อานิสงส์วีซ่าฟรีนักท่องเที่ยวพุ่ง

จากข้อมูลของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเผยว่า ขณะนี้ประเทศไทยมีจำนวนนักท่องเที่ยวสะสมตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-4 กุมภาพันธ์ 2567 ที่ผ่านมาทั้งสิ้น 3,513,155 คน โดยจำนวนนักท่องเที่ยวสูงสุด 5 อันดับแรกได้แก่ จีน 617,578 คน มาเลเซีย 377,383 คน รัสเซีย 249,377 คน เกาหลีใต้ 247,915 คน และอินเดีย 187,570 คน และคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก โดยมีปัจจัยจากการออกเดินทางก่อนเทศกาลตรุษจีน และจำนวนเที่ยวบินขาออกที่เพิ่มขึ้นของจีน การลงนามความตกลงยกเว้นการตรวจลงตรา หรือการยกเว้นวีซ่าระหว่างไทย-จีน

ทั้งนี้ทั้งนั้น จะเห็นได้ว่าที่ผ่านมาประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีนมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดและแน่นแฟ้นกันมาอย่างยาวนาน ทั้งทางด้านการค้า ศิลปกรรม และวัฒนธรรม รวมทั้งด้านการท่องเที่ยว

ดังปรากฏจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางเยือนประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องมากกว่า 3.5 ล้านคนในปี 2566 การจัดเทศกาลตรุษจีนในประเทศไทยครั้งนี้ถือเป็นกิจกรรมตรุษจีนที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งที่จัดนอกแผ่นดินจีน ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมสำคัญที่ส่งเสริมการสานความสัมพันธ์อันยิ่งใหญ่ระหว่างสองประเทศให้ยืนยาว

สำหรับบรรยากาศเทศกาลตรุษจีน 2567 ในย่านเยาวราช ททท.ได้ประดับตกแต่งไฟตั้งแต่วันที่ 1-29 กุมภาพันธ์ 2567 ภายใต้แนวคิด “เฉลิมฉลอง ปีทองแห่งความรุ่งเรือง (The Golden of Celebration)” เพื่อเป็นการสานความสัมพันธ์ทางการทูตอันยิ่งใหญ่ และแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างสองประเทศ รวมทั้งกระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยว ขยายวันพัก และเพิ่มค่าใช้จ่ายในช่วงเทศกาลตรุษจีน

โดยภายในงาน ททท.นำเสนอไฮไลต์ “อุโมงค์มังกรทอง” ประดับและตกแต่งไฟฟ้าอย่างสวยงาม บริเวณซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติฯ ถนนเยาวราช พร้อมจัดการแสดง Projection Mapping ภายใต้เรื่องราวแห่งความเชื่อ ความศรัทธาของคนไทยเชื้อสายจีน บริเวณถนนเยาวราช ในวันที่ 10-12 กุมภาพันธ์ 2567

นอกจากนี้ การแสดงศิลปวัฒนธรรมของนักแสดงจากสาธารณรัฐประชาชนจีน ตลอดจนจัดทำบูธในงานเทศกาลตรุษจีนเยาวราช วันที่ 10-11 กุมภาพันธ์ 2567 นำเสนอศาสตร์พยากรณ์หลากหลายรูปแบบ อาทิ อักษรมงคลพยากรณ์ ศาสตร์โหงวเฮ้ง นำโดยซินแสเป็นหนึ่ง วงษ์ภูดร ซินแสชื่อดังของเมืองไทย รวมถึงจัดกิจกรรม “เสริมมงคลชีวิตรับปีมังกรทอง กับ 5 สถานที่ศักดิ์สิทธิ์” ได้แก่ เทียนฟ้ามูลนิธิ ศาลเจ้าไต้ฮงกง ศาลเจ้ากวนอูและเจ้าพ่อม้า ศาลเจ้าแม่ประดู่ และศาลเจ้าเล่งบ๊วยเอี๊ยะ ในวันที่ 1-29 กุมภาพันธ์ 2567

ทั้งนี้ ททท.คาดการณ์ว่าในช่วงเทศกาลตรุษจีน 2567 การเดินทางท่องเที่ยวไทยทั้งตลาดต่างประเทศและตลาดในประเทศจะสร้างรายได้ทางการท่องเที่ยวไทยรวมประมาณ 34,390 ล้านบาท เติบโต 30% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยในส่วนของตลาดนักท่องเที่ยวจีนคาดว่าจะสร้างรายได้ทางการท่องเที่ยวเข้าประเทศไทยประมาณ 6,213 ล้านบาท เพิ่มขึ้นประมาณ 366% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา

เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยว ล่าสุด นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.คมนาคม ได้เดินทางมาตรวจติดตามความคืบหน้าตามข้อสั่งการ ในการเตรียมพร้อมการให้บริการผู้โดยสารช่วงเทศกาลตรุษจีน และการแก้ไขปัญหาความหนาแน่นในการรอคิวตรวจหนังสือเดินทาง ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) เพื่อให้เป็นไปตามที่รัฐบาลโดยนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ที่มีนโยบายที่จะทำให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อส่งเสริมให้เกิดการท่องเที่ยวและการค้าเพิ่มเติม ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจไทย

แน่นอน การเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวนั้นจะต้องมีการดำเนินงานหลายส่วนที่เกี่ยวข้อง ซึ่งลำดับแรกนายกรัฐมนตรีได้ให้นโยบายเรื่องของฟรีวีซ่ากับประเทศจีน อินเดีย และคาซัคสถาน ซึ่งผลจากการเปิดฟรีวีซ่านั้นทำให้ผู้โดยสารที่มาที่สนามบินสุวรรณภูมิแห่งนี้เพิ่มขึ้นเท่ากับปี 2562 เป็นช่วงก่อนเกิดวิกฤตโควิด ขนาดที่มีไฟลต์บินเข้ามา 1,040 ไฟลต์ต่อวัน คิดเป็นผู้โดยสาร 190,000 คนต่อวัน คาดการณ์ปริมาณผู้โดยสารช่วงตรุษจีน 10 วัน เทียบกับปี 2566 มีปริมาณผู้โดยสารอยู่ 20,000 คน และปี 2567 เพิ่มขึ้นประมาณ 37,000 คน ถือเป็นตัวเลขเพิ่มขึ้น 135% แสดงถึงผลประโยชน์ที่เปิดฟรีวีซ่าให้กับนักท่องเที่ยวจีน.

 

กัลยา ยืนยง

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ยาแรงหรือแค่ยาแก้ปวด?

ท่ามกลางภาวะสุญญากาศทางเศรษฐกิจที่ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ไทยต้องเผชิญกับมรสุม "วิกฤตซ้ำซ้อน" มาอย่างยาวนาน ตั้งแต่บาดแผลเรื้อรังจากโรคระบาดที่ยังไม่ทันสมานดี กลับต้องมาถูกซ้ำเติมด้วยวิกฤตพลังงานโลกที่ทำให้ต้นทุนการผลิตและค่าขนส่งพุ่งทะยานอย่างควบคุมไม่ได้ สถานการณ์ในวันนี้ไม่ใช่เพียงแค่การกำไรลดลง แต่คือการดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดในสภาวะที่ "สภาพคล่องติดขัด หนี้เสียติดหล่ม และหนี้นอกระบบกลายเป็นกับดัก"

กระตุ้นท่องเที่ยวขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ถือเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของเศรษฐกิจไทย ทั้งในด้านการสร้างรายได้ การจ้างงาน และการกระจายเม็ดเงินสู่ภูมิภาคต่างๆ ของประเทศ ภายหลังการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวทั่วโลก

โซลาร์รูฟท็อป ฝ่าวิกฤตค่าไฟฟ้าแพง

สถานการณ์สงครามตะวันออกกลางส่งผลให้ราคาพลังงานเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว ทั่วโลกต่างได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้า ซึ่ง คุรุจิต นาครทรรพ ผู้อำนวยการสถาบันปิโตรเลียมและพลังงานแห่งชาติ คาดการณ์ว่าสถานการณ์คงจะยืดเยื้อไม่จบภายในปี 2569 จะทำให้วิกฤตราคาพลังงานลากยาว ดังนั้นประเทศไทยต้องเร่งปรับตัวเพื่อรองรับกับวิกฤตดังกล่าว

เมื่อ‘การมีงาน’ไม่ได้แปลว่า‘มั่นคง’?

เพิ่งจะผ่านพ้นวันที่ 1 พฤษภาคมไป ซึ่งแน่นอนว่า “แรงงาน” ในสังคมไทยนับว่ามีความสำคัญอย่างมากในฐานะกำลังสำคัญของเศรษฐกิจ แต่ในวันแรงงานปี 2569 คำถามของคนทำงานจำนวนไม่น้อยอาจไม่ใช่เพียง “ยังมีงานทำหรือไม่” หากเป็น “รายได้ที่มีอยู่ วันนี้ยังพอรับมือกับความไม่แน่นอนข้างหน้าได้แค่ไหน?”

หนึ่งทศวรรษค่าจ้างขั้นต่ำไทย

ในช่วงกว่าทศวรรษที่ผ่านมา ‘ค่าจ้างขั้นต่ำ’ ของประเทศไทยถูกวางบทบาทให้เป็นทั้งเครื่องมือคุ้มครองแรงงานและกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ตัวเลขที่ปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องอาจสะท้อนภาพของความก้าวหน้าในเชิงนโยบาย

เมื่อดาต้าไม่ได้มาแค่สร้างตึก

ย้อนกลับไปเมื่อ 2-3 ปีก่อน เราอาจได้ยินข่าวการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) ในไทยระดับ “หมื่นล้าน” จนคุ้นหู แต่ภาพเหล่านั้นมักจะเป็นเพียงตัวเลขบนกระดาษหรือไซต์ก่อสร้างขนาดใหญ่ในแถบเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) แต่ว่าในปี 2026 นี้ ทิศทางได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อยักษ์ใหญ่อย่าง DayOne Data Center ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ประกาศเฟ้นหาบุคลากรไทยกว่า 500 ตำแหน่ง