
เมื่อวันที่ 24 ตุลาคมที่ผ่านมา ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีไฟเขียวเรื่องขยายเวลาปิดให้บริการของสถานบันเทิง ซึ่งตัวเลขจะออกมาเป็นตี 1 หรือตี 2 หรือจะมีเวลาที่มากกว่านั้น ทางกระทรวงมหาดไทยจะเป็นคนเคาะอย่างเป็นทางการอีกครั้ง
แน่นอนเรื่องนี้กลายเป็นประเด็นเสียงแตก มีทั้งเห็นด้วย และไม่เห็นด้วย เนื่องจากมีผลกระทบ ทั้งแง่สังคม เศรษฐกิจที่ต่างกัน โดยทาง "นิด้าโพล" สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ได้ทำการสำรวจประชาชนเกี่ยวกับแนวคิดการขยายเวลาปิดสถานบันเทิง จากเวลา 02.00 น. ออกไปเป็นเวลา 04.00 น.
ซึ่งผลออกมาพบว่า ภาพรวม ร้อยละ 41.76 ระบุว่า ปิดสถานบันเทิง เวลา 02.00 น. เหมาะสมดีอยู่แล้ว
เพราะเป็นเวลาที่ไม่ดึกมากจนเกินไป ไม่เป็นการรบกวนเวลาพักผ่อนของผู้ที่พักอาศัยอยู่ใกล้กับสถานบันเทิง รองลงมา ร้อยละ 23.66 ระบุว่า ควรอนุญาตปิดสถานบันเทิง เวลา 04.00 น. เฉพาะเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมของชาวต่างชาติ เพราะเป็นการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างรายได้ให้กับประเทศ ช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยว ต่างชาติเข้ามาเที่ยวในประเทศไทย ร้อยละ 17.56 ระบุว่า ควรจะอนุญาตปิดสถานบันเทิง เวลา 04.00 น. เหมือนกันทั่วประเทศ เพราะควรเป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศ เป็นการเพิ่มช่วงเวลาในการหารายได้ให้กับผู้ประกอบกิจการสถานบันเทิง และกลุ่มอาชีพที่เกี่ยวข้อง ร้อยละ 8.32 ระบุว่า ควรปิดสถานบันเทิงก่อนเวลา 02.00 น. เป็นช่วงเวลาที่ค่อนข้างดึกแล้ว อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุและปัญหาอาชญากรรมได้ ร้อยละ 4.35 ระบุว่า ไม่ควรอนุญาตให้มีสถานบันเทิงยามค่ำคืนในประเทศไทย เพราะเป็นการส่งเสียงดังรบกวนการพักผ่อนของผู้พักอาศัยในบริเวณใกล้เคียง ร้อยละ 4.27 ระบุว่า ไม่ทราบ ไม่ตอบ ไม่แน่ใจ และร้อยละ 0.08 ระบุว่า อื่นๆ ได้แก่ ควรปิดสถานบันเทิง เวลา 03.00 น.
เมื่อถามถึงความมั่นใจต่อการขยายเวลาปิดสถานบันเทิงจะช่วยสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัว ภาพรวมพบว่า ร้อยละ 27.71 ระบุว่า ค่อนข้างมั่นใจ และไม่ค่อยมั่นใจ ในสัดส่วนที่เท่ากัน รองลงมา ร้อยละ 26.72 ระบุว่า ไม่มั่นใจเลย ร้อยละ 16.56 ระบุว่า มั่นใจมาก และร้อยละ 1.30 ระบุว่า ไม่ทราบ ไม่ตอบ ไม่สนใจ เมื่อถามถึงความคิดเห็นเกี่ยวกับการตั้งด่านตรวจเมา แล้วขับ ภาพรวมพบว่า ร้อยละ 46.41 ระบุว่า จำนวนด่านตรวจเมาแล้วขับปัจจุบันเหมาะสมดีแล้ว รองลงมา ร้อยละ 38.02 ระบุว่า ควรเพิ่มจำนวนด่านตรวจเมาแล้วขับ ร้อยละ 8.17 ระบุว่า ควรยกเลิกด่านตรวจเมาแล้วขับทั้งหมด ร้อยละ 5.80 ระบุว่า ควรลดจำนวนด่านตรวจเมาแล้วขับ และร้อยละ 1.60 ระบุว่า ไม่ทราบ ไม่ตอบ ไม่สนใจ
จริงๆ เรื่องของการขยายเวลาปิดสถานบันเทิงถูกยกมาพูดถึงหลายครั้ง โดยยกความสำคัญในมิติทางเศรษฐกิจเป็นหลัก ซึ่งก่อนหน้านี้ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ก็มีการเตรียมความพร้อมในการขยายเวลาเปิด-ปิดสถานบันเทิง ถึงเวลา 04.00 น. ในพื้นที่กรุงเทพฯ ซึ่งผู้ว่าฯ ระบุว่า ในการปฏิบัติอาจจะต้องปรับปรุงการแบ่งโซนให้เหมาะสมกับปัจจุบันเพื่อไม่ให้เกิดเสียงดังสร้างความรำคาญให้ผู้อยู่อาศัยบริเวณใกล้เคียง โดยต้องมีกรอบในการปฏิบัติให้ชัดเจน และเชื่อว่าหากทำให้โปร่งใสและมีระเบียบปฏิบัติชัดเจน ย่อมดีกว่าการลักลอบเปิดแบบผิดกฎหมายแน่นอน นอกจากนี้ยังมีผู้ที่เกี่ยวข้องในแง่เศรษฐกิจตรงนี้มากมาย เช่น พ่อค้าแม่ค้าในตลาดที่ขายของและทำอาหาร คนขับรถสาธารณะ เป็นต้น ซึ่งส่วนหนึ่งก็เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจอีกทางด้วย
