โอ้ปากหนอปาก เพราะพูดมากและปากไว

พวกเราคงเคยได้ยินสุภาษิต คำพังเพยและคำคมเกี่ยวกับคำพูดมากมาย เช่น “ก่อนพูดเราเป็นนายของคำพูด แต่เมื่อพูดไปแล้วคำพูดจะเป็นนายเรา” นั่นหมายถึงคำพูดที่เราพูดออกไปจะบังคับให้เราต้องรักษาสัญญา ทำตามที่พูด หรือข้อความที่ว่า “การพูดเหมือนสาดน้ำ เมื่อสาดออกไปแล้วเอากลับคืนมาไม่ได้ ซึ่งหมายถึงการพูดที่บ่งบอกความคิด ความเป็นตัวตนของเรา เมื่อพูดผิดออกไปแล้วจะมาชี้แจงแก้ไขในภายหลัง ก็ยากที่จะทำให้คนเชื่อคำชี้แจงของเราในภายหลัง เพราะคนเขาเชื่อสิ่งที่ได้ยินตั้งแต่ครั้งแรกไปแล้ว และที่น่ากลัวคือข้อความที่ว่า “ปลาหมอตายเพราะปาก” หมายถึงการพูดที่เป็นอันตรายสำหรับตัวผู้พูดเอง คำพูดที่เปล่งมาจะทำร้ายผู้พูดโดยไม่คิด ไม่ไตร่ตรองให้ดีก่อนพูด อย่างที่เขาเรียกว่า “พูดพล่อยๆ” นั่นแหละ

คนที่มีสติจะต้องยึดหลัก “คิดก่อนพูด” ไม่ใช่ “พูดก่อนคิด” นั่นคือ จะพูดอะไรก็ตามต้องคิด ไตร่ตรองให้ดีก่อนว่าสิ่งที่พูดนั้นถูกต้องหรือไม่ เหมาะสมหรือไม่ สมควรจะพูดหรือไม่ จะมีผลดีผลร้ายต่อตนเอง ต่อผู้อื่นหรือต่อประเทศชาติอย่างไร อย่าพูดโดยไม่คิด อย่าอ้างความเป็นคนจริงใจ คิดอย่างไรก็พูดอย่างนั้น ความเป็นคนจริงใจเป็นเรื่องที่ดีก็จริง แต่คนเราต้องไม่พูดทุกเรื่องที่คิด ไม่ทำทุกเรื่องที่คิด ถ้าหากสิ่งที่คิดจะพูด สิ่งที่คิดว่าจะทำนั้นก่อให้เกิดปัญหากับตนเองหรือต่อผู้อื่น เราก็ควรจะระงับความเป็นคนจริงใจไว้บ้าง อย่าอ้างความจริงใจในการพูดสิ่งที่ก่อให้เกิดปัญหา

คนเราต้องยึดหลักที่ว่า “ทุกอย่างที่พูดต้องเป็นความจริง แต่ไม่จำเป็นต้องพูดความจริงทุกเรื่องที่มี” บางเรื่องพูดไปแล้วสร้างความเสียหายทั้งระดับส่วนตัวและระดับสังคมก็ไม่ควรจะพูด ถ้าคนเรารู้จักหลักเหล่านี้ปากก็จะไม่เป็นภัย แต่หากขาดความเข้าใจในหลักการเหล่านี้ ปากก็จะก่อให้เกิดโอษฐภัย ผู้นำของเราเป็นคนจริงใจ คิดอย่างไรพูดอย่างนั้น เป็นคนปากไว พูดหลายเรื่องโดยไม่คิดให้รอบคอบก่อนที่จะเอื้อนเอ่ยวาจาออกมา และเมื่อต้องเจอกับการวิพากษ์วิจารณ์ของสังคมก็ต้องมาชี้แจงแบบเข้าท่าบ้างไม่เข้าท่าบ้าง คนยอมรับฟัง ยอมเชื่อคำชี้แจงบ้าง ไม่เชื่อบ้าง ไม่ยอมรับคำชี้แจงบ้าง และมองว่าเป็นการ “แถ-ลง” มากกว่าเป็นการ “แถลง” ทำให้คนบางคนมองผู้นำของเราว่าเป็นคน “สับปลับ” พูดจาไม่อยู่กับร่องกับรอย พูดไม่คิด พอคนทักว่าพูดผิด คิดผิด ทำผิด ก็ออกมาแก้ตัว และหลายเรื่องที่อธิบายมานั้น ผู้คนต้องตั้งคำถามว่า “คิดว่าประชาชนโง่นักหรือไร ที่จะเชื่อคำชี้แจงเหล่านั้น” ในที่สุดภาพลักษณ์ของคนพูดก็เสียหายแบบปลาหมอตายเพราะปาก

