆ ของประเทศ ภายหลังการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวทั่วโลก
โซลาร์รูฟท็อป ฝ่าวิกฤตค่าไฟฟ้าแพง
สถานการณ์สงครามตะวันออกกลางส่งผลให้ราคาพลังงานเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว ทั่วโลกต่างได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้า ซึ่ง คุรุจิต นาครทรรพ ผู้อำนวยการสถาบันปิโตรเลียมและพลังงานแห่งชาติ คาดการณ์ว่าสถานการณ์คงจะยืดเยื้อไม่จบภายในปี 2569 จะทำให้วิกฤตราคาพลังงานลากยาว ดังนั้นประเทศไทยต้องเร่งปรับตัวเพื่อรองรับกับวิกฤตดังกล่าว
เมื่อ‘การมีงาน’ไม่ได้แปลว่า‘มั่นคง’?
เพิ่งจะผ่านพ้นวันที่ 1 พฤษภาคมไป ซึ่งแน่นอนว่า “แรงงาน” ในสังคมไทยนับว่ามีความสำคัญอย่างมากในฐานะกำลังสำคัญของเศรษฐกิจ แต่ในวันแรงงานปี 2569 คำถามของคนทำงานจำนวนไม่น้อยอาจไม่ใช่เพียง “ยังมีงานทำหรือไม่” หากเป็น “รายได้ที่มีอยู่ วันนี้ยังพอรับมือกับความไม่แน่นอนข้างหน้าได้แค่ไหน?”
หนึ่งทศวรรษค่าจ้างขั้นต่ำไทย
ในช่วงกว่าทศวรรษที่ผ่านมา ‘ค่าจ้างขั้นต่ำ’ ของประเทศไทยถูกวางบทบาทให้เป็นทั้งเครื่องมือคุ้มครองแรงงานและกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ตัวเลขที่ปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องอาจสะท้อนภาพของความก้าวหน้าในเชิงนโยบาย
เมื่อดาต้าไม่ได้มาแค่สร้างตึก
ย้อนกลับไปเมื่อ 2-3 ปีก่อน เราอาจได้ยินข่าวการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) ในไทยระดับ “หมื่นล้าน” จนคุ้นหู แต่ภาพเหล่านั้นมักจะเป็นเพียงตัวเลขบนกระดาษหรือไซต์ก่อสร้างขนาดใหญ่ในแถบเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) แต่ว่าในปี 2026 นี้ ทิศทางได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อยักษ์ใหญ่อย่าง DayOne Data Center ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ประกาศเฟ้นหาบุคลากรไทยกว่า 500 ตำแหน่ง

