การเมืองไม่กระทบท่องเที่ยว

จากสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนของการเมืองในประเทศไทยขณะนี้ ทำให้หลายฝ่ายมีความกังวลว่าจะกระทบต่อภาค “การท่องเที่ยว” ที่เป็นฟันเฟืองสำคัญซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ พร้อมกับสร้างรายได้ให้ประเทศที่มีตัวเลขมหาศาล แน่นอนว่าหากเกิดการชุมนุมประท้วง สิ่งที่ตามมาอาจส่งผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวอย่างแน่นอน ซึ่งจะทำให้ความเชื่อมั่นที่มีจากนักท่องเที่ยวลดลงด้วยเช่นกัน

มาดูข้อมูลจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) แจ้งว่า 6 เดือนแรกปี 2566 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยแล้วประมาณ 12.87 ล้านคน ส่วนจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติตลอดทั้งปีจะสามารถเพิ่มขึ้นไปถึง 30 ล้านคนได้หรือไม่

เบื้องต้น ททท.ได้ประเมินบรรยากาศการท่องเที่ยวและดูยอดจองล่วงหน้าร่วมกับภาคเอกชน เชื่อว่าจากนี้ต่อไปถึงสิ้นปีจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยไม่ต่ำกว่าเดือนละ 2 ล้านคน และหากไตรมาสสุดท้ายของปีมีจำนวนนักท่องเที่ยว 3 ล้านคนต่อไปเป้าหมาย 30 ล้านคนคงอยู่ไม่ไกล

ขณะเดียวกันก็ต้องมาดูว่าตลอดทั้งปีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติน่าจะไม่น้อยกว่า 25 ล้านคน แต่จะถึง 30 ล้านคนหรือไม่ต้องดูเดือน ต.ค.2566 เพราะเป็นช่วงวันชาติของจีน และเป็นช่วงเริ่มต้นฤดูหนาวสำหรับนักท่องเที่ยวตะวันตก แต่ที่ผ่านมาตลอด 6 เดือน จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไป คือ เดินทางเที่ยวไทยโดยมีวันพักเพิ่มขึ้น จึงเชื่อว่ารายได้โดยรวมจะเพิ่มขึ้น และสามารถพยุงเศรษฐกิจในช่วงที่การส่งออกปีนี้ติดลบ

รายงานข่าวจากกองเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ระบุว่า ครึ่งปีแรกของปี 2566 (ม.ค.-มิ.ย.) มีนักท่องเที่ยวต่างชาติกลับเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยประมาณ 63.5% เทียบก่อนการระบาดของโควิด-19 และนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพิ่มขึ้นกว่า 5 เท่าเมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน โดย 5 อันดับแรกของนักท่องเที่ยวต่างชาติได้แก่ มาเลเซีย จีน อินเดีย เกาหลีใต้ และเวียดนาม คิดเป็น 48.6% ของนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด

ในส่วนของกองเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและกีฬายังคงเป้าหมายนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ 27.39 ล้านคน คาดการณ์ว่าเดือน ก.ค.2566 จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ 2.29 ล้านคน จากปัจจัยต่างๆ ที่ยังคงสัญญาณที่ดีต่อการเติบโตของนักท่องเที่ยว บรรยากาศการท่องเที่ยวโลกยังคงได้รับแรงกดดันจากสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ และสถานการณ์ความขัดแย้งเชิงภูมิรัฐศาสตร์ในบริเวณพื้นที่ทะเลจีนใต้ ตลอดจนความไม่แน่นอนของการสู้รบระหว่างรัสเซียและยูเครน ที่อาจจะยกระดับความรุนแรงขึ้น

สำหรับแนวโน้มสถานการณ์ท่องเที่ยวตลาดต่างประเทศ ปี 2567 ยังคงฟื้นตัวดีต่อเนื่อง หลังวิกฤตโควิด-19 คลี่คลาย โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากเศรษฐกิจโลกขยายตัว เงินเฟ้อโลกปรับตัวลดลง การฟื้นตัวของการเดินทางทางอากาศที่สมาคมการขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (ไออาต้า) คาดว่าจะฟื้นตัว 94% เมื่อเทียบกับปี 2562 กิจกรรมกระตุ้นการเดินทางที่จะเกิดขึ้น เช่น ททท.ต่อสัญญาคู่มือมิชลิน ไกด์ ประเทศไทย อีก 5 ปีถึงปี 2569 ไทยจะเป็นเจ้าภาพโมโตจีพีต่อเนื่องถึงปี 2568 อีกทั้งยังมีแผนจะเปิดสำนักงาน ททท.ต่างประเทศแห่งใหม่ ที่กรุงริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย

