
หลังจากศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัยและตัดสินว่าความพยายามแก้ไขหรือยกเลิกมาตรา 112 เป็นการ “เซาะกร่อน บ่อนทำลาย” สถาบันพระมหากษัตริย์ให้เสื่อมทรุด และในที่สุดอาจจะถึงการล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ ทางพรรคก้าวไกลเขาก็ใช้การเล่นคำในการตอบโต้ว่า การแก้ไข หรือการยกเลิกมาตรา 112 ไม่ใช่การล้มล้าง สิ่งที่พวกเขาทำนั้นเป็นความต้องการปฏิรูป และบอกว่าการปฏิรูปไม่ใช่การล้มล้าง พวกเขาเพียงต้องการที่จะวางพระราชสถานะและพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ให้มีความเป็นสากล มีความเหมาะสมตามบริบทของศตวรรษที่ 21
มันก็จริง คำว่าแก้ไข ไม่ใช่การล้มล้าง การยกเลิกไม่ใช่การล้มล้าง การปฏิรูปไม่ใช่การล้มล้าง เมื่อเปิดพจนานุกรม ทั้งแก้ไข ยกเลิก และปฏิรูป มีความหมายไม่เหมือนการล้มล้างอย่างแน่นอน แต่การวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ท่านไม่ได้มองแค่การเล่นคำของพรรคก้าวไกลเท่านั้น แต่ท่านมองการกระทำในทุกมิติที่ส่อให้เห็นเจตนาและความพยายามของพรรคก้าวไกล ท่านอธิบายชัดเจนว่าการกระทำหลายสิ่งหลายอย่างเป็นการเซาะกร่อนบ่อนทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์
พรรคก้าวไกลเคยเสนอแก้ไขกฎหมายมาตรา 112 เข้าสภาในสมัยที่ผ่านมา แต่รองประธานสภาพิจารณาแล้ว ไม่อาจที่จะให้นำร่างกฎหมายดังกล่าวเข้าสภาได้ เพราะเนื้อหาของกฎหมายเป็นการขัดรัฐธรรมนูญ เข้าข่ายล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เป็นการแก้ไขกฎหมายที่ลดทอนพระราชอำนาจ เป็นการยกเลิกการปกป้องพระประมุขของประเทศ การย้ายมาตรา 112 ออกจากหมวดความมั่นคงไปอยู่หมวดคดีอาญา การลดโทษการหมิ่นประมาท อาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ การให้คดีหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์เป็นคดีที่ยอมความได้ และการให้สำนักพระราชวังเป็นผู้ฟ้องคดีหมิ่นประมาท เท่ากับเป็นการดึงพระมหากษัตริย์ให้เป็นคู่กรณีกับประชาชน เมื่อเป็นเช่นนี้ จึงไม่มีการนำเอาร่างการแก้ไขมาตรา 112 ของพรรคก้าวไกลเข้าพิจารณาในสภา
การปราศรัยบนเวทีการชุมนุมที่ลานพญานาค มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต มีข้อความที่ลดพระราชอำนาจและจำกัดสิทธิของพระมหากษัตริย์หลายเรื่อง รับบริจาคก็ไม่ได้ แสดงสุนทรพจน์กับประชาชนก็ไม่ได้ ข้อเรียกร้องทั้ง 10 ข้อในการอ่านแถลงบนเวทีนั้น สิทธิของพระมหากษัตริย์มีน้อยกว่าประชาชนทั่วไปด้วยซ้ำ และนอกจากนั้นแล้วยังมีการกล่าวหาพระองค์ท่านด้วยข้อความที่เป็นเท็จอีกหลายประเด็น ในการชุมนุมแต่ละครั้งนั้น ทั้งคำปราศรัย ป้ายข้อความ การกระทำที่ผิดกฎหมาย เช่น การขวางขบวนเสด็จ การเผาพระบรมฉายาลักษณ์ การล้อเลียนให้เสียพระเกียรติ แสดงให้เห็นเจตนาว่าพรรคก้าวไกลและแนวร่วมมีความต้องการทำอะไรกับสถาบันพระมหากษัตริย์ ผู้ที่ออกมาชุมนุมมีการกระทำที่ผิดกฎหมายตามมาตรา 112 เป็นจำนวนมาก และหลายคนมีมากกว่า 1 คดี
