Safetyรถนักเรียน

จากกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมจากคลิปวิดีโอที่เผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งบันทึกโดยพนักงานขับรถไฟและปรากฏภาพรถตู้รับส่งนักเรียนขับฝ่าและหลบหลีกไม้กั้นทางรถไฟ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2569 ในพื้นที่อำเภอสวี จังหวัดชุมพร กลายเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่สร้างความกังวลต่อความปลอดภัยของนักเรียนและผู้ใช้ทางร่วมทางรถไฟ แม้เหตุการณ์ครั้งนี้จะไม่เกิดอุบัติเหตุร้ายแรง แต่ถือเป็นพฤติกรรมที่สุ่มเสี่ยงอย่างยิ่ง และสะท้อนปัญหาด้านวินัยของผู้ขับขี่ รวมถึงช่องว่างในการกำกับดูแลรถรับส่งนักเรียนที่ยังคงมีอยู่ในหลายพื้นที่

ภายหลังเกิดเหตุ สำนักงานขนส่งจังหวัดชุมพรได้ลงพื้นที่ตรวจสอบทันที พบว่าเหตุเกิดบริเวณจุดตัดทางรถไฟขนาดเล็กในพื้นที่อำเภอสวี ซึ่งเป็นจุดที่มีไม้กั้นเพียงด้านเดียว โดยรถตู้คันดังกล่าวได้ขับอ้อมไม้กั้นเพื่อข้ามทางรถไฟ ทั้งที่ระบบป้องกันได้เริ่มทำงานแล้ว ยังพบว่าผู้ขับขี่รายดังกล่าวไม่เคยเข้ารับการอบรมตามโครงการเพิ่มประสิทธิภาพรถรับส่งนักเรียนของสำนักงานขนส่งจังหวัดชุมพร อีกทั้งรถคันดังกล่าวก็ไม่ได้นำเข้ารับการตรวจสภาพตามโครงการดังกล่าวเช่นเดียวกัน 

สะท้อนให้เห็นว่าผู้ประกอบการบางส่วนยังไม่ได้ให้ความร่วมมือในการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย แม้ภาครัฐจะเปิดโอกาสและดำเนินโครงการอย่างต่อเนื่อง ขณะนี้สำนักงานขนส่งจังหวัดชุมพรอยู่ระหว่างติดตามตัวผู้ขับขี่มารับทราบข้อกล่าวหา เพื่อดำเนินการเปรียบเทียบปรับและพิจารณาบทลงโทษตามกฎหมายโดยเร็วที่สุด พร้อมยืนยันว่าจะไม่มีการละเว้นผู้กระทำผิด เพราะกรณีเช่นนี้เกี่ยวข้องโดยตรงกับความปลอดภัยของเด็กนักเรียน

เหตุการณ์ครั้งนี้ยิ่งตอกย้ำถึงความจำเป็นในการ เร่งยกระดับมาตรฐานรถรับส่งนักเรียนทั่วประเทศ ซึ่งที่ผ่านมา กระทรวงคมนาคมและกรมขนส่งทางบก ได้เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง โดยได้ประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อบูรณาการการดำเนินงานให้รถรับส่งนักเรียนที่ยังอยู่นอกระบบเข้าสู่การกำกับดูแลอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และผ่านมาตรฐานด้านความปลอดภัยทุกคัน

โดยนาย สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ย้ำว่ารัฐบาลให้ความสำคัญสูงสุดกับสวัสดิภาพของเด็กและเยาวชน พร้อมกำหนดเป้าหมายให้รถรับส่งนักเรียนทุกคันได้รับการตรวจสอบมาตรฐานอย่างครบถ้วน ขณะเดียวกันยังให้นำบทเรียนจากอุบัติเหตุและเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นมาวิเคราะห์ เพื่อออกมาตรการเชิงรุก ลดความเสี่ยงก่อนจะเกิดความสูญเสีย

ย้ำว่า การยกระดับความปลอดภัยของรถรับส่งนักเรียนไม่ใช่ภารกิจของกรมการขนส่งทางบกเพียงหน่วยงานเดียว แต่ต้องอาศัยการบูรณาการของทุกภาคส่วน ทั้งกระทรวงศึกษาธิการ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถานศึกษา ตลอดจนผู้ประกอบการและผู้ปกครอง เพื่อร่วมกันจัดระบบการเดินทางของนักเรียนให้ปลอดภัยตั้งแต่บ้านถึงโรงเรียน โดยเฉพาะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จะต้องเข้ามามีบทบาทสำคัญในการจัดระบบรถรับส่งนักเรียนในพื้นที่ พร้อมผลักดันให้การจัดรถรับส่งสำหรับเด็กยากจนและเด็กด้อยโอกาสเป็นภารกิจสำคัญ เพื่อสร้างความเท่าเทียมในการเข้าถึงการศึกษาควบคู่กับการคุ้มครองความปลอดภัย

ปัจจุบัน กรมการขนส่งทางบกได้บูรณาการข้อมูลร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ จัดทำฐานข้อมูลรถรับส่งนักเรียนผ่านเว็บไซต์ School Bus Safety เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลกลางในการบริหารจัดการและติดตามมาตรฐานรถรับส่งนักเรียนทั่วประเทศ ซึ่งจะช่วยให้การกำกับดูแลมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งได้สั่งการให้สำนักงานขนส่งจังหวัดทุกแห่งประสานสถานศึกษา นำรถรับส่งนักเรียนเข้าตรวจสอบสภาพ โดยเฉพาะระบบห้ามล้อหรือระบบเบรก ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของอุบัติเหตุหลายกรณีที่ผ่านมา หากตรวจพบว่าประสิทธิภาพไม่เป็นไปตามเกณฑ์ จะต้องเร่งซ่อมแซมและห้ามนำรถออกให้บริการจนกว่าจะผ่านการตรวจสอบ

ในระยะต่อไป กระทรวงคมนาคมเตรียมเสนอให้มาตรการด้านความปลอดภัยของรถรับส่งนักเรียนเป็นวาระแห่งชาติ เนื่องจากเป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับชีวิตของเด็กและเยาวชนโดยตรง พร้อมเดินหน้ามาตรการเพิ่มเติม ทั้งการเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสภาพรถรับส่งนักเรียนและรถโดยสารที่ใช้เดินทางไปทัศนศึกษา การอบรมผู้ขับรถและผู้ประจำรถให้เข้มข้นกว่าหลักสูตรปกติ การนำระบบ GPS มาใช้ยืนยันตัวตน ตรวจสอบความเร็ว และติดตามตำแหน่งรถผ่านระบบ DLT GPS Notice เช่นเดียวกับรถโดยสารสาธารณะประเภทอื่น

นอกจากมาตรการด้านการกำกับดูแลแล้ว กระทรวงคมนาคมยังเดินหน้าสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง โดยต่อยอดโครงการ “นักเรียนรุ่นใหม่มีใบขับขี่” เพื่อปลูกฝังวินัยจราจรแก่เยาวชน รวมถึงเตรียมขยายการอบรมด้านความปลอดภัยให้แก่ผู้ขับรถโดยสารและรถบรรทุกทั่วประเทศ ควบคู่กับการเพิ่มรอบการอบรมและการให้บริการด้านใบอนุญาตขับรถในวันหยุดราชการ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน

เหตุการณ์รถตู้รับส่งนักเรียนฝ่าไม้กั้นทางรถไฟที่จังหวัดชุมพร จึงไม่ใช่เพียงกรณีการกระทำผิดของผู้ขับขี่รายหนึ่งเท่านั้น หากแต่เป็นสัญญาณเตือนให้ทุกภาคส่วนร่วมกันทบทวนมาตรฐานการดูแลรถรับส่งนักเรียนทั้งระบบ เพราะทุกความประมาทอาจแลกมาด้วยความสูญเสียที่ไม่สามารถย้อนกลับได้ และการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยอย่างจริงจังในวันนี้ คือการลงทุนเพื่อคุ้มครองชีวิตและอนาคตของเด็กไทยในระยะยาว ตามนโยบายที่นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม ยืนยันว่าจะผลักดันอย่างต่อเนื่องและจริงจัง.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

