ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด เมื่อวันที่ 5 ก.ย.2666 เวลา 13.53 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จออก ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี นำคณะรัฐมนตรี ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับตำแหน่งหน้าที่ หลังจากนั้น นายเศรษฐา แถลงว่า "จะน้อมนำกระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาเป็นแนวทางในการปฏิบัติราชการต่อไป ผมขอยืนยันว่ารัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลของประชาชน และทุกท่านที่มาในวันนี้ มาที่นี่ มาเพื่อเป็นตัวแทนของประชาชนทุกคน เราจะสร้างความชอบธรรมในการบริหารราชการแผ่นดินในระบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยการฟื้นฟูหลักนิติธรรมที่เข้มแข็งและมีประสิทธิภาพ โปร่งใส ภายใต้หลักการที่มีส่วนร่วมของประชาชน...0
นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รมว.สาธารณสุข เปิดเผยภายหลังเข้าถวายสัตย์ฯ ว่า "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชปฏิสันถารที่ทำให้คณะรัฐมนตรีมีกำลังใจอย่างมาก มีพระราชกระแสตรัสให้กำลังใจ หลังจากถวายสัตย์ฯ เสร็จสิ้น พระองค์ทรงเดินเข้ามาหานายกรัฐมนตรีด้วยพระพักตร์ที่ยิ้มแย้ม และตรัสให้กำลังใจท่านนายกรัฐมนตรี เชื่อมั่นว่าท่านนายกรัฐมนตรีจะทำหน้าที่ได้ดี พระองค์ท่านยังทรงชมนายกรัฐมนตรีว่า เชื่อมั่นว่าเป็นคนเก่งอยู่แล้ว และทรงแย้มพระสรวล เราเองก็มีความปีติ ตามที่เราได้ถวายสัตย์ปฏิญาณ ว่าจะจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริตเพื่อประเทศชาติและบ้านเมือง และปฏิบัติตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญทุกประการ" ถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นสำหรับรัฐบาลชุดนี้ จากนี้ต่อไปจะต้องบริหารบ้านเมืองให้เป็นไปตามที่ถวายสัตย์ปฏิญาณ อย่าให้เกิดประวัติศาสตร์ซ้ำรอย ระบอบทักษิณ อีก...0
สำหรับ น.ช.ทักษิณ ชินวัตร ที่ได้รับการพระราชทานอภัยลดโทษจาก 8 ปีเหลือเพียง 1 ปี และยังพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลตำรวจ ต้องจับตาว่าหากมีการรักษาตัวนอกเรือนจำนานกว่า 30 วัน หรือ 21 ก.ย.นี้ ทางอธิบดีกรมราชทัณฑ์ หรือตัวแทนราชทัณฑ์จะต้องมีการประชุมหารือร่วมกับทีมแพทย์ รพ.ตำรวจ เพื่อมีความเห็นร่วมกันว่าจะอนุมัติให้ยังคงรักษาตัวที่เดิมหรือไม่ ตามกฎกระทรวงยุติธรรม เรื่อง การส่งตัวผู้ต้องขังไปรักษาตัวนอกเรือนจำ พ.ศ.2563 แม้ น.ช.ทักษิณจะป่วยหนักจริงหรือไม่ แต่สังคมไม่เชื่อ ดังนั้น แพทย์ รพ.ตำรวจกับกรมราชทัณฑ์จะต้องยึดมั่น จรรยาแพทย์ อย่างเคร่งครัด รวมทั้ง น.ช.ทักษิณ ที่ได้รับพระราชทานอภัยลดโทษจะต้องสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ อย่าใช้อภิสิทธิ์ชนจนเกิดความเหลื่อมล้ำและไม่เป็นธรรมกับประชาชนและนักโทษคนอื่น จะเป็นเงื่อนไขให้เกิดการคัดค้าน ต่อต้าน ลุกลามเป็นความขัดแย้งทางสังคม และกระทบต่อเสถียรภาพรัฐบาล!...0
เมื่อ ทักษิณ-นักโทษคดีทุจริตคอร์รัปชัน ได้รับพระราชทานอภัยลดโทษ ก็เปิดการเปรียบเทียบกับคดีอื่นๆ ทันที นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า จึงเรียกร้องให้นิรโทษกรรมคดีการแสดงออกทางการเมือง "เพื่อลดทอนการตั้งคำถามเรื่องความไม่เสมอภาค และเพื่อความปรองดองอย่างแท้จริงและเท่าเทียม รัฐบาลเศรษฐา และพรรคการเมืองในสภา ควรเร่งผลักดันให้มีการตราพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมคดีเกี่ยวกับการแสดงออกทางการเมืองของประชาชนทุกฝักฝ่าย ทั้งพันธมิตรฯ นปช. กปปส. กลุ่มเยาวชน และ “ราษฎร” ตั้งแต่ปี 48 จนถึงปัจจุบัน นี่ต่างหากที่จะเป็นก้าวแรกของการก้าวข้ามขัดแย้งที่แท้จริง สร้างความปรองดองสมานฉันท์ และเกิดประโยชน์ตกแก่ประชาชนคนธรรมดา" ก็ต้องวัดใจรัฐบาลชุดใหม่ว่าจะผลักดันหรือไม่ ในยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์ได้ผลักดัน ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทำความผิดเนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง การแสดงออกทางการเมืองของประชาชน เพื่อนิรโทษฯ คดีชุมนุมทางการเมืองของกลุ่ม นปช.หรือคนเสื้อแดง รวมทั้งกลุ่มพันธมิตรฯ หรือคนเสื้อเหลือง แต่รัฐบาลกลับสอดไส้นิรโทษฯ ให้ ทักษิณ ชินวัตร ด้วย กลายเป็น นิรโทษกรรมสุดซอย นำไปสู่การชุมนุมคัดค้านและเกิดรัฐประหาร 22 พ.ค.57 เป็นตราบาปที่รัฐบาลชุดนี้ต้องไถ่บาปได้แล้ว!...0.
