
ดูเหมือนว่าผลพวงจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ผ่านมาจะยิ่งตอกย้ำความสำคัญของ Digital Transformation มากขึ้น หลายแพลตฟอร์มเกิดขึ้นและเติบโต สามารถตอบสนองความต้องการด้านดิจิทัลที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น ไม่เว้นแม้แต่วงการโฆษณาที่มุ่งเน้นพัฒนาสื่อดิจิทัลมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ส่งผลให้นักการตลาดและนักวางแผนโฆษณาต่างหันมาจับจ้องและมองหา Advertising Platform ที่แข็งแกร่ง ตอบโจทย์ลูกค้าได้จริง คุ้มค่าแก่การทุ่มเงินลงทุนมากที่สุด
ล่าสุด LINE ได้เปิดเผยข้อมูลสุดเอ็กซ์คลูซีฟ เจาะลึกเทรนด์การเปลี่ยนแปลงบน LINE Ads Platform หรือ LAP ช่องทางการลงโฆษณาบนแพลตฟอร์มไลน์ในช่วงปีที่ผ่านมา
เพื่อให้เห็นแนวทางของการทำโฆษณาบนสื่อดิจิทัล ทั้งในมุมมองการลงทุนสื่อโฆษณา พฤติกรรมผู้บริโภค และความสนใจของผู้ใช้งาน อีกทั้งยังชี้ให้เห็นแนวโน้มทิศทางการตลาดดิจิทัลในยุคเปลี่ยนถ่ายสู่ไลฟ์สไตล์แบบนิวนอร์มอล ที่มีประโยชน์สำหรับนักการตลาดโดยตรง
จากอิทธิพลของสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ปัจจุบันแบรนด์ต่างๆ เลือกลงโฆษณาบนสื่อดิจิทัลกันมากขึ้น โดยเฉพาะ LINE Ads Platform ช่องทางการซื้อโฆษณาบนแพลตฟอร์มไลน์ที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องทุกปี สอดคล้องกับผู้เชี่ยวชาญการตลาดหลายสำนักต่างฟันธงว่า การลงโฆษณาบนสื่อดิจิทัลได้กลายมาเป็นสื่อหลักในการสร้างการรับรู้และการซื้อขายของคนในยุคนิวนอร์มอลไปแล้ว และจะเป็นเช่นนั้นไปตลอดถึงเน็กซ์นอร์มอลอย่างแน่นอน
มาดูสถิติที่น่าสนใจของกลุ่มธุรกิจที่ทุ่มงบการตลาดลงโฆษณาบนไลน์ในช่วงปีที่ 2564 ที่ผ่านมา พบว่า ธุรกิจการศึกษาที่มีการเติบโตแบบก้าวกระโดดมากกว่า 400% นอกจากนั้นยังพบว่ากลุ่มช็อปปิ้งและอีคอมเมิร์ซยังคงเป็นแชมป์ครองตลาดอันดับหนึ่ง ในขณะที่กลุ่มอาหารเสริม อาหารเพื่อสุขภาพเป็นอีกกลุ่มที่ทะยานขึ้นมาติดท็อป 5 แทนที่ธุรกิจกลุ่มฟิตเนสและสถานบริการความงาม ซึ่งได้รับผลกระทบโดยตรงจากมาตรการป้องกันโควิด-19 ที่ผ่านมา อีกทั้งยังปรากฏข้อมูลว่าลักชัวรีแบรนด์ต่างปรับตัวเพื่อเอาชนะวิกฤต เปลี่ยนมาใช้จ่ายในการลงโฆษณาเพิ่มขึ้นผ่านช่องทางนี้อีกด้วย
นอกจากนี้ยังพบสิ่งน่าสนใจไปกว่านั้น โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงของการลงโฆษณาด้วยวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มการรับชมวิดีโอที่มีการเติบโตสูงขึ้นมากใน 2 ปีที่ผ่านมา และมีเปอร์เซ็นต์การเติบโตสูงที่สุดในปีนี้ถึง 180% สะท้อนให้เห็นชัดว่า “Video Views” กำลังเป็นอีกหนึ่งเทรนด์ที่จะมีบทบาทกับนักการตลาดและไลน์ต่อไปในอนาคต
สำหรับมุมมองที่จะสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและความสนใจของผู้บริโภคนั้น ไลน์ได้เผยข้อมูลสำคัญให้เห็นว่าในปีที่ผ่านนาโฆษณาที่เกี่ยวกับบริการด้านการช่วยเหลือ ทั้งบริการด้านการเงิน หรือโครงการช่วยเหลือต่างๆ มียอดอัตราการคลิกสูงสุดในปี 2564 แทนที่กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคที่ได้รับความนิยมสูงสุดใน 2 ปีก่อนหน้านี้ ตามมาด้วยสื่อโฆษณาของสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาตัวเอง และสินค้าตกแต่งบ้านใช้ในครัวเรือน ตามลำดับ ในขณะที่โฆษณาเกี่ยวกับสินค้าลักชัวรี เช่น ยานยนต์ อสังหาริมทรพัย์ ก็มาแรงติดเป็น 1 ใน 5 อันดับโฆษณาที่มีอัตราการคลิกสูงสุดใน 2 ปีของการแพร่ระบาดโควิด