เรื่องการจ่ายเงินเดือนสองครั้งก็พูดทันทีที่ได้เป็นรัฐบาล ไม่มีการสำรวจ ไม่มีการถามไถ่ความต้องการของข้าราชการและลูกจ้างของรัฐ สุดท้ายก็เจอปฏิกิริยาต่อต้านจากคนที่เขาไม่เห็นด้วย จนต้องปรับเป็นการให้ข้าราชการและพนักงานของรัฐเลือกได้ว่าจะรับครั้งเดียวหรือสองครั้ง สร้างภาระงานให้แก่เจ้าหน้าที่กรมบัญชีกลาง มิหนำซ้ำยังให้โอกาสในการเปลี่ยนได้อีก คิดดูเถิดว่าภาระของเจ้าหน้าที่กรมบัญชีกลางจะยุ่งยากแค่ไหนอย่างไร พูดไปแล้วเหมือนสาดน้ำ เอากลับคืนไม่ได้ จึงต้องแก้เกี้ยวด้วยการให้คนรับเงินเดือนเลือกได้ สร้างความยุ่งยากให้กับการทำงานของเจ้าหน้าที่กรมบัญชีกลาง สิ้นเปลืองทั้งเงิน เวลา และแรงกายแรงใจของเจ้าหน้าที่ทั้งหลายในการทำหน้าที่เป็นผู้จ่ายเงินเดือน ถ้าหากเปลี่ยนกันเป็นจำนวนมากจะเป็นภาระของเจ้าหน้าที่แค่ไหน ลองคิดดูก็แล้วกัน

เรื่องการขึ้นเงินเดือนข้าราชการและเรื่องการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำนั้น ต้องศึกษา ต้องพิจารณากันให้จบสิ้นกระบวนความก่อนแล้วค่อยประกาศ ไม่ใช่ประกาศตั้งแต่สั่งให้ผู้เกี่ยวข้องไปศึกษาเรื่องการขึ้นเงินเดือนและขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ที่ทำให้พ่อค้าแม่ค้าขึ้นราคาสินค้าไปรอการตัดสินใจหนึ่งครั้ง และก็อาจจะไปขึ้นราคาอีกครั้งหนึ่งเมื่อมีการติดสินใจปรับโครงสร้างเงินเดือนและค่าแรงขั้นต่ำ คนบริหารบ้านเมืองที่คิดเป็น เขาไม่ออกมาพูดเรื่องการศึกษาการขึ้นเงินเดือนและขึ้นค่าแรงขั้นต่ำก่อนที่จะมีการตัดสินใจที่ชัดเจนและแน่นอนแล้ว

เรื่องสงครามระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์ก็ออกมาพูดว่า ขอประณามการกระทำต่ออิสราเอล แม้ไม่ได้เอยว่าประณามใคร แต่เมื่อพูดว่าประณามการกระทำต่ออิสราเอล มันย่อมหมายถึงการประณามปาเลสไตน์ ถือว่าเป็นการเลือกข้างอย่างชัดเจน ทำให้สูญเสียท่าทีความเป็นกลางของประเทศไทยในเวทีโลกที่เป็นจุดยืนของประเทศไทยมาโดยตลอด ทำให้การเจรจาที่จะช่วยเหลือแรงงานไทยที่ถูกจับไปเป็นตัวประกันทำได้ยากขึ้น

เรื่องนายจ้างอิสราเอลเพิ่มค่าจ้างให้แรงงานไทยเพื่อไม่ให้กลับประเทศไทย ก็ไม่ใช่เรื่องที่ควรจะเอามาพูดเพื่อจะใช้เป็นเหตุผลว่ารัฐบาลก็จะจ้างให้แรงงานไทยกลับประเทศด้วยเงิน 50,000 บาท ซึ่งหลายคนก็ไม่เห็นด้วย การที่แรงงานจะอยู่อิสราเอลหรือกลับประเทศไทยเป็นทางเลือกของเขาเอง ทำไมรัฐบาลไทยจะต้องใช้เงินงบประมาณไปจ้างให้พวกเขากลับด้วย

เรื่องการแจกเงินดิจิทัล ในความพยายามที่จะแจกเงินดิจิทัล โดยที่จะต้องกู้ไปแจกก็พูดซ้ำๆ อยู่หลายครั้งว่าเศรษฐกิจของประเทศไทยอยู่ในสภาพวิกฤตที่จะต้องกู้เงินมาแจกเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ พูดแบบนี้แล้วจะไปชวนนักธุรกิจต่างชาติให้มาลงทุนในประเทศไทยได้อย่างไร นักธุรกิจที่ไหนอยากจะมาลงทุนในประเทศที่เศรษฐกิจอยู่ในสภาพวิกฤต คิดแต่จะกู้มาแจกให้ได้ จึงพยายามพูดตอกย้ำว่าเศรษฐกิจประเทศไทยอยู่ในสภาวะวิกฤต ไม่มองอีกมุมหนึ่งว่าแล้วนักลงทุนแต่ละชาติเขาจะคิดอย่างไร เขาจะตัดสินใจอย่างไรกับการมาลงทุนในประเทศไทย