แซมซาย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บันทึกหน้า 4
"อนุทิน 2" ยังไม่สะเด็ดน้ำ! ตัวเลข สส.ระบบเขต บวกกับปาร์ตี้ลิสต์ คร่าวๆ ณ วันนี้ ภูมิใจไทย 193 ประชาชน 118 เพื่อไทย 74 กล้าธรรม 58 ประชาธิปัตย์ 22 ไทรวมพลัง 6 ประชาชาติ 5 พลังประชารัฐ 5 เศรษฐกิจ 3 รวมไทยสร้างชาติ 2 เพื่อชาติไทย 2 ไทยสร้างไทย 2 รวมใจไทย 2 ใหม่ 1 ไทยทรัพย์ทวี 1 ประชาธิปไตยใหม่ 1 มิติใหม่ 1 ไทยภักดี 1 รวมพลังประชาชน 1 เสรีรวมไทย 1 ทางเลือกใหม่ 1 โอกาสใหม่ 1
บันทึกหน้า 4
“ตรุษจีนปีม้า” 17 กุมภาพันธ์นี้ ก็หวังว่าประเทศไทยคงได้เฉลิมฉลองอย่างสนุก เพราะ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ ควงคู่ศรีภรรยา “ธนนนท์ นิรามิษ” ไปร่วมเฉลิมฉลองงานตรุษจีนเมื่อวันพุธที่ 11 ก.พ.2569
บันทึกหน้า 4
ผลการเลือกตั้ง สส.เมื่อวันที่ 8 ก.พ. พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ชนะอันดับหนึ่งแบบถล่มทลาย ได้ 193 เสียง พรรคประชาชน (ปชน.) 118 พรรคเพื่อไทย (พท.) 74 พรรคกล้าธรรม (กธ.) 58 พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) 22 เซียนการเมือง
บันทึกหน้า 4
เรียกได้ว่า หักปากกาเซียน กันทั้งประเทศ สำหรับผลการเลือกตั้งครั้งนี้ ที่พรรคน้ำเงิน พรรคภูมิใจไทย ผงาดขึ้นมาแบบเหนือความคาดหมาย กวาดคะแนนนำเป็นอันดับหนึ่งอย่างขาดลอย ด้วยผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการถึง 194 เสียง ทิ้งห่างพรรคประชาชนที่ตามมาเป็นอันดับสอง 116 เสียง และพรรคเพื่อไทยที่ได้เพียง 76 เสียง
บันทึกหน้า 4
บันทึกไว้ให้ช่วยกันจดจำว่า การเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 8 ก.พ.2569 เป็นการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นตามกระบวนการยุบสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งถือเป็นการเลือกตั้งตามครรลองประชาธิปไตยปกติ ไม่ใช่การเลือกตั้งที่เกิดขึ้นหลังการยึดอำนาจหรือรัฐประหารหรือมีการฉีกรัฐธรรมนูญ
บันทึกหน้า 4
ใกล้ปิดฉาก "เลือกตั้ง 2569" เริ่มต้นชะตาบ้านเมืองรอบใหม่ วันอาทิตย์นี้ตัดสินสีไหนจะเข้าวิน ระหว่างน้ำเงินภายใต้การนำของ "นายกฯ หนู" อนุทิน ชาญวีรกูล" กับส้ม ของ "หัวหน้าเท้ง" ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ


