
จากข้อมูลของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พบว่าตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-9 มิ.ย.2567 ไทยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามา 15,543,344 คน สร้างรายได้จากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติแล้วประมาณ 736,096 ล้านบาท โดยในสัปดาห์ที่ผ่านมา จากการมีวันหยุดในหลายประเทศ อาทิ เกาหลีใต้ และจีน ส่งผลให้นักท่องเที่ยวสองกลุ่มตลาดหลักนี้เดินทางเข้ามาเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวจีนที่ขยับขึ้นมาเป็นกลุ่มที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวมากที่สุด และเดินทางเข้ามารวมสะสมปีนี้แล้วกว่า 3 ล้านคน ย้ำชัดเจนว่าการท่องเที่ยวไทยถูกวางให้เป็นพระเอกที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ
เพื่อให้เกิดนโยบายด้านการท่องเที่ยวที่ชัดเจน โดยนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ได้หารือกับกระทรวงคมนาคม บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)
สายการบินเวียตเจ็ทแอร์ไลน์ และการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เพื่อเตรียมพร้อมรองรับท่องเที่ยว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงไตรมาส 4 ที่เป็นช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว (low season) เน้นย้ำให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องบริหารทั้งจำนวนเครื่องบินและเที่ยวบินให้เพียงพอ รวมไปถึงให้ทาง ทอท.เตรียมพร้อมรองรับสายการบิน ตลอดจนนักท่องเที่ยว นักเดินทางที่เพิ่มขึ้นด้วย
โดยได้เน้นย้ำสั่งการให้การรถไฟแห่งประเทศไทยไปเพิ่มเส้นทางการเดินรถไฟใหม่ๆ ตลอดจนจัดรถไฟเที่ยวพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นเส้นทางสายวัฒนธรรมของไทย หรือการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวเฉพาะกลุ่ม เสน่ห์ของการเดินทางโดยรถไฟน่าจะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวได้อีกเยอะเลย
ล่าสุด นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคม เด้งรับนโยบายนายกฯ ทันที โดยได้มอบนโยบายให้กระทรวงคมนาคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปจัดทำแผนรองรับนักท่องเที่ยวในทุกมิติ โดยเฉพาะช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (ไฮซีซั่น) ปลายปี 2567 หรือไตรมาส 4 ที่จะถึงนี้ สอดรับกับมาตรการลดภาษีท่องเที่ยวเมืองรอง 55 จังหวัด ที่คาดว่าจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เดินทางท่องเที่ยวในประเทศไทยเป็นจำนวนมาก
ได้สั่งการให้ ทอท.ไปดำเนินการจัดเตรียมการรองรับนักท่องเที่ยว ทั้งในส่วนของแผนเพิ่มจำนวนเครื่องบินและเที่ยวบินให้เพียงพอต่อผู้โดยสารที่จะมาใช้บริการ ครอบคลุมผู้โดยสารระหว่างประเทศและในประเทศที่เดินทางผ่านเข้า-ออกท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งของ ทอท. ได้แก่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ดอนเมือง เชียงใหม่ แม่ฟ้าหลวง เชียงราย ภูเก็ต และหาดใหญ่
เน้นย้ำให้ ทอท.จัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวก รวมถึงการบริหารจัดการการให้บริการในท่าอากาศยานอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ผู้โดยสารทุกคนได้สัมผัสกับการบริการที่สะดวก ปลอดภัย และรวดเร็ว สร้างความความประทับใจ และเกิดภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศ โดยได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบริหารจัดการการให้บริการผู้โดยสารในขั้นตอนต่างๆ ทั้งในส่วนของผู้โดยสารขาเข้าและขาออกให้เกิดความคล่องตัว ไม่ให้เกิดภาพความหนาแน่นในแต่ละจุดบริการ
