
ต้องยกมืออนุโมทนาสาธุกับท่านผู้ว่าฯชัชชาติ ที่ออกมาประกาศ "เอาจริง" ในการเก็บกวาด "ทุจริต " ในหน่วยงานกรุงเทพมหานคร
หลังเกิดเหตุการจับกุมนายช่างโยธา กทม. เรียกรับสินบน 9 ล้านบาท เพื่อแลกกับการช่วยแก้ไขแบบแนวเขตโครงการถนนเลียบวารี ไม่ให้เข้าไปในเขตสนามกอล์ฟแห่งหนึ่ง
ท่านผู้ว่าฯชัชชาติ ยืนยันไม่ได้มีเคสนี้เพียงเคสเดียว แต่ยังมีอีก 6 เคส
"เคสนี้เป็นเรื่องที่เราให้ความร่วมมือกับ ปปป. ตั้งแต่กลางปีที่แล้ว เนื่องจากมีเบาะแสการเรียกรับเงินจากผู้ประกอบการ จึงมีการประสานกับ ปปป. ให้ดำเนินการสืบสวนสอบสวน"
พร้อมย้ำนโยบายการทำงานของ กทม. เอาจริงเอาจังในเรื่องทุจริตและความโปร่งใสเพราะเป็นสิ่งสำคัญ
"เราจะเปลี่ยนกรุงเทพมหานครไม่ได้เลยถ้าเราไม่พูดถึงเรื่องนี้ และต้องจับให้ได้เพื่อไม่ให้เอาเป็นเยี่ยงอย่างและไม่กล้าทำความผิดในลักษณะนี้ เรายอมรับว่าคนที่ไม่ดีก็ยังมีอยู่แต่ภาพรวมสถานการณ์ดีขึ้น ที่เรากล้าพูดเรื่องนี้เพราะผู้บริหารมั่นใจว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้น และกล้าดำเนินการโดยไม่ต้องกลัวผลกระทบอะไร
"
ผู้ว่าฯชัชชาติ บอกถึงแนวทางการป้องกันการทุจริต โดยจะใช้ข้อมูลที่เปิดเผย มีระเบียบที่ชัดเจน เปิดเผยขบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ให้คนเข้าถึงข้อมูลมากขึ้น สุดท้ายคือลดการใช้วิจารณญาณของบุคคลลงทำเรื่องการขออนุญาตให้เป็นออนไลน์มากขึ้น
ถูกต้องเห็นด้วย...เมื่อท่านผู้ว่าฯเอาจริง ทุกอย่างก็ง่าย ทุกอย่างก็ต้องเดินแถวตรง
อย่างเคสนี้ "ผู้อำนวยการสำนักการโยธา" ก็ลงนามในคำสั่งสำนักการโยธาทันที แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรง นายช่างโยธา พร้อมพวกรวม 3 ราย เพื่อสอบสวนผู้ถูกกล่าวหาในเรื่องดังกล่าว
พร้อมสั่งให้นายช่างโยธารายนี้พักราชการตั้งแต่วันที่ 21 พ.ค. 67 เป็นต้นไป
แต่ก็เปิดช่องทางตามระเบียบ ตามกฎหมาย หากไม่เห็นด้วยกับคำสั่งนี้ทั้งหมดหรือบางส่วน สามารถโต้แย้งได้
โดยให้ทำคำร้องทุกข์เป็นหนังสือยื่นต่อคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการกรุงเทพมหานครและบุคลากรกรุงเทพมหานคร หรือ ก.พ.ค. ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ทราบหรือถือว่าทราบเหตุแห่งการร้องทุกข์
อย่าปล่อยให้คนชั่วลอยนวล เป็นสโลแกนที่ถูกต้อง เป็นสโลแกนที่ต้องส่งเสริม
เหมือนเรื่องที่เจอมากับตัวเอง กำลังจะสร้างบ้านแถวเพชรเกษม 63 โดยจ้างบริษัทรับสร้างบ้านดำเนินการยื่นแบบไปให้เขตเพื่อเซ็นอนุมัติการก่อสร้างตั้งแต่ต้นปี
ผ่านมาจะ 6 เดือน สำนักงานเขตก็ยังไม่มีการอนุมัติใดๆออกมา
เข้าใจอยู่ว่า "งานเยอะ" มีหลายเรื่องที่ต้องดำเนินการ มีหลายคิวที่ต้องรอ แต่นี่ผ่านมาครึ่งปีแล้ว ไม่มีวี่แวว ไม่มีท่าทีจะได้ลงเสาเข็มสักต้น
ไม่อยากจะคิดว่ารอค่าน้ำหมึก รอค่าลายเซ็นหรือเปล่า แต่ด้วยเวลา ด้วยดูพฤติการณ์ ก็อดคิดไม่ได้
ท่านผู้ว่าฯชัชชาติคิดเหมือนกันหรือเปล่า.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นายพัน...ยะเยือก!
เป็นอย่างไรล่ะ “สีกากี” ปล่อยจอยทำงานในช่วงคาบเกี่ยว รอนายใหม่ รอนโยบายใหม่ แล้วไปหรี่ตา ไปปล่อยปละละเลย ไม่เข้มงวดสถานบันเทิง ไม่เข้มงวดบ่อนพนัน
สตม.ยุค 'ซือแป๋นักสืบ'
ถ้านับถอยหลังกันตอนนี้ ก็เหลืออีกแค่ 10 กว่าวัน “กรมปทุมวัน” จะเข้าสู่การผลัดใบ จากยุค ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ นรต.รุ่น 41 มาสู่ยุค ผบ.ราญ-พล.ต.อ.สำราญ นรต.รุ่น 50
ถึงคิวตั้ง 'นายพัน'
ตำรวจไทยนี่ ถ้าใครใจไม่แข็ง ปอดไม่ดี แข้งขาไม่มีเรี่ยวแรง บอกเลยว่า “อย่ามาเป็น” เชียวนะ คำสั่งแต่งตั้งระดับ “นายพล” เพิ่งเผยแพร่ผ่านประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการตำรวจ วาระประจำปี 2569 จำนวน 281 นาย ในเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ไปเมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา
ใช้งาน 'บิ๊กเต่า'
จบ...เรียบร้อยโรงเรียนจีน การแต่งตั้ง "นายพลสีกากี" วาระประจำปี 2569 ตั้งแต่ระดับ รอง ผบ.ตร.หรือเทียบเท่า ยศ พล.ต.อ. ลงมาถึง ผู้บังคับการ ยศ พล.ต.ต.
คุณ-นะ-ทำ
เอาซิ...คราวนี้ไม่รู้พวกปากหอย ปากปู ยังจะวิพากษ์วิจารณ์ "โผนายพลสีกากี" กันต่อหรือเปล่า ก็ระดับรุ่นใหญ่ นรต.42 ถึงไม่ใช่พี่ใหญ่สุดในซีรีส์ 4 ของกรมปทุมวัน ณ ตอนนี้ อย่าง บิ๊กนา-พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร. หนึ่งในกรรมการบอร์ดกลั่นกรอง ตร. และยังเป็น ก.ตร. ได้ออกมายืนยันการันตี โผแต่งตั้งนายพล ระดับ รอง ผบ.ตร.-ผบก.วาระประจำปี 2569 ว่า
โผวัดใจ 'ก.ตร.'
ครึกครื้นจริงๆ การแต่งตั้ง "นายพลสีกากี" รอบนี้ "โผรายชื่อ" ปล่อยออกมาเป็นรายวัน บางวันไม่ได้มารอบเดียว เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา 2 รอบ 3 รอบ

