เล่นบทเตมีย์ใบ้

อึ้งกิมกี่! กับท่าที "ผู้มีอำนาจ" ใน "กรมปทุมวัน" หลังจากมีคลิปที่ถูกอ้างว่าเป็น "บิ๊ก ตร." กล่าวในระหว่างมอบนโยบายแก่ผู้ใต้บังคับบัญชา ในลักษณะ "กร่าง" ไม่เกรงกลัวกระบวนการตรวจสอบตามกระบวนการยุติธรรม

ถึงขนาดประกาศโชว์ "ลูกน้อง" กลางวง

"...ไล่ออกปลดออกนะ แต่อาญา มันติดคุกนะ แต่คุณไม่ต้องห่วงหรอก ผมส่ง ป.ป.ช.เนี่ย ป.ป.ช.ไม่ทำเรื่องคุณหรอก เดี๋ยว ป.ป.ช.ส่งมาให้ผมกลับมาทำเองนะ เออ คุณไม่ต้องกังวล เร็วแน่นอน ทุกเคสที่ผมทำไม่มี ป.ป.ช.รับหรอก..."

กล้ามใหญ่กล้ามโตคับเมือง!!!

ขนาด นายกฯ นิด-เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและ รมว.การคลัง ได้ยินได้ฟังคลิปดังกล่าวก่อนบอก

"ตรงนี้เป็นเรื่องสำคัญ ต้องเริ่มจากหลักคุณธรรม หากมีหลักฐานอะไรก็นำมาเสนอ มั่นใจว่ารัฐบาลจะไม่ปล่อยเรื่องเหล่านี้ออกไป ผมเองก็มั่นใจในความเป็นอิสระขององค์กรอิสระด้วย แต่ก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายว่าเป็นเสียงของนายตำรวจใหญ่จริงหรือไม่ สืบทราบได้หรือเปล่าว่าเป็นใคร"

พร้อมเน้นย้ำ...

"หากเป็นเรื่องที่พอจะมีหลักฐานที่จะนำไปขยายผลต่อได้ ก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย ยืนยันรัฐบาลยึดหลักตามนิติธรรม และความเสมอภาค เท่าเทียม รวมถึงความถูกต้องและสิทธิมนุษยชนของทุกคน”

นายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์เสียงดังฟังชัด

แม้จะยังไม่รู้ว่า "บิ๊ก ตร." ดังกล่าวที่ใหญ่โตถึงขนาดเคลียร์คดีกับ ป.ป.ช.ได้เป็นใครก็ตาม

แต่ดูเหมือนในรั้ว "ปทุมวัน" ต้นสังกัด "บิ๊ก ตร." ที่ถูกอ้างถึง กลับเงียบฉี่ ไม่มีอะไรเคลื่อนไหว ไม่มีใครออกมาอธิบาย ทั้งๆ ที่การกล่าวอ้าง "บิ๊ก ตร." ซึ่้งไม่ได้บ่งชี้ว่าเป็นใครนั้น

ภาพรวม "ตำรวจ" เสียหายไปแล้ว ในสายตาประชาชน ถูกมองเป็นผู้มีบารมีเหนือกระบวนการยุติธรรม  เหนือกระบวนการตรวจสอบ

แบบนี้ชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนจากพฤติกรรม  "ตำรวจนอกรีต" จะไปพึ่งใครได้

การที่ "ผู้บังคับบัญชา" ที่มีอำนาจเลือกที่จะสวมบท  "เตมีย์ใบ้" เลือกที่จะ "สวมกอด" เลือกที่จะ "อุ้ม" พวกเดียวกันเอง ไม่มีการขยับ ไม่มีการตรวจสอบ ไม่มีการทำให้ความจริงกระจ่าง

ภาพพจน์ "สำนักงานตำรวจแห่งชาติ" ก็จะยิ่งดำดิ่งในสายตาประชาชน ในสายตาสังคมทั่วไปเรื่อยๆ

ศรัทธา ความไว้วางใจ การเป็นที่พึ่งให้ประชาชนจะหายไป

เพราะขนาด "นายกรัฐมนตรี" บอก...

"หากเป็นเรื่องที่พอจะมีหลักฐานที่จะนำไปขยายผลต่อได้ ก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย"

ในฐานะ "ตำรวจ" ผู้บังคับใช้กฎหมายบ้านเมืองยังไม่ทำ ยังไม่ตรวจสอบ แล้วจะให้ใครทำในเมื่อ ผู้ที่เกี่ยวข้อง ผู้ที่มีอำนาจ เลือกที่จะสวมบทเตมีย์ใบ้ซะงั้น

ก็เอวัง....

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อย่าขยันแค่ชิงเก้าอี้!

เมื่อตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 ไม่ได้กำหนดกฎ กติกา "ล็อกสเปก" คุณสมบัติผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่ง "ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ" หรือ "ผบ.ตร." แบบยึดเรียงลำดับอาวุโส หรือยึดแค่ความรู้ความสามารถ

นักวิ่งตาเป็นมัน!

โหมโรงแต่งตั้ง “นายพลสีกากี” รวดเร็วปานกามนิตหนุ่ม กันตั้งแต่ต้นเดือน มิ.ย. หลัง ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ แม่ทัพใหญ่สีกากี ขยับปากกาลงนามประกาศลำดับอาวุโสระดับ ผู้ช่วย ผบ.ตร.และรอง จตช. ลงมาถึง รอง ผบก. ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นในแต่ละระดับครั้งที่ 1

โหมโรงชิง 'ผบ.ตร.'

หากยึดตามคำสัมภาษณ์ โฆษกตำรวจ-พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ หลังประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร.

‘ตั้งนอกวาระ’ หัวทิ่ม!

เข้าใจวงประชุม ก.ตร. ที่นายกฯ หนู-อนุทิน ชาญวีรกูล มานั่งหัวโต๊ะประธาน เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ต้องถอนวาระแต่งตั้งข้าราชการตำรวจนอกวาระประจำปี ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะเสนอชื่อ พล.ต.ท. นพ.ทวีศิลป์ เวชวิทารณ์ นายแพทย์ใหญ่ (สบ 8) โรงพยาบาลตำรวจ ขึ้นเป็น ผู้ช่วย ผบ.ตร.

ปี๊บคลุมหัวตำรวจ

อุ้ย! ขาสั่น มือสั่น ไม่กล้าจะเขียนถึง "ตำรวจโจร" ที่อาศัยเครื่องแบบ อาศัยกฎหมายในมือไปทำผิดเยี่ยงโจร กลัวจะต้องขึ้นโรง ขึ้นศาล ได้ไปกินข้าวผัด ได้ไปกินโอเลี้ยง

แก้หนี้ ตร.กี่โมง

ต้องตั้งคำถามตัวโตๆ อีกครั้ง "หนี้สินตำรวจ" จะแก้กันได้กี่โมง หลังจากได้ยิน ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้นำตำรวจ พูดตอนหนึ่งในระหว่างเป็นประธานการประชุมบริหารสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กำชับด้านสวัสดิการสั่งปรับปรุงระบบสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจทั่วประเทศ