บันทึกหน้า 4

"ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด" ก่อนอื่นต้องแสดงความเสียใจต่อครอบครัวคนไทยผู้เสียชีวิต บาดเจ็บ และถูกจับเป็นตัวประกันในเหตุการณ์กลุ่มฮามาสโจมตีอิสราเอล ซึ่งเวลานี้ในเมืองไทยได้โฟกัสไปที่การช่วยเหลือและดูแลคนไทยที่นั่น 

และท่ามกลางความตึงเครียด กลับพบความซีเรียสมากกว่า หลังผู้นำประเทศไทย ออกมาแสดงความเห็นถึงเหตุการณ์ โดย "เศรษฐา ทวีสิน" นายกฯ และ รมว.คลัง โพสต์ทวิตเตอร์ว่า "ผมขอประณามการโจมตีอิสราเอล การโจมตีที่ไร้มนุษยธรรมที่ทำให้ผู้บริสุทธิ์ต้องสูญเสียชีวิตและบาดเจ็บ และขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อรัฐบาลและประชาชนอิสราเอล เหตุการณ์นี้ไม่สมควรเกิดขึ้น และผมขอร่วมกับประชาคมโลกประณามการกระทำดังกล่าว"

ด้วยข้อความนี้เอง ทำให้นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและอดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์เฟซบุ๊กตอนหนึ่งว่า "นายกเศรษฐาใจร้อนไปมั้ย ประกาศประณามปาเลสไตน์ เร็วเกินไปไหม ท่าทีนี้ได้หารือกับกระทรวงการต่างประเทศ? ไทยเคยแสดงท่าทีประณามอิสราเอลในที่ประชุมยูเอ็น ไทยมีผลประโยชน์มหาศาลกับกลุ่มรัฐอาหรับ ไทยควรเรียกร้องให้ทุกฝ่ายอดทนอดกลั้น หาทางเจรจาเพื่อยุติความขัดแย้ง ไม่ใช้ความรุนแรงเข้าหากัน น่าเป็นห่วงสถานการณ์จะลุกลามเพียงใด”

นอกจากนี้ ยังมีการยกข้อมูลมาสอนมวยนายกฯ คนใหม่ ด้วยสถิติความสูญเสียระหว่างปาเลสไตน์กับอิสราเอลตอลอด 15 ปี ระหว่างค.ศ.2008-2023 โดยพบว่า ปาเลสไตน์มีผู้เสียชีวิต 6,407 ราย ขณะที่อิสราเอลเสียชีวิต 308 ราย โดย ดร.ศุภณัฐ อภิญญาณ หรือ ดร.นิว นักวิจัยภายใต้สถาบันวิจัย MAST Center และคณะวิศวกรรมชีวการแพทย์ University of Arkansas ประเทศสหรัฐอเมริกา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก suphanat Aphinyan ทวีตว่า คุณเศรษฐาควรจะต้องศึกษาและรักษาความเป็นกลาง ไม่ใช่ประกาศเลือกข้างอิสราเอลแล้วประณามอีกฝ่าย 

"จงอย่าชักศึกเข้าบ้าน อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย ไม่ใช่ของเล่นที่ใครจะนำไปเลือกข้างความขัดแย้งในเวทีโลก" ดร.นิวฝากเตือน

การแสดงจุดยืนของนายกฯ ถือเป็นเรื่องอ่อนไหวต่อความรู้สึกของผู้คนอย่างมาก ทำเอาคนในรัฐบาลและผู้เกี่ยวข้องกุมขมับ และต้องมาแก้ข่าวทันที โดยนายปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แถลงว่า รัฐบาลยังไม่ได้มีการประณามฝ่ายใดจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ประณามเรื่องการใช้ความรุนแรงเท่านั้น 

 “ตอนนี้เรายังไม่ทราบข้อเท็จจริงว่าทางการเมืองระหว่างประเทศเกิดอะไรขึ้น และเราไม่ได้ประณามฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เพียงแต่เราประณามเรื่องการใช้ความรุนแรง โดยสิ่งที่เกิดขึ้นกับชาวไทยที่เป็นผู้บริสุทธิ์ เป็นเรื่องที่เราไม่สามารถที่จะรับได้” นายปานปรีย์ระบุ

ไม่เพียงแต่นายกฯ ตัวจริงที่กำลังชักศึกเข้าบ้านหรือไม่ ในส่วนของนายกฯ รถแห่ อย่าง "พิธา ลิ้มเจริญรัตน์" ก็ถูกจัดหนักในโลกโซเชียล จากกรณีที่ระบุว่าเพิ่งวางสายจากทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย มอบหมายนายสุเทพ อดีต กมธ.แรงงาน ติดต่อประสานกับพี่น้องแรงงานไทย 

