"ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด" ก่อนอื่นต้องแสดงความเสียใจต่อครอบครัวคนไทยผู้เสียชีวิต บาดเจ็บ และถูกจับเป็นตัวประกันในเหตุการณ์กลุ่มฮามาสโจมตีอิสราเอล ซึ่งเวลานี้ในเมืองไทยได้โฟกัสไปที่การช่วยเหลือและดูแลคนไทยที่นั่น
และท่ามกลางความตึงเครียด กลับพบความซีเรียสมากกว่า หลังผู้นำประเทศไทย ออกมาแสดงความเห็นถึงเหตุการณ์ โดย "เศรษฐา ทวีสิน" นายกฯ และ รมว.คลัง โพสต์ทวิตเตอร์ว่า "ผมขอประณามการโจมตีอิสราเอล การโจมตีที่ไร้มนุษยธรรมที่ทำให้ผู้บริสุทธิ์ต้องสูญเสียชีวิตและบาดเจ็บ และขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อรัฐบาลและประชาชนอิสราเอล เหตุการณ์นี้ไม่สมควรเกิดขึ้น และผมขอร่วมกับประชาคมโลกประณามการกระทำดังกล่าว"
ด้วยข้อความนี้เอง ทำให้นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและอดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์เฟซบุ๊กตอนหนึ่งว่า "นายกเศรษฐาใจร้อนไปมั้ย ประกาศประณามปาเลสไตน์ เร็วเกินไปไหม ท่าทีนี้ได้หารือกับกระทรวงการต่างประเทศ? ไทยเคยแสดงท่าทีประณามอิสราเอลในที่ประชุมยูเอ็น ไทยมีผลประโยชน์มหาศาลกับกลุ่มรัฐอาหรับ ไทยควรเรียกร้องให้ทุกฝ่ายอดทนอดกลั้น หาทางเจรจาเพื่อยุติความขัดแย้ง ไม่ใช้ความรุนแรงเข้าหากัน น่าเป็นห่วงสถานการณ์จะลุกลามเพียงใด”
นอกจากนี้ ยังมีการยกข้อมูลมาสอนมวยนายกฯ คนใหม่ ด้วยสถิติความสูญเสียระหว่างปาเลสไตน์กับอิสราเอลตอลอด 15 ปี ระหว่างค.ศ.2008-2023 โดยพบว่า ปาเลสไตน์มีผู้เสียชีวิต 6,407 ราย ขณะที่อิสราเอลเสียชีวิต 308 ราย โดย ดร.ศุภณัฐ อภิญญาณ หรือ ดร.นิว นักวิจัยภายใต้สถาบันวิจัย MAST Center และคณะวิศวกรรมชีวการแพทย์ University of Arkansas ประเทศสหรัฐอเมริกา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก suphanat Aphinyan ทวีตว่า คุณเศรษฐาควรจะต้องศึกษาและรักษาความเป็นกลาง ไม่ใช่ประกาศเลือกข้างอิสราเอลแล้วประณามอีกฝ่าย
"จงอย่าชักศึกเข้าบ้าน อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย ไม่ใช่ของเล่นที่ใครจะนำไปเลือกข้างความขัดแย้งในเวทีโลก" ดร.นิวฝากเตือน
การแสดงจุดยืนของนายกฯ ถือเป็นเรื่องอ่อนไหวต่อความรู้สึกของผู้คนอย่างมาก ทำเอาคนในรัฐบาลและผู้เกี่ยวข้องกุมขมับ และต้องมาแก้ข่าวทันที โดยนายปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แถลงว่า รัฐบาลยังไม่ได้มีการประณามฝ่ายใดจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ประณามเรื่องการใช้ความรุนแรงเท่านั้น
“ตอนนี้เรายังไม่ทราบข้อเท็จจริงว่าทางการเมืองระหว่างประเทศเกิดอะไรขึ้น และเราไม่ได้ประณามฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เพียงแต่เราประณามเรื่องการใช้ความรุนแรง โดยสิ่งที่เกิดขึ้นกับชาวไทยที่เป็นผู้บริสุทธิ์ เป็นเรื่องที่เราไม่สามารถที่จะรับได้” นายปานปรีย์ระบุ
ไม่เพียงแต่นายกฯ ตัวจริงที่กำลังชักศึกเข้าบ้านหรือไม่ ในส่วนของนายกฯ รถแห่ อย่าง "พิธา ลิ้มเจริญรัตน์" ก็ถูกจัดหนักในโลกโซเชียล จากกรณีที่ระบุว่าเพิ่งวางสายจากทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย มอบหมายนายสุเทพ อดีต กมธ.แรงงาน ติดต่อประสานกับพี่น้องแรงงานไทย
