บันทึกหน้า 4

ต้องบอกว่าเป็นครั้งแรกๆ ของ “เศรษฐา ทวีสิน” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังที่แสดงความคิดเห็นเรื่อง “นิรโทษกรรม” โดยระบุว่าเป็นเรื่องสำคัญ จะทำให้ประเทศเดินไปข้างหน้าอย่างปลอดภัย มีเสถียรภาพ โดยงานนี้ “เสี่ยนิด” เริ่มได้แสดงให้เห็นความเขี้ยวในการเป็นนักการเมือง เพราะเจ้าตัวเล่นบอกว่า “ถ้าเกิดขึ้นได้ในรัฐบาลชุดนี้” พร้อมทั้งโยนว่าเป็นเรื่องของรัฐสภาและฝ่ายนิติบัญญัติ แหม! นี่ไม่รู้ว่าติวเตอร์ดี หรือเจ้าตัวเริ่มเรียนรู้กลเม็ดเคล็ดลับ เพราะเล่นไม่สัญญาชัดเจน ที่สำคัญยังโยน “เผือกร้อน” ไปให้ฝ่ายนิติบัญญัติเสร็จสรรพ ...๐

ที่สำคัญก็ต้องบอกว่า  “เศรษฐา” ก็ไม่พูดถึงสารัตถะสำคัญที่สังคมกำลังติดตามอยู่ว่า การนิรโทษกรรมนั้นจะครอบคลุมไปกว้างไกลแค่ไหน จะเอาเฉพาะความคิดเห็นแตกต่างของเสื้อสีต่างๆ

หรือจะรวมคดีทุจริต คดีโกงและคดีมาตรา 112 ด้วย ซึ่งไม่ใช่แต่ “เศรษฐา” ที่ไม่กล้าระบุชัด แม้แต่พรรคเพื่อไทยที่ไม่ใช่ของตระกูลชินวัตรตามที่ “แพทองธาร ชินวัตร” ระบุไว้ก็ตามเรียกว่ายังกั๊กไม่กล้าฟันธง ...๐

แต่เมื่อดูจากระเบียบว่าด้วยการดำเนินการสำหรับการคุมขังในสถานที่คุมขัง พ.ศ.2566 ของกรมราชทัณฑ์แล้ว ก็ต้องเชื่อว่า “เพื่อไทย” จะไม่เหมารวมคดีทุจริตและคดีโกงเข้ามาด้วย เพราะทุกวันนี้กรณี “นักโทษเทวดาชั้น 14” ก็ทำให้ สังคมเกิดคำถามเรื่องกระบวนการยุติธรรมมากเพียงพอแล้ว ยิ่งมีระเบียบที่เอื้อชัดๆ ให้ “พี่โทนี่” ออกมาซ้ำเติมอีก การจะดันหรือเข็นนิรโทษฯ คดีทุจริตเข้ามาพ่วงคดีการเมืองด้วยก็อาจจะกลายเป็นเชื้อไฟให้สังคมกลับมาเกิดบรรยากาศมาคุได้อีกครั้ง ...๐

แม้ใจจริงๆ “นายเหนือ” อยากจะให้นิรโทษฯ คดีโกงด้วย เพราะจะทำให้ “น้องสาว” ที่อยู่ “ยูเออี” กลับบ้านเกิดเมืองนอนตามพี่บ้าง แต่เชื่อหัวไอ้เรืองเถอะ แม้ไม่มีเรื่องนิรโทษฯ คดีโกงก็ตามที แต่ “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” นายกฯ หญิงคนแรกก็จะเจริญรอยตามพี่ชายเป๊ะๆ แน่นอน โดยตอนนี้กำลังดูฤกษ์พานาที รวมทั้งระเบียบกรมราชทัณฑ์ ว่าจะใช้ได้จริง และมีกระแสต่อต้านมากน้อยเพียงใด ...๐

หันมาดูพรรคร่วมรัฐบาลว่าด้วยนิรโทษฯ กันบ้าง เพราะล่าสุด “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย ในฐานะ หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ก็ระบุชัดว่า ต้องไม่แตะไม่แก้หรือเกี่ยวข้องกับมาตรา 112 ซึ่งก็ต้องบอกว่าเป็นความชัดเจนต่อจาก “วราวุธ ศิลปอาชา” รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ที่ออกตัวยืนยันมาตั้งแต่ไก่โห่แล้วว่าต้องไม่เกี่ยวข้องกับมาตรา 112 ในขณะที่ พรรครวมไทยสร้างชาติ “รทสช.” ของ “พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค” รองนายกฯ  และ รมว.พลังงานนั้น แม้ยังไม่ได้ยินเสียงจากหัวหน้าพรรค แต่ “พงศ์พล ยอดเมืองเจริญ” รองโฆษกพรรค รทสช. ก็ออกมายืนยันในแนวทางเดียวกัน พร้อมทั้งพ่วงคดีทุจริตและประพฤติมิชอบไปด้วย ...๐

เรียกว่า 3 พรรคร่วมรัฐบาลก็มีเสียงที่ไปในทางเดียวกันแล้ว ในขณะที่พรรคใหญ่อย่าง “เพื่อไทย” ที่ยังกั๊กดูลาดเลาแล้ว ก็ยังเหลือพรรคพลังประชารัฐของ “ลุงป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่ยังไม่ได้แสดงความชัดเจนในเรื่องนิรโทษกรรมดังกล่าวว่าจะรวมเรื่องมาตรา 112 หรือไม่อย่างไร ...๐

