ปัญหาชอบ-ไม่ชอบในสังคมไทย กำลังบานปลายกันไปเรื่อยๆ เพราะต่างคนต่างก็เชื่อในสิ่งที่ตัวเองชอบ แล้วรู้สึกไม่ชอบในสิ่งที่คนอื่นชอบไม่เหมือนกับตัวเอง
เมื่อหาจุดลงตัวไม่ได้ ความเครียดก็จึงบังเกิด!!
มนุษย์ป้าไปอ่านเจอนิทานเรื่องนี้เข้า ก็เลยรู้สึกว่า เพลินๆ ได้แง่คิดบ้างไม่มากก็น้อย จึงนำมาขยายต่อ เผื่อว่าคิดตามกันแล้ว จะลด ละ เลิก อารมณ์ส่วนตัวกันได้บ้างนะคะ ..เรื่องมีอยู่ว่า
...เย็นวันหนึ่ง แพะเชิญหมามากินอาหารค่ำ มันเตรียมหญ้าที่ทั้งสดใหม่ไว้ต้อนรับหมา เมื่อหมามาถึง มันฝืนใจกินหญ้าได้แค่ 2 คำ มันก็กินอีกต่อไปไม่ได้
ผ่านไป 2 วัน หมาก็เชื้อเชิญให้แพะมาทานอาหารเย็นที่บ้านเช่นกัน
หมานึกถึงอาหารที่แพะต้อนรับมันแล้ว ก็คิดในใจว่าจะต้องไม่ขี้เหนียวเหมือนแพะแน่นอน มันจะต้อนรับแพะไม่ให้ขาดตกบกพร่องเหมือนที่แพะทำกับมัน
มันเตรียมกระดูกซี่โครงอย่างดีไว้เต็มโต๊ะ เมื่อแพะมาถึง กลับกินกระดูกไม่ได้แม้แต่คำเดียว!
บางครั้ง สิ่งที่เราชอบ คนอื่นอาจจะไม่ได้ชอบตาม อย่าบีบบังคับให้ใครๆ ต้องชอบเหมือนเรา ยามพบเจอกับปัญหา ต้องคิดแทนฝ่ายตรงข้าม เอาใจเขามาใส่ใจเรา คุณจะเข้าใจปัญหาและผู้คนรอบข้างได้มากขึ้น
นิทานเรื่องนี้น่าจะสะกิดใจได้ว่า..ธรรมชาติของคนเรามักจะคิดเข้าข้างตัวเอง คิดว่าสิ่งที่เรามองเห็น ก็คือสิ่งที่ถูกต้อง โดยไม่ได้คิดว่า อีกฝ่าย หรือคนอื่นจะคิด หรือมองแตกต่างกันอย่างไรบ้าง ดังนั้น ถ้าเราจะบริหารจัดการคนได้ดี เป็นผู้นำที่ดี เราต้องฝึกเข้าในมุมมองของคนอื่นด้วยเช่นกัน เพื่อที่จะไม่ต่างคนต่างคิดกันไปเอง แล้วก็มีแต่ความขัดแย้งเกิดขึ้นหาทางลงไม่ได้สักที.
"ป้าเอง"
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
มาขยับร่างกายกันดีกว่า
โลกใบนี้หนอ?!? นึกๆ ไปมันก็แปลก คนที่ยังขยับได้ กลับไม่ค่อยยอมขยับ นั่งจ่อมอยู่บนเก้าอี้ บ้างก็นั่งๆ นอนๆ อยู่บนเตียง ไถมือถือ ดูทีวี ฟังวิทยุ อ่านหนังสือ ส่วนคนที่ขยับไม่ได้ ประมาณว่า ป่วยติดเตียง หรือว่าเดี้ยงโดยเหตุผลอันใดก็ตาม ก็อยากจะขยับขาขึ้นมาเดินเหลือเกิน
มนุษย์หนอ...ในยามวิกฤต
เมื่อสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางปะทุขึ้นอีกระลอก ผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่เพียงพื้นที่สงคราม แต่ลุกลามมาถึงเศรษฐกิจโลก รวมถึงประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะต้นทุนพลังงานและราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภคแทบทุกชนิด
กตัญญู..มองผ่านซีรีส์
ในยุคที่ทุกคนก้มหน้าจอโทรศัพท์ จีนได้ใช้มินิซีรีส์แนวตั้ง หรือ “ดรามาสั้นแนวตั้ง” ความยาวตอนละ 1-2 นาที เป็นอาวุธลับในการฟื้นฟูค่านิยมกตัญญู อย่างเป็นระบบ
น้ำมันแพง..ได้เวลาดับไฟ?!?
ลูกหลานเจนใหม่ X Y Z คงจะนึกภาพไม่ออกกระมังว่า สถานการณ์ระส่ำระสายวุ่นวายอันเกิดจากน้ำมันขาดแคลนนั้น มันเป็นอย่างไร แต่มนุษย์ลุงป้าน้าอา เจอะเจอกันมาแล้วหลายครั้งนะ
โลกมันก็เป็นแบบนี้!!
เปิดทีวี ฟังวิทยุ หรือคลิกเข้าไปในโลกโซเชียล รู้สึกแบบมนุษย์ป้า!! ไหมคะว่า โลกทุกวันนี้เต็มไปด้วยข่าวสารที่ดูเหมือนจะหนักหน่วงขึ้นทุกวัน วุ่นวายปั่นป่วนเกินกว่าจะรับไหว ใจรู้สึกเบื่อหน่าย เหนื่อยล้า และกังวลอย่างบอกไม่ถูก และบางคนคงถึงขั้นอยากจะตะโกนบอกว่า “โลกทุกวันนี้มันช่างไม่น่าอยู่เอาเสียเลย”
เรื่องเล่าที่งดงาม "ลุงแฟรงก์กับสมาร์ทโฟน"
“ผมชื่อแฟรงก์ อายุ 73 ปี ปีที่แล้วลูกสาวซื้อสมาร์ทโฟนให้เป็นของขวัญคริสต์มาส บอกให้เลิกใช้โทรศัพท์ฝาพับเสียที” ผมไม่ได้อยากได้มัน ใช้แค่โทร.ออกเหมือนเครื่องเก่า จนวันหนึ่งเผลอเปิดแอปชุมชนชื่อ Nextdoor และเกือบลบทิ้ง กระทั่งเห็นโพสต์หนึ่งถามว่า “มีใครรู้วิธีปะถุงเท้าไหมคะ? ถุงเท้าคุณปู่จากสงครามโลกครั้งที่สองกำลังเป็นรู แต่ฉันอยากเก็บมันไว้”



