บันทึกหน้า 4

ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด ในที่สุด นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ หนีคุกคดีทุจริต ก็เดินทางกลับประเทศไทย โดยเครื่องบินเจ็ตส่วนตัว ที่สนามบินดอนเมือง เมื่อเช้าวันอังคาร เวลา 09.24 น. ทักษิณพร้อมลูกทั้ง 3 คนได้เดินออกมาบริเวณด้านหน้าอาคารเอ็มเจ็ท ได้โค้งคำนับเบื้องหน้า พระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี จากนั้นได้นำพวงมาลัยถวายบนพานและก้มกราบด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ก่อนทักทายแกนนำพรรคเพื่อไทย (พท.) ที่มาต้อนรับ โบกมือให้มวลชนคนเสื้อแดงและสื่อมวลชน และถูกนำตัวไปที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งศาลนับโทษ 3 คดี เป็นระยะเวลา 8 ปี และถูกนำไปเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร​ ตรวจสุขภาพพบว่าเป็นกลุ่มเปราะบาง อายุเกิน 70 ปี ถูกแยกขังเดี่ยวอยู่แดน 7 ซึ่งเป็นสถานพยาบาล​เฝ้าระวัง 24 ชม. กลายเป็นนักโทษชายโดยสมบูรณ์...0

หลังจากนี้ ทักษิณ จะถูกจับตาว่าอยู่ในคุกโดยใช้สิทธิพิเศษเหนือนักโทษทั่วไปหรือไม่ โดยเฉพาะการขอพระราชทานอภัยโทษ นายนัสที ทองปลาด ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ระบุว่า "สามารถยื่นเรื่องได้ทันทีภายหลังเข้าเรือนจำ โดยนายทักษิณ​หรือญาติยื่นเอกสารให้ทางเรือนจำ จากนั้นคณะกรรม​การพิจารณา​ส่งเรื่องไปยังกรมราชทัณฑ์​ และจะพิจารณาก่อนส่งไปยังกระทรวงยุติธรรม​ เพื่อส่งเรื่องไปยังนายกรัฐมนตรี​ลงนาม และยื่นถึงสำนักองคมนตรี โดยยื่นขออภัยโทษเป็นการเฉพาะราย กระบวนการจะเสร็จสิ้นไม่เกิน 2 เดือน" ส่วนทักษิณจะตัดสินใจอย่างไร คงมีแผนในใจแล้ว แต่อย่าลืม คดีทุจริตก็ไม่เคยได้รับอภัยโทษ ขณะที่กลุ่ม คนเสื้อเหลือง ที่เคยชุมนุมต่อต้านระบอบทักษิณจากสาเหตุการทุจริตคอร์รัปชันก็ยอมรับไม่ได้ มีหนทางเดียว รัฐบาลชุดใหม่นำโดยพรรค พท.ที่ประกาศสลายขั้ว สร้างความปรองดอง เสนอกฎหมายนิรโทษกรรมคดีทางการเมืองทั้งหมด เหมือนนโยบาย 66/23 เมื่อบ้านเมืองเกิดความปรองดองแล้ว ทักษิณจึงขออภัยโทษ...0

ในการประชุมรัฐสภาเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว สส.น่าน พรรค พท. เสนอชื่อ นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ ของพรรค พท. ภายหลังสมาชิกอภิปรายแล้วได้เปิดให้ลงมติ ปรากฏว่าได้คะแนนเห็นชอบ 482 เสียง ไม่เห็นชอบ 165 เสียง และงดออกเสียง 81 เสียง จึงถือว่านายเศรษฐาได้รับคะแนนเกินกึ่งหนึ่งของสมาชิกทั้งสองสภา (747) เท่ากับว่ามติที่ประชุมเห็นชอบนายเศรษฐาเป็นนายกฯ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 272 วรรคหนึ่ง โดยมี สว.เห็นชอบ 152 คน สำหรับจุดเปลี่ยนที่ทำให้ สว.โหวตให้นายเศรษฐา มาจากการเจรจาต่อรองระหว่าง ทักษิณ (เจ้าของ พท.ตัวจริง) กับขั้วเดิม 188 เสียง ซึ่งเมื่อรวมเสียงได้ สส.ได้ 314 เสียง ได้เจรจากับ 2 ป. ต่อมา บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม ได้ไฟเขียวให้ สว.โหวตหนุนเศรษฐา แต่ บิ๊กป้อม-พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ไม่เอาด้วย เพราะยังลุ้นว่าหาก สว.ไม่โหวตให้เศรษฐา เกมจะไหลมาที่ตัวเอง แต่สุดท้ายก็ได้นายกฯ จาก พท. โดยมี เจ้าพ่อพลังงาน  เป็น เพลย์เมกเกอร์ คนสำคัญ...0

ควันหลงการจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้ทำให้พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) แตกสะบั้น! โดยการโหวตนายกฯ สส.ปชป.ปฏิบัติตามมติพรรคที่ให้โหวตงดออกเสียงเพียง 6 คน ได้แก่ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สส.บัญชีรายชื่อ และรักษาการหัวหน้าพรรค, นายประมวล พงศ์ถาวราเดช สส.ประจวบคีรีขันธ์, น.ส.สุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ สส.ตรัง, นายร่มธรรม ขำนุรักษ์ สส.พัทลุง, นายสรรเพชญ บุญญามณี สส.สงขลา และนายสมยศ พลายด้วง สส.สงขลา แต่นายชวน หลีกภัย และนายบัญญัติ บรรทัดฐาน สส.บัญชีรายชื่อ ลงมติไม่เห็นชอบ ส่วนกลุ่ม สส.ของ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รักษาการเลขาธิการพรรค และ นายเดชอิศม์ ขาวทอง สส.สงขลา ส่วนใหญ่มาขานคะแนนภายหลังว่าเห็นชอบนายเศรษฐาเป็นนายกฯ จำนวน 14 คน และ 2 คนเห็นชอบขณะขานชื่อลงคะแนน ถ้าแหกมติพรรคขนาดนี้ กลุ่มที่โหวตให้เศรษฐาก็ขอให้ขับออกจากพรรค แล้วแยกทางกันไปเลยจะดีกว่า หากอยู่ด้วยกันแบบนี้มีแต่จะทำให้พรรคตกต่ำกว่าเดิม!...0.

 

แซมซาย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บันทึกหน้า 4

"อนุทิน 2" ยังไม่สะเด็ดน้ำ! ตัวเลข สส.ระบบเขต บวกกับปาร์ตี้ลิสต์ คร่าวๆ ณ วันนี้ ภูมิใจไทย 193 ประชาชน 118 เพื่อไทย 74 กล้าธรรม 58 ประชาธิปัตย์ 22 ไทรวมพลัง 6 ประชาชาติ 5 พลังประชารัฐ 5 เศรษฐกิจ 3 รวมไทยสร้างชาติ 2 เพื่อชาติไทย 2 ไทยสร้างไทย 2 รวมใจไทย 2 ใหม่ 1 ไทยทรัพย์ทวี 1 ประชาธิปไตยใหม่ 1 มิติใหม่ 1 ไทยภักดี 1 รวมพลังประชาชน 1 เสรีรวมไทย 1 ทางเลือกใหม่ 1 โอกาสใหม่ 1

บันทึกหน้า 4

“ตรุษจีนปีม้า” 17 กุมภาพันธ์นี้ ก็หวังว่าประเทศไทยคงได้เฉลิมฉลองอย่างสนุก เพราะ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ ควงคู่ศรีภรรยา “ธนนนท์ นิรามิษ” ไปร่วมเฉลิมฉลองงานตรุษจีนเมื่อวันพุธที่ 11 ก.พ.2569

บันทึกหน้า 4

ผลการเลือกตั้ง สส.เมื่อวันที่ 8 ก.พ. พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ชนะอันดับหนึ่งแบบถล่มทลาย ได้ 193 เสียง พรรคประชาชน (ปชน.) 118 พรรคเพื่อไทย (พท.) 74 พรรคกล้าธรรม (กธ.) 58 พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) 22 เซียนการเมือง

บันทึกหน้า 4

เรียกได้ว่า หักปากกาเซียน กันทั้งประเทศ สำหรับผลการเลือกตั้งครั้งนี้ ที่พรรคน้ำเงิน พรรคภูมิใจไทย ผงาดขึ้นมาแบบเหนือความคาดหมาย กวาดคะแนนนำเป็นอันดับหนึ่งอย่างขาดลอย ด้วยผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการถึง 194 เสียง ทิ้งห่างพรรคประชาชนที่ตามมาเป็นอันดับสอง 116 เสียง และพรรคเพื่อไทยที่ได้เพียง 76 เสียง

บันทึกหน้า 4

บันทึกไว้ให้ช่วยกันจดจำว่า การเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 8 ก.พ.2569 เป็นการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นตามกระบวนการยุบสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งถือเป็นการเลือกตั้งตามครรลองประชาธิปไตยปกติ ไม่ใช่การเลือกตั้งที่เกิดขึ้นหลังการยึดอำนาจหรือรัฐประหารหรือมีการฉีกรัฐธรรมนูญ

บันทึกหน้า 4

ใกล้ปิดฉาก "เลือกตั้ง 2569" เริ่มต้นชะตาบ้านเมืองรอบใหม่ วันอาทิตย์นี้ตัดสินสีไหนจะเข้าวิน ระหว่างน้ำเงินภายใต้การนำของ "นายกฯ หนู" อนุทิน ชาญวีรกูล" กับส้ม ของ "หัวหน้าเท้ง" ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