นอกจากแบรนด์จะต้องปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ต่างๆ อย่างทันท่วงทีแล้ว นักการตลาดควรเตรียมพร้อมสร้างสรรค์สื่อโฆษณารับกลุ่มเป้าหมาย โดยเฉพาะผู้สูงวัยแต่เนิ่นๆ ตลอดจนเตรียมรูปแบบและวิธีการตอบคำถามที่เหมาะสมกับผู้ใช้งานกลุ่มนี้ให้สามารถเข้าถึงสินค้าได้ง่าย ส่วนกลยุทธ์ในการเลือกใช้สื่อโฆษณา จำเป็นต้องตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าจริงๆ และเชื่อมโยงกับโซลูชั่นหรือเครื่องมือต่างๆ อย่างเหมาะสม พร้อมข้อมูลที่ครบถ้วน มีประโยชน์ ใช้งานง่าย และให้ประสบการณ์ที่ดี ซึ่งทั้งหมดนี้จะส่งผลให้ผู้ขายสามารถปิดการขายได้ และขับเคลื่อนธุรกิจให้มีการเติบโตที่ยั่งยืนได้บนโลกนาวนอร์มอลอีกด้วย
อย่างไรก็ดี กลุ่มช่วงอายุของผู้บริโภคที่มีการคลิกโฆษณาบนแพลตฟอร์ม LINE มากที่สุดในปีที่ผ่านมา คือ กลุ่มสูงวัย และกลุ่มเด็กอายุ 15-19 ปี ซึ่งแม้กลุ่มสูงวัยจะมีปฏิสัมพันธ์กับโฆษณาน้อยลงในแต่ละปี ด้วยอัตราเติบโตของการคลิกลดลงในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา แต่กลุ่มสูงวัยกลับเป็นกลุ่มที่มีอัตราการซื้อสินค้าและบริการจากการคลิกโฆษณาเพิ่มขึ้นทุกปี ชี้ให้เห็นว่ากลุ่มผู้บริโภคสูงวัยเริ่มคุ้นเคยกับโลกออนไลน์มากขึ้น จนมีการเลือกคลิกโฆษณาที่พวกเขาสนใจจริงๆ และจะตัดสินใจซื้อสินค้ากับแบรนด์ที่ตอบโจทย์เท่านั้น.
รุ่งนภา สารพิน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ยาแรงหรือแค่ยาแก้ปวด?
ท่ามกลางภาวะสุญญากาศทางเศรษฐกิจที่ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ไทยต้องเผชิญกับมรสุม "วิกฤตซ้ำซ้อน" มาอย่างยาวนาน ตั้งแต่บาดแผลเรื้อรังจากโรคระบาดที่ยังไม่ทันสมานดี กลับต้องมาถูกซ้ำเติมด้วยวิกฤตพลังงานโลกที่ทำให้ต้นทุนการผลิตและค่าขนส่งพุ่งทะยานอย่างควบคุมไม่ได้ สถานการณ์ในวันนี้ไม่ใช่เพียงแค่การกำไรลดลง แต่คือการดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดในสภาวะที่ "สภาพคล่องติดขัด หนี้เสียติดหล่ม และหนี้นอกระบบกลายเป็นกับดัก"
กระตุ้นท่องเที่ยวขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ถือเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของเศรษฐกิจไทย ทั้งในด้านการสร้างรายได้ การจ้างงาน และการกระจายเม็ดเงินสู่ภูมิภาคต่างๆ ของประเทศ ภายหลังการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวทั่วโลก
โซลาร์รูฟท็อป ฝ่าวิกฤตค่าไฟฟ้าแพง
สถานการณ์สงครามตะวันออกกลางส่งผลให้ราคาพลังงานเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว ทั่วโลกต่างได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้า ซึ่ง คุรุจิต นาครทรรพ ผู้อำนวยการสถาบันปิโตรเลียมและพลังงานแห่งชาติ คาดการณ์ว่าสถานการณ์คงจะยืดเยื้อไม่จบภายในปี 2569 จะทำให้วิกฤตราคาพลังงานลากยาว ดังนั้นประเทศไทยต้องเร่งปรับตัวเพื่อรองรับกับวิกฤตดังกล่าว
เมื่อ‘การมีงาน’ไม่ได้แปลว่า‘มั่นคง’?
เพิ่งจะผ่านพ้นวันที่ 1 พฤษภาคมไป ซึ่งแน่นอนว่า “แรงงาน” ในสังคมไทยนับว่ามีความสำคัญอย่างมากในฐานะกำลังสำคัญของเศรษฐกิจ แต่ในวันแรงงานปี 2569 คำถามของคนทำงานจำนวนไม่น้อยอาจไม่ใช่เพียง “ยังมีงานทำหรือไม่” หากเป็น “รายได้ที่มีอยู่ วันนี้ยังพอรับมือกับความไม่แน่นอนข้างหน้าได้แค่ไหน?”
หนึ่งทศวรรษค่าจ้างขั้นต่ำไทย
ในช่วงกว่าทศวรรษที่ผ่านมา ‘ค่าจ้างขั้นต่ำ’ ของประเทศไทยถูกวางบทบาทให้เป็นทั้งเครื่องมือคุ้มครองแรงงานและกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ตัวเลขที่ปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องอาจสะท้อนภาพของความก้าวหน้าในเชิงนโยบาย
เมื่อดาต้าไม่ได้มาแค่สร้างตึก
ย้อนกลับไปเมื่อ 2-3 ปีก่อน เราอาจได้ยินข่าวการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) ในไทยระดับ “หมื่นล้าน” จนคุ้นหู แต่ภาพเหล่านั้นมักจะเป็นเพียงตัวเลขบนกระดาษหรือไซต์ก่อสร้างขนาดใหญ่ในแถบเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) แต่ว่าในปี 2026 นี้ ทิศทางได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อยักษ์ใหญ่อย่าง DayOne Data Center ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ประกาศเฟ้นหาบุคลากรไทยกว่า 500 ตำแหน่ง

