การต่อสู้ระหว่าง'ฝ่ายอนุรักษ์'กับ'ฝ่ายก้าวหน้า'

ดูเหมือนว่า...การปะทะกันระหว่างแรงผลักอันเนื่องมาจาก ความเสื่อม กับแรงต้านอันเนื่องความปรารถนาและต้องการที่จะนำไปสู่ ความเจริญ ในบ้านเรานั้น มันคงเลี่ยงไม่พ้นที่จะต้องดำเนิน สืบเนื่องต่อไปอีกนับเป็นทศวรรษๆ หรืออาจเลยไปเป็นศตวรรษๆ เอาเลยก็ไม่แน่!!!

โดยไม่ว่ามันจะถูกสำแดง ถูกอรรถาธิบาย ออกมาในรูปทรง สัญลักษณ์ต่างๆ เช่น การปะทะระหว่าง สีเหลือง กับ สีแดง หรือ สีเหลือง กับ สีส้ม ไปจนสีม่วง สีน้ำเงิน หรือสีใดๆ ก็แล้วแต่ ฯลฯ แต่ก็นั่นแหละ...น่าจะพอนิยามความหมาย พอให้คำจำกัดความ ในลักษณะไม่ต่างไปจากการปะทะกันระหว่างแรงผลัก แรงกด อันเนื่องมาจาก ผลพวงแห่งความเสื่อม ในด้านต่างๆ กับแรงต้าน แรงฝืน เพื่อหาทางขจัดกวาดล้างบรรดาความเสื่อมทั้งหลาย หรือเพื่อให้ทุกสิ่งทุกอย่างหวนกลับไปสู่ การเจริญเติบโตของความดี-ความงาม-ความจริง อันเป็นสิ่งที่เคยสร้างความสุข-สงบ ความมีสันติภาพ สันติธรรม ดังที่เคยเป็นมานับตั้งแต่อดีต หรือดังที่ยังคงหลงเหลืออยู่ใน จินตนาการ ของใคร-ของมันไปตามสภาพ...

ส่วนใครจะเรียกขานว่าเป็นการสู้กัน ปะทะกัน ระหว่างฝ่าย อนุรักษ์ กับฝ่าย ก้าวหน้า ฝ่าย เสรีนิยม กับฝ่าย เผด็จการ หรือฝ่าย ไดโนเสาร์-เต่าพันปี กับฝ่าย กะปอม-กิ้งก่า ฯลฯ ก็แล้วแต่จะว่ากันไป แต่ถ้าจะว่ากันโดยเนื้อหาสาระ มันคงมีอะไรมากไปกว่าความผิดแผก แตกต่าง ระหว่างระบอบการเมือง-การปกครองโดยทั่วๆ ไป ไม่ใช่แค่การสู้กันระหว่างระบอบ ประชาธิปไตย กับระบอบ อำนาจนิยม ในแต่ละรูป แต่ละแบบ ไม่ใช่แค่การคิดต่าง เห็นต่าง ในเรื่องรายละเอียดปลีกย่อย ไม่ว่าเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญ-ไม่แก้รัฐธรรมนูญ การแก้กฎหมายมาตรานั้น-มาตรานี้ ไปจนกระทั่งการยุบพรรค-ไม่ยุบพรรค ฯลฯ ซึ่งล้วนแต่เป็นแค่ กรรมวิธี ของแต่ละฝ่ายด้วยกันทั้งสิ้น เพราะลึกๆ แล้ว...มันน่าจะเป็นความคิดต่าง เห็นต่าง กันในเรื่อง ความดี กับ ความชั่ว เอาเลยก็ว่าได้!!!

คือในขณะที่ฝ่ายหนึ่งพร้อม ไหลลง ไปสู่ ความเสื่อม ในแต่ละรูป ละแบบ ในฐานะที่เป็นสิ่งสอดคล้อง ต้องกัน กับความเป็นไปของยุค-ของสมัย อันทำให้แม้แต่ มาตรฐานความดี-ความชั่ว ยังอาจต้องเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม แบบประเภทมาตรฐานของพวก Transgender หรือพวก LGBTQ ทั้งหลาย ที่ในเมื่อผู้หญิงสามารถกลายมาเป็นผู้ชาย หรือผู้ชายอาจกลายเป็นผู้หญิงได้ทุกเมื่อ เอกลักษณ์ หรือ อัตลักษณ์ ต่างๆ ซึ่งเคยถือเป็นพื้นฐานแห่งความดี-ความชั่วในแต่ละรูปแต่ละแบบ ไม่ว่าจะ ความดี ความงาม หรือแม้กระทั่ง ความจริง ย่อมมีแต่ต้องเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม หรือย่อมต้องถูกปฏิเสธ จนมิอาจ หมุนเข็มนาฬิกา กลับไปที่เดิมได้อยู่แล้วแน่ๆ...

