
อีกหนึ่งธุรกิจที่มีแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ต้องยกให้ “Food Delivery” โดยเฉพาะในช่วงที่รัฐบาลมีการใช้มาตรการเข้มข้นเพื่อควบคุมการแพร่ระบาด (ล็อกดาวน์) งดการเดินทาง, Work From Home (WFH) เป็นต้น ทำให้ประชาชนส่วนใหญ่ต้องอยู่กับบ้าน การสั่งอาหารผ่าน Food Delivery จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนในยุคโควิด-19 ด้วยความสะดวกสบาย บวกกับเทคโนโลยีที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นการอยู่กับบ้านจึงไม่เป็นอุปสรรคในการสั่งซื้ออาหารอีกต่อไป
“ศูนย์วิจัยกสิกรไทย” ได้คาดการณ์ทิศทางตลาดการสั่งอาหารไปส่งยังที่พัก Food Delivery ในปี 2565 ว่า จะยังปรับตัวเพิ่มขึ้น
จากการที่ผู้ให้บริการแอปพลิเคชันจัดส่งอาหารไปยังที่พักจัดโปรโมชันกระตุ้นตลาดอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งขยายฐานร้านค้าและกลุ่มลูกค้าใหม่ไปสู่พื้นที่ต่างจังหวัดมากขึ้น รวมถึงความคุ้นชินของผู้บริโภค
การระบาดของโควิด-19 มาตรการจำกัดการให้บริการร้านอาหาร และนโยบาย WFH พฤติกรรมของผู้บริโภคที่มีความคุ้นชินกับการใช้แอปพลิเคชันจัดส่งอาหารไปยังที่พัก และมาตรการคนละครึ่งของภาครัฐ ทำให้ทั้งปี 2564 มูลค่าตลาดของการสั่งอาหารไปส่งยังที่พัก Food Delivery (ฐานคำนวณใหม่ ได้รวมสินค้าในหมวดเบเกอรี่และเครื่องดื่ม อาทิ ชา กาแฟ น้ำผลไม้ เป็นต้น) เติบโตกว่า 46.4% จากปี 2563
ส่วนแนวโน้มในปี 2565 “ศูนย์วิจัยกสิกรไทย” ประมวลข้อมูลจากความร่วมมือของ LINE MAN, Wongnai และข้อมูลในตลาด คาดว่า ปริมาณการสั่งอาหารผ่านแพลตฟอร์ม Food Delivery อาจจะยังเพิ่มขึ้นจากแรงหนุนด้านความต้องการของผู้ใช้บริการ ท่ามกลางการทำงานแบบ Hybrid Work กลยุทธ์การปรับตัวของผู้ประกอบการในการขยายฐานรายได้ในพื้นที่ใหม่ และฐานลูกค้าสะสมของผู้ใช้บริการทั้งฝั่งผู้บริโภคและร้านอาหารเร่งตัวขึ้นจากผลของโควิดที่ระบาดรุนแรง แต่การเพิ่มขึ้นน่าจะชะลอลงเมื่อเทียบกับปี 2564
โดยมุมมองต่อทิศทางตลาดการส่งอาหารไปยังที่พักในปีหน้านั้น ส่วนหนึ่งคือ Hybrid Work และความคุ้นชิน รวมถึงการกระตุ้นตลาดโดยใช้โปรโมชันของผู้ประกอบการ น่าจะทำให้ลูกค้าผู้ใช้บริการที่เคยใช้อยู่แล้ว ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มวัยทำงาน Gen Y และกลุ่มวัยรุ่น Gen Z ยังคงใช้บริการต่อเนื่อง ขณะเดียวกันผู้ประกอบการธุรกิจร้านอาหารในกลุ่ม Fast Food ให้ความสำคัญกับการทำตลาด Food Delivery การปรับรูปแบบธุรกิจร้านอาหารมายัง Cloud Kitchen และ Ghost Kitchen ของผู้ประกอบการรายใหญ่ รวมถึงผู้ให้บริการแพลตฟอร์มจัดส่งอาหารไปยังที่พัก ที่เน้นเจาะไปยังชุมชน ชานเมืองและในต่างจังหวัด เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ได้มากขึ้น ก็น่าจะช่วยเพิ่มฐานผู้ใช้ทั้งฝั่งผู้บริโภคและร้านอาหารที่มีคุณภาพให้เข้ามาในระบบมากขึ้น
โดยในระยะข้างหน้า “ศูนย์วิจัยกสิกรไทย” มองว่า การขยายพื้นที่การทำตลาดของผู้ประกอบการแพลตฟอร์มจัดส่งอาหารและการทำโปรโมชันด้านการตลาดอย่างต่อเนื่องนั้น น่าจะผลักดันให้ดัชนีจำนวนครั้งในการสั่งอาหารของผู้บริโภคในปี 2565 อยู่ที่ 477 (ฐาน 100 ที่ปี 2561) เพิ่มขึ้น 2.9% ชะลอลงเมื่อเทียบกับปี 2564