รวมถึงการเปิดให้บริการโครงสร้างพื้นฐานรองรับการท่องเที่ยวในปีหน้า อาทิ สะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 5 “บึงกาฬ-บอลิคำไซ” การเปิดรันเวย์ 3 สนามบินสุวรรณภูมิ การยกระดับสนามบินนครศรีธรรมราชให้เป็นสนามบินนานาชาติ การเปิดให้บริการอาคารผู้โดยสารหลังใหม่ และการขยายหลุมจอดสนามบินกระบี่ รองรับชาร์เตอร์ไฟลต์ได้เพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าปัจจัยที่จะกระทบกับความเชื่อมั่นกับเศรษฐกิจของไทยนั้น ถือว่าสถานการณ์ทางการเมืองเป็นหนึ่งในปัจจัยภายในหลักๆ นอกเหนือจากปัจจัยภายนอกอย่างความไม่แน่นอนของวิกฤตรัสเซีย-ยูเครน ที่อาจส่งผลต่อความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ราคาพลังงาน ซึ่งสิ่งเหล่านี้คงต้องจับตาอย่างใกล้ชิดโดยเฉพาะปัจจัยภายนอกที่อาจจะส่งผลกระทบกับการท่องเที่ยวของไทยได้.   

 

กัลยา ยืนยง

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ยาแรงหรือแค่ยาแก้ปวด?

ท่ามกลางภาวะสุญญากาศทางเศรษฐกิจที่ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ไทยต้องเผชิญกับมรสุม "วิกฤตซ้ำซ้อน" มาอย่างยาวนาน ตั้งแต่บาดแผลเรื้อรังจากโรคระบาดที่ยังไม่ทันสมานดี กลับต้องมาถูกซ้ำเติมด้วยวิกฤตพลังงานโลกที่ทำให้ต้นทุนการผลิตและค่าขนส่งพุ่งทะยานอย่างควบคุมไม่ได้ สถานการณ์ในวันนี้ไม่ใช่เพียงแค่การกำไรลดลง แต่คือการดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดในสภาวะที่ "สภาพคล่องติดขัด หนี้เสียติดหล่ม และหนี้นอกระบบกลายเป็นกับดัก"

กระตุ้นท่องเที่ยวขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ถือเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของเศรษฐกิจไทย ทั้งในด้านการสร้างรายได้ การจ้างงาน และการกระจายเม็ดเงินสู่ภูมิภาคต่างๆ ของประเทศ ภายหลังการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวทั่วโลก

โซลาร์รูฟท็อป ฝ่าวิกฤตค่าไฟฟ้าแพง

สถานการณ์สงครามตะวันออกกลางส่งผลให้ราคาพลังงานเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว ทั่วโลกต่างได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้า ซึ่ง คุรุจิต นาครทรรพ ผู้อำนวยการสถาบันปิโตรเลียมและพลังงานแห่งชาติ คาดการณ์ว่าสถานการณ์คงจะยืดเยื้อไม่จบภายในปี 2569 จะทำให้วิกฤตราคาพลังงานลากยาว ดังนั้นประเทศไทยต้องเร่งปรับตัวเพื่อรองรับกับวิกฤตดังกล่าว

เมื่อ‘การมีงาน’ไม่ได้แปลว่า‘มั่นคง’?

เพิ่งจะผ่านพ้นวันที่ 1 พฤษภาคมไป ซึ่งแน่นอนว่า “แรงงาน” ในสังคมไทยนับว่ามีความสำคัญอย่างมากในฐานะกำลังสำคัญของเศรษฐกิจ แต่ในวันแรงงานปี 2569 คำถามของคนทำงานจำนวนไม่น้อยอาจไม่ใช่เพียง “ยังมีงานทำหรือไม่” หากเป็น “รายได้ที่มีอยู่ วันนี้ยังพอรับมือกับความไม่แน่นอนข้างหน้าได้แค่ไหน?”

หนึ่งทศวรรษค่าจ้างขั้นต่ำไทย

ในช่วงกว่าทศวรรษที่ผ่านมา ‘ค่าจ้างขั้นต่ำ’ ของประเทศไทยถูกวางบทบาทให้เป็นทั้งเครื่องมือคุ้มครองแรงงานและกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ตัวเลขที่ปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องอาจสะท้อนภาพของความก้าวหน้าในเชิงนโยบาย

เมื่อดาต้าไม่ได้มาแค่สร้างตึก

ย้อนกลับไปเมื่อ 2-3 ปีก่อน เราอาจได้ยินข่าวการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) ในไทยระดับ “หมื่นล้าน” จนคุ้นหู แต่ภาพเหล่านั้นมักจะเป็นเพียงตัวเลขบนกระดาษหรือไซต์ก่อสร้างขนาดใหญ่ในแถบเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) แต่ว่าในปี 2026 นี้ ทิศทางได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อยักษ์ใหญ่อย่าง DayOne Data Center ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ประกาศเฟ้นหาบุคลากรไทยกว่า 500 ตำแหน่ง