โจทย์การเงิน...การฟื้นตัวหลังน้ำท่วม

หลังน้ำลด หลายคนเริ่มกลับเข้าบ้าน ร้านค้าเริ่มสำรวจความเสียหาย และผู้ประกอบการทยอยเตรียมกลับมาเปิดกิจการ แต่การกลับสู่ความปกติไม่ได้เกิดขึ้นพร้อมกับวันที่น้ำลด เพราะค่าใช้จ่ายหลายอย่างต้องจ่ายทันที ขณะที่รายได้อาจยังไม่กลับมาเต็มที่ ค่าซ่อมบ้าน อุปกรณ์ทำมาหากิน สินค้าที่ต้องเติมใหม่ ค่าเดินทาง หรือค่าที่พักชั่วคราว ล้วนเป็นเงินที่ต้องใช้ก่อนจะกลับไปสร้างรายได้ได้อีกครั้ง

จากเจ้าภาพสู่‘Trusted Connector’

ท่ามกลางระเบียบเศรษฐกิจโลกที่กำลังเปลี่ยนผ่าน ความท้าทายของประเทศต่างๆ ไม่ได้อยู่เพียงการประคองเศรษฐกิจให้ผ่านพ้นแรงกระแทก แต่คือการสร้างความเข้มแข็งจากภายใน

ชูR&D-ฮาลาลขับเคลื่อนอาหารอนาคต

ในยุคที่เทรนด์สุขภาพและมาตรฐานอาหารระดับสากลกลายเป็นโจทย์ใหญ่ของโลก สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) ร่วมกับสถาบันอาหาร เดินหน้าผลักดันอุตสาหกรรมแปรรูปอาหารไทย

คาราวานจิตอาสา

ท่ามกลางสถานการณ์ อุทกภัย ที่สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนในหลายพื้นที่ น้ำใจของคนไทยยังคงหลั่งไหลส่งต่อถึงกัน สะท้อนพลังของคำว่า “คนไทยไม่ทิ้งกัน” ล่าสุด กระทรวงคมนาคม โดยกรมการขนส่งทางบก

ประกันภัยเกราะกันกระแทกเศรษฐกิจใหม่

หลังปัญหาการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้โลกเปลี่ยนผ่านเข้าสู่กติกาทางเศรษฐกิจและการค้าใหม่ ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและความยั่งยืน ส่งผลให้พฤติกรรมการดำเนินชีวิตต้องเปลี่ยนแปลงไปด้วย ดังนั้นทุกภาคส่วนจึงต้องปรับตัวเพื่อรองรับกับการเปลี่ยนแปลง

เปิดลิสต์ฟื้นรถก่อนเป็นค่าซ่อมก้อนใหญ่

น้ำลดแล้ว แต่บิลอาจเพิ่งเริ่ม เพราะสำหรับเจ้าของรถ ปัญหาที่แพงที่สุดอาจเป็นสิ่งที่ยังมองไม่เห็น ทั้งระบบเบรก ช่วงล่าง ระบบไฟฟ้า ไปจนถึงเครื่องยนต์ ความเสียหายเล็กๆ ที่ตรวจไม่พบวันนี้ อาจกลายเป็นค่าซ่อมก้อนใหญ่ในวันข้างหน้า ข้อมูลจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ณ วันที่ 30 กันยายน 2569 ระบุว่า สถานการณ์น้ำท่วมยังครอบคลุม 31 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร กระทบประชาชนกว่า 1.04 ล้านครัวเรือน สะท้อนว่าเมื่อน้ำลด ภาระฟื้นฟูบ้าน รถยนต์ และทรัพย์สินกำลังเป็นค่าใช้จ่ายอีกก้อนที่หลายครอบครัวต้องรับมือพร้อมกัน