ด้วยเหตุเพราะสิ่งนี้-สิ่งนี้...สิ่งนี้จึงเป็นไป!!!

เวลา วัตถุ ใดๆ...จะเคลื่อนที่ เคลื่อนไหว ไปในแนวไหนต่อแนวไหน ย่อมต้องได้รับแรงส่ง แรงผลัก แรงดัน ที่อยู่ในด้านตรงกันข้ามนั่นเอง อันนี้...ถือเป็นกฎธรรมชาติ หรือ กฎฟิสิกส์ เอาเลยก็ว่าได้ ดังเช่น กงล้อ ล้อหนึ่งที่จะค่อยๆ หมุนขึ้น ย่อมหนีไม่พ้นต้องอาศัยแรงส่ง แรงผลัก แรงดันจากภาวะที่กำลัง หมุนลง นั่นแล...

ดังนั้น...บรรดา ความเสื่อม ทั้งหลาย...ที่เราๆ-ทั่นๆ ต่างมีโอกาสได้เห็น ได้ยิน ได้ฟัง อยู่ในทุกวันนี้ ไม่ว่าระดับโลก หรือระดับชาวบ้าน-ชาวช่อง ตั้งแต่เรื่องความเหี้ยม ความโหด ความไม่ชอบมา-พากล ไม่ถูกต้อง-เป็นธรรม ของ ประมุขโลก หรือมหาอำนาจสูงสุดในโลกอย่างคุณพ่ออเมริกาและ พันธมิตรอันศักดิ์สิทธิ์ อย่างอิสราเอล ที่มองเห็นชีวิตมนุษย์มนาไม่ต่างไปจากผัก-ปลา ไปจนเรื่องนักร้อง ดารา นักธุรกิจ นักการเมือง ฯลฯ ที่ดันไปสร้างความฉาวโฉ่ ด้วยเรื่องส่วนตัว ด้วยความทุจริต ประพฤติมิชอบ ต่างๆ นานา ในด้านหนึ่ง...มันคือความน่าทุเรศ น่าเวทนา แต่ในอีกด้านหนึ่ง...มันคือแรงส่ง แรงผลัก แรงดัน ที่จะทำให้ความปรารถนา ความต้องการ ต่ออนาคตเบื้องหน้า ค่อยๆ หมุนขึ้น หรือค่อยๆ กระเสือกกระสน ดิ้นรนไปสู่ความเจริญ ก้าวหน้า ความสุข-สงบ ความถูกต้อง-เป็นธรรม ให้จงได้!!!

ไม่ต่างไปจาก สัตว์ทั้งหลาย ที่ไม่ต้องการ ฆ่าใคร และ มิให้ใครฆ่าเรา จนต้องหลบลี้ หนีหาย ไปอยู่ในซอกเขา ระหว่างเกาะ หรือสุมทุม พุ่มไม้ ดังที่ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ท่านทรงบรรยายไว้ในช่วงเหตุการณ์ สัตถันดรกัป อะไรทำนองนั้น จนกระทั่งเมื่อบรรดา ความเสื่อม ทั้งหลาย ล่วงเลยไปถึงขีดสุด หรือเมื่อการสังหาร พร่าผลาญระหว่างกันและกันดำเนินไปจนครบ 7 วัน ความปรารถนาและต้องการต่อ ศีลธรรม เบื้องต้น หรือข้อ ปาณาติบาต มันจึงกลายเป็น จุดเริ่มต้น แห่งการ หมุนขึ้น ไม่ว่าต่อตัวตน-ของตน หรือต่อสังคมทั้งสังคมนับจากนั้น จนค่อยๆ นำไปสู่ ยุคพระศรีอาริย์ จนได้...

เหตุที่ต้องนำเอาแนวคิด คตินิยม ค่านิยม ทำนองนี้...มาพูดถึงกันอีกรอบ ก็คงไม่ได้คิดจะเพ้อเจ้ออะไรให้มากมายหรอกทั่น เพียงแต่ต้องการให้ลองใคร่ครวญ พิจารณา ถึงบรรดา ความเสื่อม ทั้งหลาย ด้วยความ เข้าถึง-เข้าใจ เป็นสำคัญ ไม่งั้นโอกาสที่จะ อกแตกตาย หรืออาจ เป็นบ้าตาย ย่อมเป็นไปได้ไม่ยากส์ส์ส์ เพราะอะไรต่อมิอะไรมันช่างไหลลง รูดลง ช่างต่ำต้อย ต่ำตม ต่ำเตี้ยเรี่ยดินเสียเหลือเกิน ตั้งแต่ระดับโลก จนถึงระดับชาวบ้าน-ชาวช่อง อย่างสังคมไทยของหมู่เฮาก็เถอะ ชนิดใครก็ตาม...ที่คิดฝืน คิดจะต้าน กับแรงผลัก แรงดัน อันทำให้เกิดการ หมุนลง ในลักษณะเช่นนี้ มีแต่ต้องเหน็ดเหนื่อย เมื่อยล้า หรือไปๆ-มาๆ อาจถูกแรงดังกล่าวบดขยี้ ให้ต้องตกเวทีประวัติศาสตร์หาเวทีรำวงยังไม่เจอเอาดื้อๆ!!!

