'ธรรมะ'กับอนาคตประเทศไทย

ด้วยเหตุเพราะสิ่งนี้-สิ่งนี้...สิ่งนี้จึงเป็นไป!!! เพราะฉะนั้นสิ่งที่ ศาลรัฐธรรมนูญ ท่านได้วินิจฉัย ชี้ขาด ไปเมื่อช่วงประมาณบ่ายๆ ของวันพุธที่ 31 ม.ค.ที่ผ่านมา จะนำไปสู่สิ่งไหน? ต่อสิ่งไหน??? คงต้องนำไปครุ่นคิด พิจารณา หรือกระทั่งนำไป จินตนาการ เอาเองก็แล้วกัน...

แต่ที่แน่ๆ ก็คือ...โดยสีสัน บรรยากาศความเป็นไปของบ้านเมือง น่าจะร้อนฉ่า ร้อนระอุ อยู่พอสมควรทีเดียว อันเนื่องมาจากความคิด-ความอ่าน ตลอดไปจน อารมณ์-ความรู้สึก ระหว่างคนรุ่นหนึ่งกับคนอีกรุ่นหนึ่ง มันอาจไม่สอดคล้อง ต้องกัน ไม่กลมกลืน ไม่สอดประสานกันและกัน จะด้วยเหตุผลกลใดก็แล้วแต่จะว่ากันไป จะโดยความเป็นไปทางการเมือง-เศรษฐกิจ โดยกระบวนการความเปลี่ยนแปลงทางสังคม หรือโดยความก้าวหน้า ก้าวไกลทางเทคโนโลยี ที่เต็มไปด้วย อัตราเร่ง จนไม่ว่าสังคมใดๆ ก็ตามที ต่างหนีไม่พ้นต้องถูกแยก ถูกแบ่ง ถูกฉีกขาด ออกไปเป็นชิ้นๆ...

ส่วนจะนำไปวัดเปรียบเทียบ ไปชั่งน้ำหนัก ว่าความคิด-ความอ่าน อารมณ์-ความรู้สึกของคนรุ่นไหน??? ถูกต้อง เหมาะสมกับความเป็นไปในปัจจุบัน หรืออนาคตเบื้องหน้ามาก-น้อยไปกว่ากัน ก็ออกจะลำบากมิใช่น้อย ด้วยเหตุเพราะไม่ว่าความคิด-ความอ่าน หรืออารมณ์-ความรู้สึกใดๆ ก็แล้วแต่ ล้วนแล้วแต่มีที่มา-ที่ไป อันเนื่องมาจากการ ปรุงแต่ง ไปด้วยกันทั้งสิ้น สิ่งที่อาจถือเป็น มาตรฐาน สำหรับคนรุ่นหนึ่ง มันเลยอาจไม่สอดคล้อง ต้องกัน กับ มาตรฐาน ของคนอีกรุ่นหนึ่ง อย่างมิอาจปฏิเสธได้...

แต่ก็นั่นแหละ...แม้มาตรฐานความถูก-ผิด ความดี-ความชั่ว ของคนแต่ละรุ่นอาจผิดแผก แตกต่างกันไปมั่ง แต่โดย ธรรมชาติ หรือโดยกระบวนการความเป็นไปของสรรพสิ่ง การหาทาง อยู่ร่วมกันโดยสันติ ให้จงได้!!! ย่อมถือเป็นสิ่งที่มีคุณค่า ราคา เป็นสิ่งที่มีแต่จะยัง ประโยชน์ ให้กับทุกๆ ฝ่าย ทุกๆ รุ่น นั่นแล หรือทำให้ความหมายของคำว่า สันติภาพ และ สันติธรรม จึงเป็นอะไรที่น่าเทิดทูน บูชา เหนือไปกว่าคำว่า สงคราม หรือ ความขัดแย้ง ใดๆ ทั้งสิ้น ทั้งปวง...

ด้วยเหตุนี้นี่เอง...ที่ทำให้เกิด มาตรฐาน ขึ้นมาในอีกชนิดหนึ่ง ซึ่งครอบคลุม กว้างขวาง กว่ามาตรฐานปกติธรรมดาโดยทั่วไป ที่ล้วนเกิดจากการ ปรุงแต่ง ทางความคิด-ความอ่าน ทางอารมณ์-ความรู้สึกของผู้คนในแต่ละยุค แต่ละสมัย นั่นก็คือ...มาตรฐานอันมีที่มา-ที่ไปจาก ข้อเท็จจริง ซึ่งอยู่เหนือไปกว่าความหมุนเวียน เปลี่ยนแปลงแห่งกาลเวลา โดยจะเรียกว่า สัจธรรม ธรรมะ หรือ ศีลธรรม ขั้นพื้นฐาน ฯลฯ ก็แล้วแต่จะว่ากันไป หรือถ้าจะว่ากันตามแบบฉบับพวกนักคิด นักปรัชญาชาวกรีก รุ่นโบร่ำ-โบราณ อย่างอภิปรมาจารย์ เพลโต เป็นต้น อาจต้องเรียกว่า โลกแห่งแม่พิมพ์สมบูรณ์แบบ อะไรไปโน่น...

