แรงงานอ่อนดิจิทัลฉุดศก.สูญ3.3พันล้าน/ปี

 “สถานการณ์แรงงาน” ยังเป็นอีกประเด็นที่น่าจับตา โดยข้อมูลล่าสุดจาก สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ ได้เปิดเผยถึงภาพรวมการจ้างงานในไตรมาส 1/2567 ปรับตัวลดลงเล็กน้อย โดยผู้มีงานทำ มีจำนวนทั้งสิ้น 39.6 ล้านคน ลดลงเล็กน้อยจากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าที่ 0.1% ซึ่งเป็นผลมาจากการจ้างงานภาคเกษตรกรรมที่ลดลงกว่า 5.7% ในช่วงนอกฤดูการทำเกษตรกรรม สอดคล้องกับกำลังแรงงานรอฤดูกาลที่เพิ่มขึ้น 4% ส่วนสาขานอกภาคเกษตรกรรมยังขยายตัวได้ที่ 2.2% โดยสาขาโรงแรมและภัตตาคารขยายตัวต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงเดียวกันของปี 2566 ที่ 10.6% ซึ่งมีปัจจัยสำคัญมาจากการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวต่างชาติกว่า 9.3 ล้านคน ในช่วงไตรมาส 1/2567 หรือเพิ่มขึ้นถึง 43.5%

เช่นเดียวกับสาขาการก่อสร้างที่ขยายตัว 5% ขณะที่สาขาการผลิตเริ่มกลับมาขยายตัวได้ที่ 0.7% โดยเฉพาะการผลิตเครื่องดื่ม เคมีภัณฑ์และผลิตภัณฑ์เคมีและสิ่งทอ รวมถึงสาขาการขนส่ง/เก็บสินค้า ที่ขยายตัวถึง 13.4%

สำหรับ “สถานการณ์การว่างงาน” ยังคงทรงตัว โดยในไตรมาส 1/2567 อัตราการว่างงานอยู่ที่ 1.01% โดยมีผู้ว่างงาน 4.1 แสนคน ลดลง 3.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากการลดลงของกลุ่มผู้ที่จบการศึกษาในระดับอุดมศึกษาที่มีประสบการณ์การทำงาน ขณะที่กลุ่มนักศึกษาจบใหม่ อายุ 20-24 ปี เป็นกลุ่มที่มีผู้ว่างงานเพิ่มขึ้นสูงที่สุด และมีสัดส่วนมากที่สุดเมื่อเทียบกับจำนวนผู้ว่างงานทั้งหมด

ทั้งนี้ ผู้ว่างงานที่เคยทำงานมาก่อน ลดลง 1% และผู้ว่างงานที่ไม่เคยทำงานมาก่อน ลดลง 5.3% ตามลำดับ อีกทั้งผู้ว่างงานระยะยาวยังลดลงกว่า 4.9% อีกด้วย โดยอัตราการว่างงานในระบบอยู่ที่ 1.84% ลดลงจาก 1.94% ในช่วงเดียวกันปีก่อน โดยมีผู้ขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานในช่วงไตรมาส 1/2567 ทั้งสิ้น 2.1 แสนคน

อย่างไรก็ดี ประเด็นที่ สภาพัฒน์ ให้ความสำคัญคือ การขาดทักษะของแรงงานไทยที่อาจกระทบต่อเศรษฐกิจในระยะยาว โดยผลการสำรวจทักษะและความพร้อมเยาวชนและประชากรวัยแรงงาน (ASAT) ในประเทศไทย ของธนาคารโลกร่วมกับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) พบว่า เยาวชนและกลุ่มวัยแรงงานของไทยจำนวนมากมีทักษะ “ต่ำกว่าเกณฑ์” โดยมีสัดส่วนของกลุ่มที่มีทักษะการรู้หนังสือและทักษะดิจิทัลต่ำกว่าเกณฑ์สูงถึง 64.7% และ 74.1% ตามลำดับ