ในส่วนของ รฟท.สั่งการให้จัดเตรียมเพิ่มขบวนรถไฟ ทั้งเส้นปกติและขบวนพิเศษ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยว ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดเตรียมแผน โดยในเบื้องต้นจะเพิ่มขบวนนำเที่ยวเส้นทางสายวัฒนธรรมของไทย รวมถึงการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ เพื่อสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวที่หลากหลาย จากก่อนหน้านี้ได้ดำเนินการในหลายเส้นทาง ช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ในรูปแบบไปเช้า-เย็นกลับ (วันเดย์ทริป) เช่น ขบวนรถไฟนำเที่ยวน้ำตกไทรโยค, ขบวนรถไฟนำเที่ยวสวนสนประดิพัทธ์, ขบวนรถไฟนำเที่ยวเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เป็นต้น
แน่นอนว่านโยบายต่างๆ ของกระทรวงคมนาคม และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายใต้การกำกับดูแล พร้อมที่จะอำนวยความสะดวกในทุกๆ ด้าน และทุกการคมนาคมต้องมีความปลอดภัยในระดับสูงสุด เพื่อสร้างความประทับใจให้แก่นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยือนประเทศไทย ขณะเดียวกัน จะทำการประชาสัมพันธ์ให้ข้อมูลแก่ผู้โดยสารอย่างต่อเนื่อง เช่น การประกาศทางเสียง ป้ายประชาสัมพันธ์ และจอแสดงผล ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เป็นต้น.
กัลยา ยืนยง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เข้มความปลอดภัยรถไฟฟ้า
ความปลอดภัยของระบบรถไฟฟ้าเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อความเชื่อมั่นของประชาชนในการใช้บริการขนส่งสาธารณะ โดยเฉพาะ สถานีเชื่อมต่อ หรือ Interchange Station
‘บ้านผู้สูงวัย’กับโจทย์สังคมไทย
เมื่อประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างเต็มรูปแบบ คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่า “ผู้สูงอายุจะมีชีวิตยืนยาวขึ้นอย่างไร” แต่คือ จะใช้ชีวิตอย่างไรในวันที่ต้องพึ่งพาตนเองมากขึ้น ท่ามกลางโครงสร้างครอบครัวที่เปลี่ยนไป
สร้างความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยว
รัฐบาลได้เดินหน้ายกระดับมาตรการด้านความปลอดภัยทั่วประเทศอย่างเข้มข้น โดยบูรณาการการทำงานร่วมกันของหน่วยงานด้าน ความมั่นคงทุกภาคส่วน ทั้งระดับท้องถิ่น จังหวัด และระดับประเทศ
‘Solar Rooftop’ก้าวข้ามวิกฤตพลังงาน
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แนวคิดเรื่อง ‘ความมั่นคงทางการเงิน’ ของคนไทยได้เปลี่ยนแปลงไปจากอดีตอย่างชัดเจน จากเดิมที่เน้นเพียงการออมเงินหรือการสร้างรายได้เสริม สู่การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายประจำให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด โดยเฉพาะในยุคที่เศรษฐกิจเผชิญความไม่แน่นอน ทั้งภาวะเงินเฟ้อ ราคาพลังงานโลก และค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้หลายครัวเรือนเริ่มหันมาให้ความสำคัญกับการลงทุนที่ช่วย ‘ลดรายจ่ายระยะยาว’ ควบคู่ไปกับการสร้างผลตอบแทนในอนาคต
กระตุ้นท่องเที่ยวขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ถือเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของเศรษฐกิจไทย ทั้งในด้านการสร้างรายได้ การจ้างงาน และการกระจายเม็ดเงินสู่ภูมิภาคต่างๆ ของประเทศ ภายหลังการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวทั่วโลก
หนึ่งทศวรรษค่าจ้างขั้นต่ำไทย
ในช่วงกว่าทศวรรษที่ผ่านมา ‘ค่าจ้างขั้นต่ำ’ ของประเทศไทยถูกวางบทบาทให้เป็นทั้งเครื่องมือคุ้มครองแรงงานและกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ตัวเลขที่ปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องอาจสะท้อนภาพของความก้าวหน้าในเชิงนโยบาย

