น้ำจิต..น้ำใจ

เห็นมานักต่อนัก ทั้งที่เป็นข่าว และไม่ได้ออกสื่อ เกี่ยวกับปัญหา "แล้งน้ำใจ" ของบางส่วนในสังคม จนส่งผลกระทบให้เกิดการทะเลาะเบาะแว้ง ถกเถียง ไปจนถึงการใช้ความรุนแรงสาดใส่กัน 

แต่เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา มนุษย์ป้าเห็นภาพคนมีน้ำใจบนถนนประชาชื่น แล้วก็ให้รู้สึกชื่นมื่นหัวใจแทนคนคนนั้น เพราะรถกระบะคันหนึ่งกำลังออกจากซอย จดๆ จ้องๆ จะเลี้ยวขวามาบนหลัก ปรากฏว่ารถเก๋งสีดำใจดี๊ใจดี ชะลอหยุดให้รถกระบะได้ออกไปก่อน และสิ่งที่ได้กลับมาทันทีจากการมีน้ำจิตน้ำใจยอมให้กระบะผ่านไปก่อน คือ คนในรถกระบะเปิดกระจกรถและยกมือพนมไหว้..ขอบคุณ!!

เป็นภาพที่งดงามตามประสาไทยแท้ ซึ่งกระแทกหัวใจจังๆ

ถ้าทุกคนในสังคมไทยเป็นเหมือนรถ 2 คันนี้ อะไรๆ ที่ไม่เป็นเรื่องเป็นราว จนถึงแก่ชีวิตคงไม่เกิดขึ้น หรือจะเกิดก็เกิดน้อยมากบนท้องถนน

เพียงแค่ช้าลงสัก 1-2 นาที ยอมกันบ้าง เพื่อให้ความสะดวกกับเพื่อนร่วมทางบนท้องถนนสาธารณะนิดหน่อย อะไรๆ มันก็ดีงามผ่านฉลุย เพราะเสียงบีบแตรแค่แปร๊นเดียว เราไม่อาจเดาได้เลยว่า วันนั้นจะเจอแจ็กพอต หรือเหตุการณ์อันไม่พึงปรารถนาจากคนใจร้อน ใจขุ่นมัว หรือกำลังเครียดผูกพันหรือเปล่า

อากาศก็ร้อน ใจอย่าร้อนไปด้วย ชีวิตก็จะสุขได้แบบง่ายๆ นะคะ

ที่มองมุมนี้ เพราะไม่อยากเห็นคนวัยฉกรรจ์ วัยหนุ่มสาวหลุดปากใช้คำผรุสวาทกับเพื่อนบนถนนด้วยประโยค..คนแก่ขับรถก็อย่างนี้แหละ!! 555 เพราะหนุ่มสาวเอย ถ้าไม่มีโอกาสแก่บ้างก็แปลว่า ตายก่อนเวลาอันควรนะคะ จริงไหม?!?.

                                                                                                              'ป้าเอง'

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

มาขยับร่างกายกันดีกว่า

โลกใบนี้หนอ?!? นึกๆ ไปมันก็แปลก คนที่ยังขยับได้ กลับไม่ค่อยยอมขยับ นั่งจ่อมอยู่บนเก้าอี้ บ้างก็นั่งๆ นอนๆ อยู่บนเตียง ไถมือถือ ดูทีวี ฟังวิทยุ อ่านหนังสือ ส่วนคนที่ขยับไม่ได้ ประมาณว่า ป่วยติดเตียง หรือว่าเดี้ยงโดยเหตุผลอันใดก็ตาม ก็อยากจะขยับขาขึ้นมาเดินเหลือเกิน

มนุษย์หนอ...ในยามวิกฤต

เมื่อสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางปะทุขึ้นอีกระลอก ผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่เพียงพื้นที่สงคราม แต่ลุกลามมาถึงเศรษฐกิจโลก รวมถึงประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะต้นทุนพลังงานและราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภคแทบทุกชนิด

กตัญญู..มองผ่านซีรีส์

ในยุคที่ทุกคนก้มหน้าจอโทรศัพท์ จีนได้ใช้มินิซีรีส์แนวตั้ง หรือ “ดรามาสั้นแนวตั้ง” ความยาวตอนละ 1-2 นาที เป็นอาวุธลับในการฟื้นฟูค่านิยมกตัญญู อย่างเป็นระบบ

น้ำมันแพง..ได้เวลาดับไฟ?!?

ลูกหลานเจนใหม่ X Y Z คงจะนึกภาพไม่ออกกระมังว่า สถานการณ์ระส่ำระสายวุ่นวายอันเกิดจากน้ำมันขาดแคลนนั้น มันเป็นอย่างไร แต่มนุษย์ลุงป้าน้าอา เจอะเจอกันมาแล้วหลายครั้งนะ

โลกมันก็เป็นแบบนี้!!

เปิดทีวี ฟังวิทยุ หรือคลิกเข้าไปในโลกโซเชียล รู้สึกแบบมนุษย์ป้า!! ไหมคะว่า โลกทุกวันนี้เต็มไปด้วยข่าวสารที่ดูเหมือนจะหนักหน่วงขึ้นทุกวัน วุ่นวายปั่นป่วนเกินกว่าจะรับไหว ใจรู้สึกเบื่อหน่าย เหนื่อยล้า และกังวลอย่างบอกไม่ถูก และบางคนคงถึงขั้นอยากจะตะโกนบอกว่า “โลกทุกวันนี้มันช่างไม่น่าอยู่เอาเสียเลย”

เรื่องเล่าที่งดงาม "ลุงแฟรงก์กับสมาร์ทโฟน"

“ผมชื่อแฟรงก์ อายุ 73 ปี ปีที่แล้วลูกสาวซื้อสมาร์ทโฟนให้เป็นของขวัญคริสต์มาส บอกให้เลิกใช้โทรศัพท์ฝาพับเสียที” ผมไม่ได้อยากได้มัน ใช้แค่โทร.ออกเหมือนเครื่องเก่า จนวันหนึ่งเผลอเปิดแอปชุมชนชื่อ Nextdoor และเกือบลบทิ้ง กระทั่งเห็นโพสต์หนึ่งถามว่า “มีใครรู้วิธีปะถุงเท้าไหมคะ? ถุงเท้าคุณปู่จากสงครามโลกครั้งที่สองกำลังเป็นรู แต่ฉันอยากเก็บมันไว้”