พร้อมกันนี้ได้แสดงความเป็นห่วงและเสียใจต่อความสูญเสียและพร้อมสนับสนุนรัฐบาลในการคลี่คลายวิกฤต เพื่อความปลอดภัยของคนไทยในอิสราเอล ขณะเดียวกันได้แนบอีเมล [email protected] กรณีไม่สามารถติดต่อญาติที่อิสราเอลได้นั้น 

คำถามมีอยู่ว่า "พิธา" กำลังทำให้สถานการณ์ดีขึ้นหรือไม่ หรือทำให้ผู้คนสับสน เพราะไม่ใช่ทั้งนายกฯ หัวหน้าพรรค และ สส.ก็ถูกสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ฉะนั้นเวลานี้จึงไม่เหมาะที่จะหาเสียง หรือหาแสง ควรอยู่เฉยๆ ปล่อยให้ผู้มีหน้าที่และอำนาจจัดการจะเหมาะสมกว่าหรือไม่ 

เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ในสถานการณ์ตึงเครียด “วุฒิสภาวะ” เป็นสิ่งสำคัญที่สุด เพราะไม่ว่านายกฯ ตัวจริงที่อ่อนประสบการณ์ หรือนายกฯ ตัวปลอมหิวแสง งานนี้ทั้งคู่ "อ่วมอรทัย" ไปพอๆ กัน.  

 

ช่างสงสัย 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บันทึกหน้า 4

"อนุทิน 2" ยังไม่สะเด็ดน้ำ! ตัวเลข สส.ระบบเขต บวกกับปาร์ตี้ลิสต์ คร่าวๆ ณ วันนี้ ภูมิใจไทย 193 ประชาชน 118 เพื่อไทย 74 กล้าธรรม 58 ประชาธิปัตย์ 22 ไทรวมพลัง 6 ประชาชาติ 5 พลังประชารัฐ 5 เศรษฐกิจ 3 รวมไทยสร้างชาติ 2 เพื่อชาติไทย 2 ไทยสร้างไทย 2 รวมใจไทย 2 ใหม่ 1 ไทยทรัพย์ทวี 1 ประชาธิปไตยใหม่ 1 มิติใหม่ 1 ไทยภักดี 1 รวมพลังประชาชน 1 เสรีรวมไทย 1 ทางเลือกใหม่ 1 โอกาสใหม่ 1

บันทึกหน้า 4

“ตรุษจีนปีม้า” 17 กุมภาพันธ์นี้ ก็หวังว่าประเทศไทยคงได้เฉลิมฉลองอย่างสนุก เพราะ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ ควงคู่ศรีภรรยา “ธนนนท์ นิรามิษ” ไปร่วมเฉลิมฉลองงานตรุษจีนเมื่อวันพุธที่ 11 ก.พ.2569

บันทึกหน้า 4

ผลการเลือกตั้ง สส.เมื่อวันที่ 8 ก.พ. พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ชนะอันดับหนึ่งแบบถล่มทลาย ได้ 193 เสียง พรรคประชาชน (ปชน.) 118 พรรคเพื่อไทย (พท.) 74 พรรคกล้าธรรม (กธ.) 58 พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) 22 เซียนการเมือง

บันทึกหน้า 4

เรียกได้ว่า หักปากกาเซียน กันทั้งประเทศ สำหรับผลการเลือกตั้งครั้งนี้ ที่พรรคน้ำเงิน พรรคภูมิใจไทย ผงาดขึ้นมาแบบเหนือความคาดหมาย กวาดคะแนนนำเป็นอันดับหนึ่งอย่างขาดลอย ด้วยผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการถึง 194 เสียง ทิ้งห่างพรรคประชาชนที่ตามมาเป็นอันดับสอง 116 เสียง และพรรคเพื่อไทยที่ได้เพียง 76 เสียง

บันทึกหน้า 4

บันทึกไว้ให้ช่วยกันจดจำว่า การเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 8 ก.พ.2569 เป็นการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นตามกระบวนการยุบสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งถือเป็นการเลือกตั้งตามครรลองประชาธิปไตยปกติ ไม่ใช่การเลือกตั้งที่เกิดขึ้นหลังการยึดอำนาจหรือรัฐประหารหรือมีการฉีกรัฐธรรมนูญ

บันทึกหน้า 4

ใกล้ปิดฉาก "เลือกตั้ง 2569" เริ่มต้นชะตาบ้านเมืองรอบใหม่ วันอาทิตย์นี้ตัดสินสีไหนจะเข้าวิน ระหว่างน้ำเงินภายใต้การนำของ "นายกฯ หนู" อนุทิน ชาญวีรกูล" กับส้ม ของ "หัวหน้าเท้ง" ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