เรื่องการโยกย้ายและแต่งตั้งตำรวจให้เป็นผู้กำกับ คงจะมีการขอตำแหน่งผ่าน สส.ไปยังนายกรัฐมนตรีมาหลายยุคหลายสมัยแล้ว แต่ไม่มีใครเขาพูดชัดขนาดนี้ ตอนพูดคงไม่ได้คิดอะไร แต่ข้อความที่พูดออกมานั้นชัดยิ่งกว่าชัดว่ามี สส.มาขอตำแหน่งให้ตำรวจให้ได้เป็นผู้กำกับกันหลายคน ซึ่งจะมีคนที่สมหวังบ้าง ผิดหวังบ้าง พอเรื่องนี้เป็นที่รับรู้ของสังคม หลายคนก็ท้วงติงว่าเรื่องนี้เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย เป็นการกระทำที่ขัดรัฐธรรมนูญ ก็ออกมาชี้แจงว่าความผิดหวังและความสมหวังที่ว่านั้นเป็นเรื่องของ “ความ” ที่เป็นปัญหาไม่ใช่เรื่องของ “คน” พูดเหมือนคนไทยนี้โง่มาก พอที่จะเชื่อคำชี้แจง แล้วก็ยังมีแกนนำอีกคนที่รู้ดีว่าที่ผู้นำพูดออกไปนั้นยากที่จะชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจได้ จึงออกมาพูดแก้เกี้ยวว่าอย่าไปสนใจเรื่องนี้เลย เพราะถ้าสนใจเรื่องเหล่านี้ ประเทศชาติจะเดินหน้าไม่ได้ คำพูดที่ออกมาแถแก้เกี้ยวแบบนี้น่าสมเพชยิ่งนัก

ทั้งหมดนี้ทำให้เราต้องออกมาพูดว่า “โอ้ปากหนอปาก เพราะพูดมากจึงลำบากจัง” ก็ไม่รู้ว่าใครจะพูดเตือนให้ผู้นำของเราพูดจาให้ระวังมากกว่านี้ ให้รู้จัก “คิดก่อนพูด” และควรจะคิดให้รอบคอบด้วย อย่าให้พูดแล้วสร้างปัญหา จนต้องออกมาชี้แจงแบบไม่สามารถเอาตัวรอดได้ เพราะคนไทยไม่ได้โง่ และถ้าหากจะมีคนไปร้องให้มีการไต่สวนความผิด ก็อย่าหาว่าคนเขาจ้องจับผิดด้วยอคติแล้วกัน เพราะทุกอย่างไม่ต้องคิดจากอคติของคนที่ไปร้อง แต่มันเกิดจากการกระทำของพวกคุณเองที่คิดว่ามีอำนาจแล้วจะหยุดจะทำอะไรก็ได้ กฎหมายไทยยังมีความศักดิ์สิทธิ์อยู่นะ.......ขอบอก.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดร.เสรี เผยบทสนทนา 'รุ่นน้อง-นักศึกษาฝึกงาน' ทำไมเลือกพรรคส้ม

ดร.เสรี วงษ์มณฑา นักวิชาการด้านการตลาดและการสื่อสาร โพสต์เฟซบุ๊กว่า เมื่อวานไปพบรุ่นน้องที่มีจุดยืนทางการเมืองตรงกันที่สถานราชการ

ดร.เสรี หวดผู้นำต้อง รู้ลึก-รู้รอบ-รู้ไกล อย่าโชว์โง่พูดพล่อยๆ

ดร.เสรี วงษ์มณฑา นักวิชาการด้านการตลาดและการสื่อสาร โพสต์เฟซบุ๊กว่า คนเราจะเป็นผู้นำที่ดีได้ ต้อง "รู้ลึก" (ในเรื่องที่ทำ) ต้อง "รู้รอบ

ธรรมะแห่งองค์พระมหากษัตริย์

เห็นข่าวเรื่อง เจ้าชายวิลเลียม มกุฎราชกุมารอังกฤษ ได้ออกคำแถลงเรียกร้องให้มีการ หยุดยิง ในสงครามความขัดแย้งระหว่างพวกนักรบฮามาสแห่งปาเลสไตน์กับกองทัพอิสราเอล

กากีฝีแตก!

“ใครเจ๋งก็ต้องเก็บไว้ ของแท้ต้องออกมาพูดหรือ นักเลงเขาไม่พูดกัน ตอบโต้กันองค์กรมันเสียหาย หากพนักงานสอบสวนมีข้อมูลก็ใช้ข้อมูล ไม่ต้องมาโชว์” เนื้อๆ เน้นๆ จาก

ประชาชนหมดปัญญา ถึงเวลาของพรรคก้าวไกล

ไม่ว่าประชาชนจะมีความเคลือบแคลงระแวงสงสัยอะไรกับการจัดการกับนักโทษเทวดาที่อยู่ในห้อง VVIP ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจเป็นเวลา 180 วัน และเมื่อครบ 180