ในการปราศรัยบนเวทีชุมนุม เนื้อหาหลายช่วงหลายตอนเป็นการเซาะกร่อนบ่อนทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์ และหลายครั้งเราจะเห็นสมาชิกพรรคก้าวไกลทั้งที่เป็น สส.และแนวร่วมที่ไม่ใช่ สส.ไปปรากฏตัวอยู่ในที่ชุมนุม เนื้อหาสาระของคำปราศรัยและการกระทำของผู้ชุมนุมหลายๆ เรื่องสอดรับกับนโยบายและจุดยืนของพรรคก้าวไกลเกี่ยวกับมาตรา 112 ที่ทำให้พรรคก้าวไกลยากที่จะปฏิเสธว่าทางพรรคไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้ชุมนุมที่ทำผิดกฎหมาย เพราะหลังจากที่ผู้ชุมนุมถูกจับเพราะทำผิดกฎหมายมาตรา 112 ก็จะมี สส.พรรคก้าวไกลเป็นผู้ประกันตัวผู้ต้องหา นอกจากนั้นแล้วพรรคก้าวไกลยังเลือกที่จะให้ผู้ต้องคดีมาตรา 112 ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น สส.อีกด้วย
จากการกระทำที่ทำมาต่อเนื่องต่างกรรมต่างวาระ ศาลท่านได้ไต่สวนและวินิจฉัยว่าการที่พรรคก้าวไกลนำเอาเรื่องการแก้ไขหรือการยกเลิกมาตรา 112 นั้นจึงเป็นการกระทำที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ เพราะเป็นการเซาะกร่อนบ่อนทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์ ก่อนที่จะมีการวินิจฉัยจนได้ข้อสรุปออกมา ศาลท่านได้ให้โอกาสแก่ผู้ถูกร้องที่จะชี้แจงแย้งข้อกล่าวหา และในการไต่สวนนั้น นอกจากจะฟังความจากผู้ร้องและผู้ถูกร้องแล้ว ศาลท่านยังฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานต่างๆ รอบด้าน ทั้งนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้านนิติศาสตร์และรัฐศาสตร์ มีความเป็นกลาง ตุลาการของศาลอื่นๆ ที่นอกเหนือจากตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และตำรวจ การพิจารณาวินิจฉัยของท่านก็ใช้เวลา มีการประชุมกันหลายครั้งหลายคราว่าจะได้ข้อสรุปออกมาให้สาธารณชนได้รับรู้
เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2567 ตุลาการ 9 ท่านได้วินิจฉัยว่า ITV ไม่ได้ประกอบกิจการสื่อ ดังนั้นพิธาที่ถือหุ้น ITV จึงไม่มีลักษณะต้องห้ามในการดำรงตำแหน่งเป็น สส. ด้อมส้มมีความพอใจ แต่ก็ไม่ได้ยินเสียงขอบคุณศาลแต่อย่างใด แต่วันที่ 31 มกราคม 2567 ตุลาการ 9 ท่านคนเดิม วินิจฉัยและตัดสินว่าการที่พิธาและพรรคก้าวไกลรณรงค์หาเสียงในการเลือกตั้งว่าจะแก้ไขหรือยกเลิกมาตรา 112 นั้นเป็นการกระทำที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ พวกด้อมส้มไม่พอใจ มีการวิพากษ์วิจารณ์ศาล มีการกระทำที่ประชดประชันศาล ด้อยค่าการทำงานของศาล มีการแถลงข่าวทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษที่จะบอกกับประชาชนว่าการที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยและมีการตัดสินดังกล่าวนั้นจะทำให้เกิดความขัดแย้งระหว่างนิติบัญญัติกับตุลาการ (จริงเหรอ พรรคอื่นๆ ในสภา เขาเห็นเหมือนพวกคุณเหรอ) และยังบอกอีกว่าจะแยกพระมหากษัตริย์และประชาชนออกจากกัน (คนที่จงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ เขาไม่คิดเช่นนั้นนะ เขาพอใจกับคำตัดสิน) และยังพูดอีกว่าจะทำให้ความหมายประชาธิปไตยผิดเพี้ยนไป (ประชาธิปไตยของพรรคนี้หมายถึงการพูดจาให้ร้ายสถาบันพระมหากษัตริย์ได้โดยเสรีหรือเปล่า)