มีแต่ต้องอาศัยความ เข้าถึง-เข้าใจ นั่นแหละ เป็นข้อสรุป เป็นคำตอบ เอาไว้โดยตลอด ถึงพอจะมองเห็นความเป็นไปแห่งกฎธรรมชาติ เห็นถึงการ เกิดขึ้น-ตั้งอยู่-และดับไป เป็นรอบๆ หรือเห็นถึงความ มันเป็นเช่นนั้นเอง...มันเป็นพรรค์นั้นแหละ เป็นไปตามกฎอิทิปปัจจยตา-ปฏิจจสมุปบาท ที่ไม่มี ข้อยกเว้น ให้กับสิ่งใดๆ เอาเลยแม้แต่น้อย ไม่ว่าจะเป็นอภิมหาจักรวรรดิอันยิ่งใหญ่ เกรียงไกร ในแต่ละยุค-แต่ละสมัย ไปจนถึงตัวตน-ของตน ของปัจเจกบุคคลในแต่ละผู้-แต่ละนาม ซึ่งล้วนแต่ตกอยู่ภายใต้เงื่อนไข-เหตุปัจจัย อันว่าด้วย...ด้วยเหตุเพราะสิ่งนี้-สิ่งนี้...สิ่งนี้จึงเป็นไปด้วยกันทั้งสิ้น ทั้งปวง...

ดังนั้น...เพียงแค่ พรรคการเมือง ที่แม้จะมีอายุยืนยาวมาเกือบศตวรรษ จนเกือบทำให้เกิดการหลงคิด หลงเชื่อ ไปถึงขั้นว่าเป็น สถาบันทางการเมือง ที่ไม่อาจโยกคลอน ไม่ถึงกับล่มสลายลงไปได้ง่ายๆ แต่สุดท้าย...ทุกสิ่งทุกอย่างมันย่อมต้องเป็นไปตามกฎเหล็กแห่งธรรมชาติ ตามกฎอิทัปปัจจยตา นั่นแล ไม่ว่าจะด้วยเหตุเพราะสิ่งนี้-สิ่งนี้ สิ่งที่เรียกว่า ชวน ว่า บัญญัติ ว่า อภิสิทธิ์ จุรินทร์ ฯลฯ สุดท้าย...มันก็เลยนำมาซึ่งสิ่งที่เรียกว่า เฉลิมชัย จนได้!!!

ด้วยเหตุนี้...แทนที่จะไปเจ็บปวด รวดร้าว ทรมานจิตใจ กับความเป็นไปของโลก ของธรรมชาติ ที่มันกำลังหมุนลงๆ ไปสู่ความเสื่อม อย่างทั่วถึงกันไปในทุกระดับ สู้หันมามองหาคำตอบและข้อสรุป ที่จะนำไปสู่ความ เข้าถึง-เข้าใจ นำไปสู่การมองเห็นความเป็นไปแห่งอนาคต โดยระหว่างนี้จะต้องหลบลี้ หนีภัย ไปอยู่ในซอกเขา ระหว่างเกาะ หรือสุมทุม พุ่มไม้ใดๆ หรือจะต้อง ลาออก กันไปเป็นรายๆ หรือไม่? อย่างไร? นั่นก็คงต้องขึ้นอยู่กับ เงื่อนไข และ เหตุปัจจัย ของแต่ละคน แต่ละตัวตน ไปตามสภาพ...

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

วันนี้…สวัสดีกันหรือยัง

เมื่อวานบอกว่าจะขอหยุดอยู่โลกใบนี้สักวัน วันนี้ก็ยังอยู่ครับ ไม่ได้กลับไปสามโลกกับคุณปิยะแล้ว

ลิ้นงู...ที่อยู่ในปากงู!!!

แม้ว่าแทบไม่เหลือ ราคา ใดๆ...สำหรับ ตัวตลก-ตัวแทน อย่างนาย Volodymyr Zelensky ผู้นำยูเครน ในการทำศึกสงครามกับ ชาตินิวเคลียร์ อย่างรัสเซีย แต่การดิ้นรน

สมัครใจ...ขาลอย!

เซ็นคำสั่งเรียบร้อย โครงการปรับเปลี่ยนกำลังพล รุ่นที่ 29 (รอบตุลาคม ปีงบประมาณ พ.ศ. 2570) หรือเออร์ลีรีไทร์ บิ๊กปู้-พล.ต.ท.อนุชา รมยะนันทน์ ผู้ช่วยผบ.ตร. ปฏิบัติราชการแทน ผบ.ตร. ลงนามอนุญาตให้ตำรวจลาออกจากราชการจำนวน 1,130 ราย

ความยุ่งยากเมื่อต้องเลือกข้าง-เลือกฝ่าย!!!

ไม่ว่าจะโลก...หรือประเทศไทยแลนด์ แดนสยาม ของหมู่เฮา ท่าทางมันน่าจะ ยุ่ง ระดับ โค้วตงหมง หรือระดับ ยุ่งฉิบหาย-ยุ่งตายห่า กันอีกมิใช่น้อย ภายในอนาคตเบื้องหน้า หรืออนาคตอันใกล้

เช็กชื่อ 'ผบ.พล' ซีรีส์ 3

การแต่งตั้งตำรวจระดับ “นายพล” ตำแหน่ง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) และจเรตำรวจแห่งชาติ ลงมาถึง ผู้บังคับการ (ผบก.) วาระประจำปี 2569 จำนวน 281 นาย