สอดรับกับความเห็นของ นางสาวศุภลักษณ์ อัมพุช ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป กล่าวว่า โดยเห็นด้วยกับนโยบายการขยายเวลาปิดสถานบันเทิง เป็น 04.00 น. เพราะจะช่วยกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวมีทางเลือกในการทำกิจกรรม และมีการใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ซึ่งอย่างที่ทราบมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากที่ชอบกิจกรรมยามค่ำคืน ดังนั้นการทำให้ประเทศไทยกลายเป็นเมืองไม่มีการหลับไหล เราสามารถกำหนดได้เลยว่า จังหวัดใด สามารถสร้างแหล่งท่องเที่ยวกลางคืนเพิ่มเติมได้ ไม่ว่าจะเป็น กรุงเทพฯ เชียงใหม่ ภูเก็ต กระบี่ มีโซนให้ใช้ชีวิตยามค่ำคืน ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้จะดึงดูดเม็ดเงินได้จากนักท่องเที่ยวได้อีกมหาศาล และที่สำคัญจะช่วยให้ คนที่ทำมาหากินในช่วงกลางคืน ที่มีการสำรวจว่ามีกว่า 10 ล้านคน มีรายได้ที่เพิ่มขึ้น
จากนี้คงต้องติดตามว่า การกลับมาขยายเวลาการให้บริการของสถานบันเทิงจะสร้างเม็ดเงินได้คุ้มค่ากับปัญหาสังคมที่อาจจะตามมาเพิ่มเติมหรือไม่ ต้องติดตามกันต่อไป.
ลลิตเทพ ทรัพย์เมือง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ฝากการบ้านรัฐบาล
โฉมหน้าของรัฐบาลและคณะรัฐมนตรีมีผลโดยตรงต่อความเชื่อมั่นของประชาชนและนักลงทุน พร้อมกันนี้อยากเห็นการจัดตั้งรัฐบาลใหม่เกิดขึ้นโดยเร็ว เพื่อให้การบริหารประเทศและการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจเดินหน้าได้อย่างต่อเนื่อง
เปิดเทรนด์และนิยาม‘การท่องเที่ยว’ปี69
การเดินทางเป็นเรื่องเฉพาะตัวมาโดยตลอด ทว่าในปี 2569 การเดินทางจะเปลี่ยนไปจากแผนการเดินทางเดียวที่เข้ากับผู้ร่วมทริปทุกคนให้เป็นแผนการเดินทางที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะตัวมากยิ่งขึ้น
ถึงเวลาพลิกฟื้น‘เอสเอ็มอี’
ท่ามกลางสัญญาณเศรษฐกิจที่เปราะบาง เศรษฐกิจไทยในปี 2569 ถูกประเมินว่าจะเติบโตเพียง 1.8% สะท้อนการชะลอตัวที่ชัดเจนและต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่ม ASEAN-6 โดยเป็นครั้งแรกในรอบหลายทศวรรษที่อัตราการเติบโตอาจต่ำกว่า 2%
ญี่ปุ่นไม่ถอยชูไทยฐานหลักในอาเซียน
ในช่วงที่เศรษฐกิจโลกยังผันผวน ทั้งจากสงครามการค้า นโยบายประเทศมหาอำนาจ และความไม่แน่นอนรอบด้าน การตัดสินใจลงทุนของนักลงทุนต่างชาติถือเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่า “ประเทศไหนยังน่าเชื่อถือ”
‘LISA Effect’บูมท่องเที่ยวไทย
ปัจจุบัน อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย กำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อครั้งสำคัญ ท่ามกลางพฤติกรรมนักท่องเที่ยวที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ควบคู่กับแรงกดดันจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์
ปี69อุตฯยานยนต์ยังเหนื่อย
ในช่วง 2-3 ปีนี้ อุตสาหกรรมรถยนต์กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี จากเครื่องยนต์สันดาปไปสู่ไฟฟ้ามากขึ้นและเป็นไปอย่างรวดเร็ว ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจทั่วโลกที่มีความผันผวนจากปัจจัยท้าทายรอบด้าน