พูดถึงเรื่องนิรโทษกรรมและมาตรา 112 แล้ว ไม่พูดถึง คดี “ทอล์กออฟเดอะเดย์” ไม่ได้ เพราะศาลอาญาได้พิพากษาจำคุก 6 ปี “ไอซ์” รักชนก ศรีนอก  สส.กทม.พรรคก้าวไกล โพสต์ข้อความหมิ่นสถาบันฯ โดยไม่รอลงอาญา แม้ล่าสุด “รักชนก” รอดคุกเพราะได้ประกันตัวต่อสู้คดีในชั้นอุทธรณ์ไม่หลุดจาก สส.ก็ตามที ในขณะที่อีกฟากหนึ่งนั้น “ไบรท์-ชินวัตร จันทร์กระจ่าง” ปราศรัยดูหมิ่นสถาบันนั้น ก็ถูกพิพากษาตัดสินจำคุก 3 ปี ปรับ 11,100 บาท โดยไม่รอลงอาญาเช่นกัน ...๐

แต่ก็อย่างที่เห็นและเป็นอยู่ เพราะถึงคราวชี้เป็นชี้ตายขึ้นมา ที่เคยบอกว่า คนเท่ากัน สุดท้ายก็เป็นแค่โวหารสวยหรู เพราะกรณี “รักชนก” นั้น มี “ชัยธวัช ตุลาธน” สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรค หวังจะทำหน้าที่ประกันตัวให้สู้คดีในชั้นอุทธรณ์ ทั้งที่ “ไอซ์” ก็สามารถใช้ตำแหน่ง สส.ประกันตัวเองสู้คดีได้ ในขณะที่ “ไบรท์” นั้น กลับไม่มีญาติหรือบรรดาคนร่วมเคียงข้างไปประกันแต่ประการใด โดยเฉพาะแกนนำพรรคส้มหวานที่เคยไปเชียร์ไปหนุนทั้งหลาย เรียกว่าหายเข้ากลีบเมฆเป็นทิวแถว งานนี้คงได้รู้เช่นเห็นชาติแล้วสิว่าถูกหลอกไปตายเป็นอย่างไรกันจ๊ะ ...๐

 

ท.ศักดิ์

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บันทึกหน้า 4

"อนุทิน 2" ยังไม่สะเด็ดน้ำ! ตัวเลข สส.ระบบเขต บวกกับปาร์ตี้ลิสต์ คร่าวๆ ณ วันนี้ ภูมิใจไทย 193 ประชาชน 118 เพื่อไทย 74 กล้าธรรม 58 ประชาธิปัตย์ 22 ไทรวมพลัง 6 ประชาชาติ 5 พลังประชารัฐ 5 เศรษฐกิจ 3 รวมไทยสร้างชาติ 2 เพื่อชาติไทย 2 ไทยสร้างไทย 2 รวมใจไทย 2 ใหม่ 1 ไทยทรัพย์ทวี 1 ประชาธิปไตยใหม่ 1 มิติใหม่ 1 ไทยภักดี 1 รวมพลังประชาชน 1 เสรีรวมไทย 1 ทางเลือกใหม่ 1 โอกาสใหม่ 1

บันทึกหน้า 4

“ตรุษจีนปีม้า” 17 กุมภาพันธ์นี้ ก็หวังว่าประเทศไทยคงได้เฉลิมฉลองอย่างสนุก เพราะ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ ควงคู่ศรีภรรยา “ธนนนท์ นิรามิษ” ไปร่วมเฉลิมฉลองงานตรุษจีนเมื่อวันพุธที่ 11 ก.พ.2569

บันทึกหน้า 4

ผลการเลือกตั้ง สส.เมื่อวันที่ 8 ก.พ. พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ชนะอันดับหนึ่งแบบถล่มทลาย ได้ 193 เสียง พรรคประชาชน (ปชน.) 118 พรรคเพื่อไทย (พท.) 74 พรรคกล้าธรรม (กธ.) 58 พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) 22 เซียนการเมือง

บันทึกหน้า 4

เรียกได้ว่า หักปากกาเซียน กันทั้งประเทศ สำหรับผลการเลือกตั้งครั้งนี้ ที่พรรคน้ำเงิน พรรคภูมิใจไทย ผงาดขึ้นมาแบบเหนือความคาดหมาย กวาดคะแนนนำเป็นอันดับหนึ่งอย่างขาดลอย ด้วยผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการถึง 194 เสียง ทิ้งห่างพรรคประชาชนที่ตามมาเป็นอันดับสอง 116 เสียง และพรรคเพื่อไทยที่ได้เพียง 76 เสียง

บันทึกหน้า 4

บันทึกไว้ให้ช่วยกันจดจำว่า การเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 8 ก.พ.2569 เป็นการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นตามกระบวนการยุบสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งถือเป็นการเลือกตั้งตามครรลองประชาธิปไตยปกติ ไม่ใช่การเลือกตั้งที่เกิดขึ้นหลังการยึดอำนาจหรือรัฐประหารหรือมีการฉีกรัฐธรรมนูญ

บันทึกหน้า 4

ใกล้ปิดฉาก "เลือกตั้ง 2569" เริ่มต้นชะตาบ้านเมืองรอบใหม่ วันอาทิตย์นี้ตัดสินสีไหนจะเข้าวิน ระหว่างน้ำเงินภายใต้การนำของ "นายกฯ หนู" อนุทิน ชาญวีรกูล" กับส้ม ของ "หัวหน้าเท้ง" ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