สะท้อนว่า กลุ่มเยาวชนและประชากรวัยแรงงาน ไม่สามารถทำงานด้านการอ่านและการใช้คอมพิวเตอร์ขั้นพื้นฐานได้ดี โดยทักษะด้านดิจิทัลที่อยู่ในระดับต่ำ สอดคล้องกับข้อมูลของ We are social ที่พบว่า ทักษะด้านดิจิทัลของไทยอยู่ในอันดับที่ 39 จาก 63 ประเทศ ทั้งที่มีการใช้อินเทอร์เน็ตต่อวันในระดับสูง ซึ่งการขาดทักษะดังกล่าวอาจ ทำให้ไทยเกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจคิดเป็นมูลค่าสูงถึง 3.3 พันล้านบาทต่อปี จากผลิตภาพของแรงงานที่ไม่สูงนักและการใช้นวัตกรรมที่น้อย ตลอดจนการลงทุนจากต่างชาติที่ลดลง

สถานการณ์ดังกล่าวเป็นประเด็นที่น่ากังวล โดยเฉพาะเมื่อนำมาประกอบกับปัญหาเด็กเกิดน้อย ซึ่งจะทำให้จำนวนแรงงานที่มีสมรรถนะสูงในอนาคตลดน้อยลง สะท้อนถึงความจำเป็นที่ไทยจะต้องเร่งพัฒนาทักษะให้แก่ประชากรอย่างจริงจัง เพื่อให้สามารถทดแทนกำลังแรงงานที่จะหายไป และสามารถรองรับการพัฒนาไปสู่เศรษฐกิจและอุตสาหกรรมมูลค่าสูงได้

นอกจากนี้ยังมีประเด็นเรื่อง ความยั่งยืนของกองทุนประกันสังคม โดยกองทุนมีแนวโน้มที่จะต้องจ่ายเงิน บำเหน็จบำนาญให้แก่ผู้ประกันตนที่เกษียณอายุ ซึ่งจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในอนาคต สวนทางกับแนวโน้มจำนวนแรงงานรุ่นใหม่ที่จะมีบทบาทในการส่งเงินสมทบเข้าสู่กองทุนลดลง และประเด็นเรื่อง การพัฒนาทักษะแรงงานเพื่อให้ได้รับค่าจ้างที่สูงขึ้น เมื่อพิจารณาเปรียบเทียบค่าจ้างของแรงงานกับมูลค่าจีดีพี พบว่า ช่องว่างระหว่างค่าจ้างแรงงานและจีดีพีมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นหลังจากในช่วงปี 2559 ส่วนหนึ่งเกิดจากปัญหาเชิงโครงสร้าง

ขณะเดียวกันผลการศึกษาของสถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ๊งภากรณ์ พบว่า ในช่วงปี 2528-2563 ค่าจ้างแรงงานกลุ่มทักษะปานกลางมีการปรับเพิ่มขึ้นในอัตราที่ต่ำกว่ากลุ่มอื่น เนื่องจากส่วนใหญ่ทำงานในลักษณะงานประจำ จึงไม่ได้มีการพัฒนาทักษะมากนัก รวมถึงบางส่วนยังถูกทดแทนด้วยเครื่องจักร หุ่นยนต์ และเทคโนโลยี

ดังนั้นจึงควรส่งเสริมให้แรงงานไทยมีการยกระดับทักษะอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถทำงานที่ได้รับค่าจ้างที่สูงขึ้นได้ รวมทั้งต้องเร่งรัดการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมควบคู่กันไปด้วย เนื่องจากโครงสร้างอุตสาหกรรมในปัจจุบันยังเป็นโครงสร้างที่พึ่งพาแรงงานทักษะปานกลางค่อนข้างต่ำ ทำให้แรงงานจำนวนหนึ่งต้องทำงานต่ำกว่าระดับการศึกษา.

