สะพานหัน..หาความต่อเนื่อง

อาจจะเป็นเพราะซีรีส์เกาหลี King The Land ทำให้ "สะพานหัน" กลับมาคึกคัก กลายเป็นจุดเช็กอินของบรรดานักท่องเที่ยวทั้งไทยและเทศอีกครั้ง หลังจากซบเซาเงียบเหงาอยู่พักใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่เรามีผู้ว่าฯ กทม.ขยันวิ่ง ขยันไปออกงานอีเวนต์เพื่อโพสต์รูปตัวเองในโลกโซเชียล จนเกิดคำถามว่า ..เอาเวลาไหนทำงาน?!?

พระเอกนางเอกของเรื่องและกลุ่มเพื่อน ไปเที่ยวสะพานหัน สนุกสนานกับอาหารไทยนานาชนิด ทั้งกลางวันและกลางคืน แม้จะไม่ปะติดปะต่อ ดูมั่วๆ เดี๋ยวโผล่ไปตรงนั้น โผล่ไปตรงโน้น โดยมีรถสองแถวเป็นพาหนะ แต่ก็ต้องกล่าวขอบคุณ..คำสะมิดะ..กับซีรีส์เรื่องนี้ ที่ช่วยโปรโมตประเทศไทยแบบที่เรียกว่า ซอฟต์เพาเวอร์ได้งดงาม

อย่างไรก็ตาม ถ้าถามว่า วันนี้ "สะพานหัน" งดงามจริงตามท้องเรื่องในซีรีส์หรือเปล่านั้น ก็ต้องบอกว่า หันไปหันมา รู้สึกเสียดาย ที่ผู้ว่าฯ กทม.คนเก่า พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง เขาอุตส่าห์บริหารจัดการพื้นที่ไว้อย่างดี สะอาดสะอ้าน ผ่านการต่อสู้และขอความร่วมมือจากบรรดาพ่อค้าแม่ค้าบริเวณนี้ ที่อาศัยจับจองพื้นที่ทำมาหากินมานานแสนนาน จนกระทั่งได้รับความร่วมมือในการปรับปรุงภูมิทัศน์ของคลองโอ่งอ่าง จนกลายมาเป็นถนนคนเดิน Landmark แห่งใหม่ของ กทม. แต่ตอนนี้ดูเหมือนขาดการดูแลที่ควรจะเป็น ทั้งๆ ที่เรามีของดีและใช้งบประมาณไปกว่า 300 ล้านบาท ณ จุดนี้

มองจากมุมของมนุษย์ป้า ที่เคยเดินสะพานหัน สัมผัสคลองโอ่งอ่างมาตั้งแต่น้ำในคลองดำปี๋ เข้าไปแต่ละที ก็ต้องทำตัวลีบที่สุด เพราะร้านค้าวางแผงขายของกันแบบไม่เกรงใจใคร จวบจนเมื่อ 5 ปีที่ผ่านมา คลองโอ่งอ่างเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือนั้น อยากจะส่งเสียงถึงผู้รับผิดชอบว่า อย่าปล่อยให้เสียของ หรือเปิดโอกาสให้หาบเร่แผงลอยเข้ามายึดพื้นที่ สร้างปัญหาความไม่เป็นระเบียบ ขาดความสวยงามอีกเลย

ผู้บริหารที่ดี ควรจะสืบสานผลงาน หรือสิ่งที่ดีต่อ ไม่ใช่คิดว่า ไม่ใช่ผลงานตัวเองก็ปล่อยปละละเลยนะจ๊ะ.                                                                                            'ป้าเอง' 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

มาขยับร่างกายกันดีกว่า

โลกใบนี้หนอ?!? นึกๆ ไปมันก็แปลก คนที่ยังขยับได้ กลับไม่ค่อยยอมขยับ นั่งจ่อมอยู่บนเก้าอี้ บ้างก็นั่งๆ นอนๆ อยู่บนเตียง ไถมือถือ ดูทีวี ฟังวิทยุ อ่านหนังสือ ส่วนคนที่ขยับไม่ได้ ประมาณว่า ป่วยติดเตียง หรือว่าเดี้ยงโดยเหตุผลอันใดก็ตาม ก็อยากจะขยับขาขึ้นมาเดินเหลือเกิน

มนุษย์หนอ...ในยามวิกฤต

เมื่อสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางปะทุขึ้นอีกระลอก ผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่เพียงพื้นที่สงคราม แต่ลุกลามมาถึงเศรษฐกิจโลก รวมถึงประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะต้นทุนพลังงานและราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภคแทบทุกชนิด

กตัญญู..มองผ่านซีรีส์

ในยุคที่ทุกคนก้มหน้าจอโทรศัพท์ จีนได้ใช้มินิซีรีส์แนวตั้ง หรือ “ดรามาสั้นแนวตั้ง” ความยาวตอนละ 1-2 นาที เป็นอาวุธลับในการฟื้นฟูค่านิยมกตัญญู อย่างเป็นระบบ

น้ำมันแพง..ได้เวลาดับไฟ?!?

ลูกหลานเจนใหม่ X Y Z คงจะนึกภาพไม่ออกกระมังว่า สถานการณ์ระส่ำระสายวุ่นวายอันเกิดจากน้ำมันขาดแคลนนั้น มันเป็นอย่างไร แต่มนุษย์ลุงป้าน้าอา เจอะเจอกันมาแล้วหลายครั้งนะ

โลกมันก็เป็นแบบนี้!!

เปิดทีวี ฟังวิทยุ หรือคลิกเข้าไปในโลกโซเชียล รู้สึกแบบมนุษย์ป้า!! ไหมคะว่า โลกทุกวันนี้เต็มไปด้วยข่าวสารที่ดูเหมือนจะหนักหน่วงขึ้นทุกวัน วุ่นวายปั่นป่วนเกินกว่าจะรับไหว ใจรู้สึกเบื่อหน่าย เหนื่อยล้า และกังวลอย่างบอกไม่ถูก และบางคนคงถึงขั้นอยากจะตะโกนบอกว่า “โลกทุกวันนี้มันช่างไม่น่าอยู่เอาเสียเลย”

เรื่องเล่าที่งดงาม "ลุงแฟรงก์กับสมาร์ทโฟน"

“ผมชื่อแฟรงก์ อายุ 73 ปี ปีที่แล้วลูกสาวซื้อสมาร์ทโฟนให้เป็นของขวัญคริสต์มาส บอกให้เลิกใช้โทรศัพท์ฝาพับเสียที” ผมไม่ได้อยากได้มัน ใช้แค่โทร.ออกเหมือนเครื่องเก่า จนวันหนึ่งเผลอเปิดแอปชุมชนชื่อ Nextdoor และเกือบลบทิ้ง กระทั่งเห็นโพสต์หนึ่งถามว่า “มีใครรู้วิธีปะถุงเท้าไหมคะ? ถุงเท้าคุณปู่จากสงครามโลกครั้งที่สองกำลังเป็นรู แต่ฉันอยากเก็บมันไว้”