ขณะที่ในปี 2565 ราคาหรือยอดสั่งอาหารต่อครั้งน่าจะเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน แต่ในอัตราที่จำกัด ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงและกำลังซื้อของครัวเรือนที่เปราะบาง โดยมองว่ายอดคำสั่งซื้อต่อครั้งน่าจะเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 193 บาท เพิ่มขึ้นจากค่าเฉลี่ยที่ประมาณ 190 บาท โดยการเพิ่มขึ้นเป็นผลหลักจากการปรับตัวขึ้นของต้นทุนของร้านอาหาร ขณะที่ประเภทอาหารที่ผู้บริโภคนิยมสั่ง อาจจะยังคงเป็นกลุ่มที่ตอบโจทย์ด้านความคุ้มค่า ความสะดวก และรสชาติที่แตกต่าง ส่วนความหลากหลายและจำนวนร้านอาหารสะสมที่เข้าร่วมในแพลตฟอร์มที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามการรุกขยายไปยังพื้นที่ใหม่ๆ ของผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม จากเดิมที่ก็สูงอยู่แล้ว จะทำให้การแข่งขันในตลาดมีความรุนแรงมากขึ้น และการทำกิจกรรมส่งเสริมการตลาดหรือโปรโมชันจะยังมีอยู่อย่างต่อเนื่อง เหล่านี้อาจเป็นแรงกดดันที่ทำให้ราคาอาหารน่าจะปรับขึ้นได้จำกัด
อย่างไรก็ดี ในระยะต่อไปอาจจะยังได้เห็นการแข่งขันในตลาดที่รุนแรงผ่านการจัดโปรโมชันต่างๆ ซึ่งท้ายที่สุดคาดหวังว่าประเด็นเหล่านี้จะเป็นผลดีต่อผู้บริโภคที่นิยมใช้บริการ Food Delivery ในยุคที่การใช้ชีวิตปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์.
ครองขวัญ รอดหมวน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ฝากการบ้านรัฐบาล
โฉมหน้าของรัฐบาลและคณะรัฐมนตรีมีผลโดยตรงต่อความเชื่อมั่นของประชาชนและนักลงทุน พร้อมกันนี้อยากเห็นการจัดตั้งรัฐบาลใหม่เกิดขึ้นโดยเร็ว เพื่อให้การบริหารประเทศและการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจเดินหน้าได้อย่างต่อเนื่อง
เปิดเทรนด์และนิยาม‘การท่องเที่ยว’ปี69
การเดินทางเป็นเรื่องเฉพาะตัวมาโดยตลอด ทว่าในปี 2569 การเดินทางจะเปลี่ยนไปจากแผนการเดินทางเดียวที่เข้ากับผู้ร่วมทริปทุกคนให้เป็นแผนการเดินทางที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะตัวมากยิ่งขึ้น
ถึงเวลาพลิกฟื้น‘เอสเอ็มอี’
ท่ามกลางสัญญาณเศรษฐกิจที่เปราะบาง เศรษฐกิจไทยในปี 2569 ถูกประเมินว่าจะเติบโตเพียง 1.8% สะท้อนการชะลอตัวที่ชัดเจนและต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่ม ASEAN-6 โดยเป็นครั้งแรกในรอบหลายทศวรรษที่อัตราการเติบโตอาจต่ำกว่า 2%
ญี่ปุ่นไม่ถอยชูไทยฐานหลักในอาเซียน
ในช่วงที่เศรษฐกิจโลกยังผันผวน ทั้งจากสงครามการค้า นโยบายประเทศมหาอำนาจ และความไม่แน่นอนรอบด้าน การตัดสินใจลงทุนของนักลงทุนต่างชาติถือเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่า “ประเทศไหนยังน่าเชื่อถือ”
‘LISA Effect’บูมท่องเที่ยวไทย
ปัจจุบัน อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย กำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อครั้งสำคัญ ท่ามกลางพฤติกรรมนักท่องเที่ยวที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ควบคู่กับแรงกดดันจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์
ปี69อุตฯยานยนต์ยังเหนื่อย
ในช่วง 2-3 ปีนี้ อุตสาหกรรมรถยนต์กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี จากเครื่องยนต์สันดาปไปสู่ไฟฟ้ามากขึ้นและเป็นไปอย่างรวดเร็ว ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจทั่วโลกที่มีความผันผวนจากปัจจัยท้าทายรอบด้าน