พร้อมกันนี้ได้แสดงความเป็นห่วงและเสียใจต่อความสูญเสียและพร้อมสนับสนุนรัฐบาลในการคลี่คลายวิกฤต เพื่อความปลอดภัยของคนไทยในอิสราเอล ขณะเดียวกันได้แนบอีเมล [email protected] กรณีไม่สามารถติดต่อญาติที่อิสราเอลได้นั้น
คำถามมีอยู่ว่า "พิธา" กำลังทำให้สถานการณ์ดีขึ้นหรือไม่ หรือทำให้ผู้คนสับสน เพราะไม่ใช่ทั้งนายกฯ หัวหน้าพรรค และ สส.ก็ถูกสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ฉะนั้นเวลานี้จึงไม่เหมาะที่จะหาเสียง หรือหาแสง ควรอยู่เฉยๆ ปล่อยให้ผู้มีหน้าที่และอำนาจจัดการจะเหมาะสมกว่าหรือไม่
เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ในสถานการณ์ตึงเครียด “วุฒิสภาวะ” เป็นสิ่งสำคัญที่สุด เพราะไม่ว่านายกฯ ตัวจริงที่อ่อนประสบการณ์ หรือนายกฯ ตัวปลอมหิวแสง งานนี้ทั้งคู่ "อ่วมอรทัย" ไปพอๆ กัน.
ช่างสงสัย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บันทึกหน้า 4
ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด เมื่อมองย้อนกลับไปยังสนามการเมืองระดับท้องถิ่น จะเห็นได้ว่าทุกฝ่ายทุกพรรคไม่สามารถเอาชนะ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ในการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้ ผลการเลือกตั้งครั้งนี้สะท้อนว่าคนกรุงเทพฯ ให้ความสำคัญกับผลงานและการพัฒนาเมือง มากกว่าเกมการเมือง
บันทึกหน้า 4
เริ่มบันทึกเมื่อเวลา "ปิดหีบ" บัตรเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ สก. รวมทั้งการเลือกตั้งนายกเมืองพัทยา และสมาชิกสภาเมืองพัทยา บรรยากาศไม่คึกคักเท่ากับการเลือกตั้งใหญ่ถือเป็นเรื่องปกติ โดยเฉพาะใน กทม. ซึ่งดูเหมือนว่า คนมีสิทธิ์มีเสียงจะรู้สึก "ขี้คร้าน" ที่จะออกจากบ้านไป "ทวนกระแส" ชัชชาติ ..มาแรงแซงทุกโพล!
เร่งปั้นผลงานให้รัฐบาล
หากมองข้ามวาทกรรมการเมืองที่กำลังดุเดือดในเวลานี้ สิ่งที่ประชาชนอยากเห็นจากรัฐบาล "อนุทิน 2" มากที่สุดคงหนีไม่พ้นผลงานที่จับต้องได้ โดยเฉพาะการจัดการปัญหาอาชญากรรมทางเศรษฐกิจและเครือข่ายทุนสีเทาที่ฝังรากลึกมานาน
บันทึกหน้า 4
ดูเหมือนรัฐนาวาอนุทิน 2 ที่ เพิ่งผ่านมาแค่ 1 ไตรมาส หรือกว่า 3 เดือน แต่ดูเหมือน “มรสุมรุมเร้า” เสียเหลือเกิน ไล่มาตั้งแต่โครงการ TH-AI Passport ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ภายใต้การดูแลของ “ไชยชนก ชิดชอบ” ลูกหัวแก้วหัวแหวนของครูใหญ่แห่งพรรคภูมิใจไทย แล้วตามมาด้วยการโยกย้ายข้าราชการในจังหวัดภูเก็ต และ ล่าสุดคือขบวนการโกงการสอบบรรจุเข้าเป็นข้าราชการท้องถิ่นของ “กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.)” ...๐
บันทึกหน้า 4
รัฐบาลกำลังโดนฝ่ายค้านตรวจสอบอย่างหนัก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) จึงต้องขันนอต-วัด KPI รัฐมนตรีของ ภท. หากไม่ผ่านจะปรับพ้น
บันทึกหน้า 4
ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด การประกาศนโยบายประเมินผลการทำงานของรัฐมนตรี ประธานและกรรมาธิการ (กมธ.) ทั้ง 14 คณะ ตลอดจนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองของพรรคภูมิใจไทย


