
แม้สงครามการค้าระหว่างมหาอำนาจ สหรัฐ และ จีน อาจจะดูผ่อนคลายลง แต่ความจริงคือ การแข่งขันกำลังเข้าสู่เฟสใหม่ ย้ายสนามแข่งขันจากกำแพงภาษีเป็นการแยกห่วงโซ่อุปทาน การเร่งพัฒนาเทคโนโลยี และการช่วงชิงความได้เปรียบทางเศรษฐกิจ แม้จะเป็นความเสี่ยงของผู้ประกอบการไทย แต่ก็ถือเป็น โอกาส สำหรับธุรกิจที่ปรับตัวได้เร็ว โดยเฉพาะ 3 ปีจากนี้ไป ถูกมองเป็นช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านสำคัญของเศรษฐกิจโลก เมื่อสหรัฐเร่งลดการพึ่งพาจีน ขณะที่จีนเดินหน้าสร้างแต้มต่อใหม่ผ่านเทคโนโลยีและตลาดเกิดใหม่ ท่ามกลางการจัดระเบียบห่วงโซ่อุปทานโลกครั้งใหญ่ สร้างสมดุลใหม่ของการค้าโลก
ช่วง 3 ปีข้างหน้า จึงเป็นเวลาที่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยต้องเร่งวางหมาก เพื่อคว้าโอกาสก่อนเกมการค้าโลกจะเปลี่ยนไป finbiz by ttb ได้เปิดมุมมองให้กับผู้ประกอบการ ทั้งความเสี่ยงและโอกาส เตรียมพร้อมรับมือการแข่งขันในสมรภูมิการค้าโลกใหม่ โดยได้ชี้ว่า สนามแข่งใหม่ ไม่ใช่การตอบโต้กันด้วยกำแพงภาษีที่สูงกว่า 100% อีกแล้ว เพราะการพักรบทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ทำให้อัตราภาษีลดลงอย่างมาก แต่ประเด็นสำคัญคือ ในระยะกลางและระยะยาวทั้งสองประเทศยังเดินหน้าลดการพึ่งพากันอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์
เกมการแข่งขันระหว่างมหาอำนาจในวันนี้ได้ขยายวงกว้างจากการค้าไปสู่การเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี โดยเฉพาะจีนกำลังเร่งลงทุนด้าน AI และระบบอัตโนมัติอย่างจริงจัง ปัจจุบันมีบริษัทหุ่นยนต์มากกว่า 190,000 แห่ง และมีบริษัทเกิดขึ้นใหม่เฉพาะในปี 2024 ปีเดียวมีมากถึงกว่า 44,000 แห่ง อีกทั้งจีนยังเร่งขับเคลื่อนเทคโนโลยีแห่งอนาคตอีกหลายด้าน ทั้ง Quantum Technology, Brain-Computer Interface, 6G, พลังงานแห่งอนาคต และ Biomanufacturing ซึ่งเทคโนโลยีชีวภาพนี้นับเป็นตัวแปรสำคัญที่มีศักยภาพปฏิวัติการผลิตในอุตสาหกรรมอาหาร ยา วัสดุใหม่ และพลังงานสะอาด นวัตกรรมทั้งหมดนี้จึงกำลังเข้ามาเปลี่ยนทั้งรูปแบบการดำเนินธุรกิจและโครงสร้างต้นทุนอุตสาหกรรมในอนาคตอย่างสิ้นเชิง
การบุกของทุนจีนเป็นดาบสองคม มีทั้ง โอกาส และ การแข่งขัน ที่เอสเอ็มอีไทยต้องอ่านให้ออก โดย 4 ความเสี่ยงสำคัญที่เอสเอ็มอีไทยต้องจับตา ได้แก่ 1.การพึ่งพาจีนสูง โดยปัจจุบันเอสเอ็มอีไทยนำเข้าสินค้าจากจีนราว 50% ผู้ประกอบการจึงควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมพิจารณากระจายแหล่งจัดหาสินค้า เพื่อลดความเสี่ยงในระยะยาว 2.ความผันผวนของค่าเงิน โดยกำไรของธุรกิจอาจหายไปหากค่าเงินมีความผันผวนหนัก จึงต้องมีการวางแผนบริหารความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนให้สอดคล้องกับรูปแบบรายรับและรายจ่ายของธุรกิจ
3.ทิศทางดอกเบี้ย โดยอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยอยู่ที่ 1% ต่ำกว่าสหรัฐ ที่สูงราว 3.5% ถือเป็นช่วงที่ต้นทุนการเงินยังเอื้อต่อการลงทุน ผู้ประกอบการที่มีแผนขยายธุรกิจจึงควรใช้โอกาสนี้พิจารณาการลงทุน ควบคู่กับการบริหารสภาพคล่องให้เหมาะสม และ 4.การเติบโตของเศรษฐกิจไทย ที่คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจโลกจะเติบโต 3.5% ในขณะที่เศรษฐกิจไทยอยู่ที่ 1.7% และหนี้ครัวเรือนอยู่ในระดับสูงถึง 87% ของจีดีพี การหวังพึ่งพากำลังซื้อในบ้านอาจไม่เพียงพอ ทำให้การมองหาโอกาสในตลาดต่างประเทศมีความสำคัญมากขึ้น โดยเฉพาะการขยายฐานลูกค้าและตลาดไปยังประเทศที่มีศักยภาพในการเติบโต
ดังนั้นโจทย์สำคัญของผู้ประกอบการในวันนี้ คือการสร้างธุรกิจให้เติบโตท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง แต่คือธุรกิจที่ปรับตัวได้เร็วที่สุด จากนี้ไปอีก 3 ปี คือช่วงเวลาสำคัญของการเปลี่ยนผ่านสู่กติกาเศรษฐกิจใหม่ สิ่งที่ผู้ประกอบการต้องทำคือ การทำความเข้าใจความเสี่ยงอย่างรอบด้านและวางแผนรับมืออย่างเป็นระบบความพร้อม และความยืดหยุ่น คือ แต้มต่อสำคัญ เช่น การใช้สกุลเงินท้องถิ่น โดยเฉพาะการชำระเงินหยวนโดยตรงกับคู่ค้าจีน เพื่อลดการพึ่งพาดอลลาร์สหรัฐและลดความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน, บัญชีหลายสกุลเงิน (Multi-Currency Account) เพื่อช่วยจัดการรายรับ-รายจ่ายต่างประเทศได้อย่างยืดหยุ่นในบัญชีเดียว, การป้องกันความเสี่ยงล่วงหน้า เช่น การล็อกต้นทุนหรือรายรับค่าเงินล่วงหน้าเพื่อคงกำไรของธุรกิจ และสินเชื่อเพื่อเอสเอ็มอีโดยเฉพาะ เพื่อเติมสภาพคล่องด้วยโครงสร้างทางการเงินที่ออกแบบมาให้สอดรับกับความผันผวน
ช่วงเวลา 3 ปีทองจากนี้ กติกาเศรษฐกิจกำลังเปิดพื้นที่ใหม่ให้ผู้ที่พร้อม การมีเครื่องมือทางการเงินที่เหมาะสมและการปรับตัวที่รวดเร็ว จะเป็นหัวใจสำคัญที่เปลี่ยนความผันผวนของโลกให้กลายเป็นพลังขับเคลื่อนธุรกิจได้อย่างมั่นคง.