ในการแถลงข่าวหลังจากที่ศาลอ่านคำตัดสินแล้วนั้น แสดงให้เห็นว่าพรรคก้าวไกลไม่ได้ยอมรับการวินิจฉัยของศาล แล้วก็สร้างวาทกรรมบิดเบือนว่าพวกเขาแค่จะแก้ไขมาตรา 112 แต่กลับถูกกล่าวหาว่าเป็น Treason แปลว่าคนทรยศหรือกบฏ ทั้งที่ศาลไม่ได้พูดคำนี้เลย และยังกล่าวหาว่าเมื่อเป็นเช่นนี้แล้วมาตรา 112 นั้นจะแตะไม่ได้เลยใช่ไหม ซึ่งเป็นข้อความที่เป็นเท็จ มาตรา 112 ยกเลิกไม่ได้ แต่สามารถแก้ไขได้ตาม “กระบวนการนิติบัญญัติที่ชอบด้วยกฎหมาย” ซึ่งหมายความว่าการแก้ไขมาตรา 112 ทำได้ในสภา ถ้าหากการเสนอแก้ไขนั้นไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ไม่ขัดต่อแนวทางการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ถ้าหากมีการลดทอนพระราชอำนาจ หรือแก้ไขให้มีการล่วงละเมิดพระมหากษัตริย์ได้ หรือย้ายมาตรา 112 ออกจากหมวดความมั่นคง ย่อมเป็นเรื่องที่ไม่ชอบตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะทำไม่ได้
พรรคก้าวไกลชอบใช้วาทกรรมว่าการที่พวกเขาวิพากษ์วิจารณ์พระมหากษัตริย์นั้นเป็นการใช้เสรีภาพโดยสุจริต การที่ผู้มีอำนาจใช้มาตรา 112 ดำเนินคดีกับคนเหล่านั้นมันเป็นนิติสงคราม คือใช้กฎหมายกลั่นแกล้งคนที่ติดต่าง แต่ในความเป็นจริง พวกเขาไม่ได้วิพากษ์วิจารณ์โดยสุจริต แต่พวกเขาหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ด้วยข้อความที่เป็นเท็จ พวกเขาแสดงอาการอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'การเลือกตั้ง'กับภาวะ'จิตวิปลาสหมู่'!!!
อาทิตย์นี้ 8 กุมภา.ตรงกับวัน เลือกตั้ง พอดิบพอดี ดังนั้น...การจะไป ด่าใคร-เชียร์ใคร หรือชี้แนะ ชี้นำ ให้ไปเลือกพรรคไหน-ไม่เลือกพรรคไหน จึงไม่น่าจะเหมาะกับกาละ-เทศะไปด้วยกันทั้งสิ้น ทั้งปวง
วัดใจ Gen Z ในรั้วทหาร
ผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จะออกหัวหรือก้อย นับถอยหลังไม่กี่ชั่วโมงก็จะได้รู้กัน แต่สิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาหลังการเลือกตั้ง ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะ "ตำรวจ"
คาดผลดาวโทษทุกข์เดินในราศีมีนต่อคนทุกลัคนาราศี(ตอนที่1)
ก่อนอื่นผู้เขียนต้องขออภัย ดร.ทักษิณ ชินวัตร และแฟนประจำทุกท่าน ที่บทความตอนที่แล้วเกิดอาการ หลงปี เสียเพลิน แม้จะได้แก้ไขไปแล้วก็ตาม
โลกและประเทศไทย...บ้าก็บ้าวะ!!!
เห็นว่า... ราคาทอง ช่วงนี้ ปาเข้าไปถึงเจ็ดหมื่น-แปดหมื่นต่อทองคำน้ำหนัก 1 บาทไปแล้วถึงขั้นนั้น หรือถ้าว่ากันตามราคาตลาดโลก พุ่งขึ้นไปถึง 5,100-5,300 ดอลลาร์ต่อทองคำ 1 ออนซ์
'แก้ไขในสิ่งผิด' เกราะป้องกันทหาร
เป็นอีกหนึ่งโปรเจกต์ที่ต้องยกนิ้ว "ชื่นชม" การร่วมกันระหว่างโรงพยาบาลตำรวจ กับกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) ในการเปิดให้บริการ "ศูนย์บริการดูแลรักษาสุขภาพ"
เตรียมรับมือดาวโทษทุกข์ย้ายราศียาวนานสองปีครึ่ง
ปี 2569 นี้ ทางโหรทางชีวิตใหญ่โดยรวมของคนทุกลัคนาราศีรวมทั้งเมืองรัตนโกสินทร์และโลกจะ ผันผวน เปลี่ยนไปหมดทั้งด้านบ