แต่ด้วยแก่นแท้ ด้วยความหมายโดยสรุปรวบยอดแล้ว...ก็คือแนวทาง วิถีทาง ที่จะทำให้ความผิดแผก แตกต่างใดๆ ก็ตามสามารถสอดประสานกลมกลืน สามารถก่อให้เกิดการ อยู่ร่วมกันได้โดยสันติ นั่นเอง โดยอาศัย ความดี-ความงาม-ความจริง ของสิ่งที่อยู่เหนือไปกว่าความหมุนเวียน เปลี่ยนแปลงแห่งกาลเวลา อันเอาแน่-เอานอนอะไรแทบไม่ได้ หรืออาศัย ธรรมะ นั่นแหละเป็น มาตรฐาน ที่ผู้คนในแต่ละยุค แต่ละรุ่น พึงต้องพร้อมยอมรับ พึงต้องยึดมั่น ถือมั่น เอาไว้ให้จงหนัก มิฉะนั้น...ย่อมมีแต่ ฉิบหาย...กันไปข้าง!!! อย่างมิอาจหลีกเลี่ยงได้เลย หรือย่อมมีแต่ แพ้...กับ...แพ้ ไม่มีฝ่ายหนึ่ง-ฝ่ายใด ที่จะประสบชัยชนะโดยเบ็ดเสร็จและเด็ดขาด...

ดังนั้น...ไม่ว่าสิ่งนี้-สิ่งนี้ จะส่งผลให้สิ่งนี้ต้องเป็นไปในรูปไหนก็ตาม แต่ถ้าหาก ธรรมะ ยังคงถูกนำมาใช้เป็น มาตรฐาน แทนที่จะอาศัยความคิด-ความอ่าน อาศัยอารมณ์-ความรู้สึก อันเกิดจากการ ปรุงแต่ง ไปตามยุค ตามสมัย หรือตามความปรารถนา-ต้องการ ของฝ่ายหนึ่ง-ฝ่ายใดแต่เพียงล้วนๆ อนาคตประเทศไทยแลนด์ แดนสยาม ของหมู่เฮา คงไม่น่าจะถึงขั้นอนาคตหมด อนาคตไหม้ หรือคงไม่ต้องก้าวสะเปะสะปะ จนอาจพังทลาย ล่มสลาย ในวันหนึ่ง-วันใดก็ไม่แน่....

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ทำดีย่อมได้ดี

ช่วงรอยต่อระหว่างปี 2568 กับปี 2569 ได้ดูพลุ Count down จากห้องในโรงพยาบาล เพราะว่ามีอาการเจ็บไข้อย่างรุนแรง ต้องเข้าโรงพยาบาลตั้งแต่วันที่ 11 ธันวาคม

ระบอบประชาธิปไตย...กำลังทำให้โลกพังพินาศ!!!

มาถึงขั้นนี้...ก็อาจพอถือเป็น ข้อสรุป ได้ ไม่มาก-ก็น้อย ว่า ระบอบประชาธิปไตย โดยเฉพาะตาม มาตรฐานตะวันตก นั้น น่าจะไม่ใช่ระบอบปกครองที่ดีที่สุดหรือเลวน้อยที่สุดแต่อย่างใด

'เมืองสแกมเมอร์' ฆ่าไม่ตาย?

วงประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ที่ นายกฯ หนู-อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร.นั่งหัวโต๊ะประธาน

เลวยันเงา

เวลานี้เรามีบุคคลสาธารณะจำนวนมากที่เป็นคนเลวแบบที่เขาพูดกันว่า “เลวยันเงา” หมายความว่า “เลวมาก” ไม่เพียงแต่ตัวเองเลว แม้แต่ “เงา” ก็เลว สำหรับคนประเภทนี้ บางคนด่าว่า

สงคราม...กับ 'กฎเหล็ก' ของพระผู้เป็นเจ้า!!!

อย่างที่ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ท่านได้หยิบเอาเรื่อง มิคสัญญียุค มาเล่า มาพยากรณ์ หรือมาอรรถาธิบายแบบคล้ายๆ นิทานชาดก ฯลฯ ก็แล้วแต่จะว่ากันไป จนถูกจดบันทึกไว้เป็นหลักฐานในคัมภีร์