ครองขวัญ รอดหมวน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
แผนแก้ปัญหาคนไม่ตรงกับงาน
ในสังคมไทย เสียงสะท้อนจากทั้งฝั่งผู้ประกอบการและเด็กจบใหม่มักไปในทางเดียวกันคือ "เรียนมาไม่ได้ใช้ ที่ต้องใช้ไม่ได้เรียน" ด้วยปัญหาในกระบวนการทำงาน อันดับแรกๆ คือหลักสูตรในระดับอุดมศึกษาของไทยจำนวนมากมักตามหลังเทคโนโลยีและเทรนด์ธุรกิจโลกอย่างน้อย 3-5 ปี การเรียนการสอนเน้นทฤษฎีในเชิงตำรา ทำให้เมื่อบัณฑิตก้าวเข้าสู่โลกการทำงานจริง องค์กรต้องเสียเวลาและงบประมาณมหาศาลในการ Re-train หรือนับหนึ่งใหม่
โจทย์ใหญ่PDP2026เมื่อผู้ใช้กลายเป็นผู้ผลิต
“ภาวะโลกร้อน” ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และยังมีส่วนสำคัญทำให้เกิดกระแสการเปลี่ยนแปลงด้านพลังงานไปทั่วโลก จากการใช้ฟอสซิลเป็นเชื้อเพลิงหลัก ไปสู่การใช้เชื้อเพลิงที่เกิดจากพลังงานหมุนเวียน ขณะนี้ทั่วโลกต่างก็ให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าว โดยเฉพาะประเทศไทย รัฐบาลมีนโยบายที่จะมุ่งเน้นการปรับทิศทางพลังงานของประเทศให้มีความมั่นคง ควบคู่กับความยั่งยืนและการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยให้ความสำคัญกับการส่งเสริมพลังงานสะอาดและพลังงานหมุนเวียนเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
ตามรสสงขลา ท่องเที่ยวเชิงอาหาร
การท่องเที่ยวถือว่าเป็นหนึ่งในเครื่องจักรสำคัญที่สร้างรายได้ให้กับประเทศ ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลคลอดมาตรการต่างๆ ออกมาจูงใจนักท่องเที่ยวให้เข้ามาเที่ยวเมืองไทย แต่ต้องยอมรับภายในช่วงต้นปี 2569 ที่ผ่านมานั้น อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยแม้ความเชื่อมั่นผู้ประกอบการจะปรับตัวดีขึ้นตามสัญญาณการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติ แต่ยังต้องเผชิญกับบททดสอบหลายอย่าง ส่งผลให้ภาพรวมการท่องเที่ยวไทยยังคงเป็นภาวะฟื้นตัวแต่เปราะบาง
60 ปีกรุงไทย..ก้าวต่อไปคืออนาคตไทย
ฉลองครบรอบ 60 ปีการมีอยู่ของธนาคารกรุงไทยไปเมื่อวันที่ 3 สิงหาคมที่ผ่านมา
การตลาดแบบสุขภาพดี-ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
ไม่กี่เดือนที่ผ่านมา หากสังเกตให้ดีจะพบว่า “การวิ่ง” ไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมออกกำลังกายอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็น “สกุลเงิน” รูปแบบใหม่ที่หลายแบรนด์นำมาใช้สร้างความสัมพันธ์กับผู้บริโภค จะเห็นได้ว่าเริ่มเห็นแคมเปญแปลกตาเกิดขึ้นมากมายในตลาด วิ่งครบระยะแลกรับแว่นตา วิ่งสะสมกิโลเมตรแลกนวดสปา วิ่งแลกบริการความงาม วิ่งแลกอาหารสัตว์เลี้ยง หรือแม้แต่วิ่งแลกสิทธิประโยชน์ด้านสุขภาพ คำถามที่น่าสนใจคือ ทำไมธุรกิจที่อยู่กันคนละโลก ตั้งแต่ร้านอาหาร คลินิกความงาม โรงแรม ร้านแว่น ไปจนถึงธุรกิจสัตว์เลี้ยง กลับเลือกใช้ “การวิ่ง” เป็นเงื่อนไขเดียวกันในการมอบรางวัล
‘AI’ กำลังเปลี่ยนตลาดแรงงานโลก
ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังเปลี่ยนภูมิทัศน์ของโลกการทำงานเร็วกว่าที่หลายฝ่ายคาดไว้ จากเดิมที่ความกังวลมุ่งไปที่การเข้ามาแทนที่แรงงานของเทคโนโลยี วันนี้โจทย์สำคัญกลับขยับไปสู่คำถามว่า ‘คนทำงาน’ จะต้องปรับตัวอย่างไรเพื่อให้ยังคงมีบทบาทในตลาดแรงงานที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ขณะที่องค์กรทั่วโลกต่างเร่งนำ AI มาเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจ ทำให้คุณสมบัติและทักษะที่นายจ้างมองหาจากบุคลากรก็เริ่มเปลี่ยนไปพร้อมกัน