แต่ก็นั่นแหละ...ด้วยความพร่ามัว ความสับสนอลหม่าน ที่อาจทำให้กฎเกณฑ์และระเบียบต่างๆ เกิดอาการ ไร้ระเบียบ ขึ้นมาได้ทุกเมื่อ บรรดาความสุข ความสงบ สันติภาพ-สันติธรรม ที่ยังคงหลงเหลืออยู่ใน จินตนาการ ใครต่อใครก็แล้วแต่ จึงย่อมส่งผลให้เกิด แรงต้าน เกิดการดิ้นรนที่จะหวนกลับไปสู่มาตรฐานความดี-ความงามเมื่อครั้งอดีต เกิดการลงทุน ลงแรง ทุ่มเทเรี่ยวแรง เพื่อที่จะผลักดัน กงล้อแห่งกาลเวลา ให้ หมุนขึ้น แทนที่จะต้อง หมุนลง ไปตามความเสื่อมทั้งหลาย ไม่ว่าจะต้องเหน็ดเหนื่อย เมื่อยล้า ต้องทรมาน-ทรกรรมเพียงใดก็ตามที...

อันนี้นี่แหละ...สุดท้ายเลยย่อมนำมาซึ่งการปะทะ ขัดแย้ง แตกต่าง หรือกระทั่ง แตกหัก อย่างมิอาจหลีกเลี่ยงและปฏิเสธได้ ไม่ใช่แต่เฉพาะแค่ สังคมไทย ของหมู่เฮาเท่านั้น แต่อาจต้องเรียกว่า...แทบจะทั่วทั้ง สังคมโลก เอาเลยก็ว่าได้ ที่กำลังเผชิญกับกระแสความขัดแย้ง แตกต่างในลักษณะทำนองนี้ ชนิดเผลอๆ...อาจต้องวัดตัดสินกันด้วยสงครามระดับโลก หรือ สงครามโลกครั้งที่ 3 เอาเลยก็ไม่แน่!!! ส่วนใครจะชนะ-จะแพ้ คงต้อง Whatever Will be, Will be-Qua Sera Sera ไปตามสภาพ...

แต่ที่แน่ๆ ก็คือ...สิ่งที่จะนำมาซึ่งความสุข ความสงบ สันติภาพ สันติธรรม อันเป็นสิ่งที่พึงปรารถนาสำหรับมวลมนุษย์ทุกผู้ทุกนาม ไม่ว่าผู้อยากก้าวไกลไปข้างหน้า หรือผู้ที่อยากย้อนถอยหลังกลับไปดังเดิมก็แล้วแต่ นั่นก็คือสิ่งที่เรียกว่า คุณธรรม ทั้งหลาย ทั้งปวง นั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นความรัก ความเมตตา ความอดทน อดกลั้น ความอ่อนน้อมถ่อมตน ฯลฯ ที่ย่อมมีส่วนกำหนดชัยชนะและความพ่ายแพ้ของแต่ละฝ่าย อย่างมิอาจหลีกเลี่ยงและปฏิเสธ ไม่ใช่ความก้าวร้าว รุนแรง ความเห่อเหิม ทะเยอทะยาน ฯลฯ อันมีแต่จะทำให้ แพ้...กับ...แพ้ ลูกเดียวเท่านั้นเอง แถมยังอาจกลายเป็นแรงกระตุ้นให้ฝ่ายตรงข้าม เกิดความมุ่งมั่น ความเพียรพยายามที่จะทำให้เข็มนาฬิกาซึ่งเดินไปแล้วข้างหน้าหมุนวนไปยัง จุดตั้งต้น ตามวัฏจักร วงจร ที่หนีไม่พ้นต้องหมุนไป-หมุนมาไปเป็นรอบๆ หรือเป็นไปตาม ธรรมชาติ ของ กงล้อแห่งกาลเวลา ...นั่นเอง!!!.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ยโสโอหังไม่ฟังใคร ไม่สนใจกระแส...คิดว่าแจงได้

อ่อนอกอ่อนใจจริงๆ กับสถานการณ์บ้านเมืองเวลานี้ ตั้งแต่ถ้อยคำ วาจา ท่าที ลีลาการหาเสียงของคนที่ถูกวางตัวว่าวันหนึ่งจะได้เป็นผู้นำประเทศ ตะโกนด้วยสุ้มเสียงมั่นอกมั่นใจในสิ่งที่พูด ท

สูตรแต่งตั้งตำรวจ

กว่าจะเคาะ กว่าจะคลอด ก็นั่งนับนิ้วกันแทบหงิก เพราะ 180 วัน ตามเงื่อนไขการบังคับใช้กฎ ก.ตร.ว่าด้วยการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ พ.ศ. 2567

ฤาประเทศไทยจะไร้สีสวย มีแต่สีแสบ

ประเทศไทยอยู่ในสภาพความขัดแย้งระหว่างสีเสื้อมาเกือบ 2 ทศวรรษแล้ว แม้เวลานี้เราจะมีรัฐบาลผสมแบบข้ามขั้ว แต่เราก็ยังไม่เห็นบรรยากาศของความปรองดองเกิดขึ้นอย่างแท้จริง

โลกที่'อันตราย'กับภารกิจของ'คนรุ่นใหม่'

เห็นข่าวเรื่อง ดร. ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิชาการด้านทะเลและสิ่งแวดล้อม อาจารย์ภาควิทยาศาสตร์ทางทะเล มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ท่านออกมาโพสต์