 

ครองขวัญ รอดหมวน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อายุยืนบนโจทย์‘เงินออม’ที่ยาวขึ้น

การมีอายุยืนยาวขึ้นสะท้อนความก้าวหน้าด้านสาธารณสุขและคุณภาพชีวิต แต่ในอีกด้านหนึ่งกำลังเปลี่ยนโจทย์สำคัญของการใช้ชีวิตในระยะยาว โดยเฉพาะการเตรียมความพร้อมสำหรับวันที่รายได้จากการทำงานลดลงหรือสิ้นสุดลง เมื่อช่วงชีวิตหลังเกษียณอาจกินเวลายาวนานกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ การวางแผนอนาคต จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของการมีเงินเพียงพอสำหรับวันหยุดทำงาน แต่เป็นการออกแบบความมั่นคงให้สอดคล้องกับระยะเวลาของชีวิตที่ยืดยาวขึ้น

พร้อมรับมหกรรมพืชสวนโลก

ประชาชนและนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมายังจังหวัดอุดรธานีและพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนในช่วงการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลก จังหวัดอุดรธานี ปี 2569–2570 จะได้รับความสะดวกมากขึ้นจากการเตรียมความพร้อมระบบคมนาคมขนส่งแบบบูรณาการ

‘ละครแนวตั้ง’โอกาสใหม่ศก.ครีเอทีฟ

การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีดิจิทัลกำลังทำให้ ‘อุตสาหกรรมสื่อ’ ต้องเผชิญกับการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ เมื่อพฤติกรรมของผู้บริโภคไม่ได้ยึดโยงอยู่กับเวลา สถานที่ หรือช่องทางการรับชมแบบเดิมอีกต่อไป

โค้งสุดท้ายท่องเที่ยวไทย

สถานการณ์อุทกภัย น้ำป่าไหลหลากและดินถล่มในจังหวัดน่าน ยังคงเป็นโจทย์สำคัญที่รัฐบาลต้องเร่งบริหารจัดการ ทั้งในมิติการช่วยเหลือประชาชน การฟื้นฟูพื้นที่ และการเยียวยาความเสียหาย โดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กำชับทุกส่วนราชการเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและทำให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด พร้อมเน้นย้ำว่า กระบวนการเยียวยาจะต้องดำเนินการอย่างรวดเร็ว ครอบคลุมความเดือดร้อน และไม่ปล่อยให้ผู้ประสบภัยต้องรอการช่วยเหลือเป็นเวลานาน

แนะSMEคว้าโอกาส3ปีทอง

แม้สงครามการค้าระหว่างมหาอำนาจ สหรัฐ และ จีน อาจจะดูผ่อนคลายลง แต่ความจริงคือ การแข่งขันกำลังเข้าสู่เฟสใหม่ ย้ายสนามแข่งขันจากกำแพงภาษีเป็นการแยกห่วงโซ่อุปทาน การเร่งพัฒนาเทคโนโลยี และการช่วงชิงความได้เปรียบทางเศรษฐกิจ แม้จะเป็นความเสี่ยงของผู้ประกอบการไทย แต่ก็ถือเป็น โอกาส สำหรับธุรกิจที่ปรับตัวได้เร็ว โดยเฉพาะ 3 ปีจากนี้ไป ถูกมองเป็นช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านสำคัญของเศรษฐกิจโลก เมื่อสหรัฐเร่งลดการพึ่งพาจีน ขณะที่จีนเดินหน้าสร้างแต้มต่อใหม่ผ่านเทคโนโลยีและตลาดเกิดใหม่ ท่ามกลางการจัดระเบียบห่วงโซ่อุปทานโลกครั้งใหญ่ สร้างสมดุลใหม่ของการค้าโลก

‘AI’ กำลังเปลี่ยนตลาดแรงงานโลก

ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังเปลี่ยนภูมิทัศน์ของโลกการทำงานเร็วกว่าที่หลายฝ่ายคาดไว้ จากเดิมที่ความกังวลมุ่งไปที่การเข้ามาแทนที่แรงงานของเทคโนโลยี วันนี้โจทย์สำคัญกลับขยับไปสู่คำถามว่า ‘คนทำงาน’ จะต้องปรับตัวอย่างไรเพื่อให้ยังคงมีบทบาทในตลาดแรงงานที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ขณะที่องค์กรทั่วโลกต่างเร่งนำ AI มาเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจ ทำให้คุณสมบัติและทักษะที่นายจ้างมองหาจากบุคลากรก็เริ่มเปลี่ยนไปพร้อมกัน