
อื้ออึงทางแวดวงการเมือง เมื่อ อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย (มท.1) ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ถือเป็นพลเรือนและนักการเมืองใน ครม.คนเดียว หลังมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ทุติยจุลจอมเกล้า ฝ่ายหน้า และ เหรียญรัตนาภรณ์ ชั้นที่ 3
ทันทีที่ อนุทิน ได้รับพระราชทานเครื่องราชฯ ได้โพสต์ทันทีว่า “อยู่ใต้ร่มพระบารมีสองแผ่นดิน ชั่วชีวินขอเป็นข้าฟ้าจักรี”
คอการเมืองมองสัญญาณแรงมากที่ “อนุทิน” อาจขึ้นมาเป็นตัวเลือกเพิ่มขึ้น หลังสถานการณ์การเมืองของ เศรษฐา ทวีสิน นายกฯ ไม่สู้ดี เพราะกำลังถูกตัดสินจากศาลรัฐธรรมนูญว่าผิดรัฐธรรมนูญในเรื่องจริยธรรมหรือไม่ เมื่อแต่งตั้งคนที่มีตำหนิอย่าง พิชิต ชื่นบาน เป็น รมต.ประจำสำนักนายกฯ ในสภาวะของสองแคนดิเดตนายกฯ จากพรรคเพื่อไทย 2คน ไม่มีความพร้อมใช่หรือไม่ อย่าง “อุ๊งอิ๊ง” แพทองธาร ชินวัตร และ "ชัยเกษม นิติสิริ” ที่มีปัญหาในเรื่องสุขภาพ
ขณะที่ตัวเลือกอื่นๆ ก็ยังไม่มีปัจจัยบวกเข้ามาเสริม และนับวันใกล้จะหมดอายุ หากเทียบกับ “อนุทิน” ที่ประกาศจุดยืนเพื่อชาติ ศาสน์ และ กษัตริย์ รวมถึงอุดมการณ์ของพรรคภูมิใจไทยก็พร้อมจะปกป้องมาตรา 112 ด้วยชีวิต
ส่วน หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย จะไปถึงจุดสูงสุดทางการเมืองหรือไม่ จึงต้องติดตาม เพราะยังมีปัจจัยการเมืองหลายด้าน โดยเฉพาะจำนวนเสียงของพรรคที่มีเพียง 71 เสียง จาก 314 เสียง จะแบกรัฐบาลได้หรือไม่
ถึงแม้จะยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงใดๆ แต่ที่แน่ๆ “อนุทิน” และ “พรรคภูมิใจไทย” วันนี้มีพาวเวอร์ทางการเมืองมากกว่าที่ผ่านมาหรือไม่
ส่งผลทำให้เก้าอี้ มท. 1 รวมถึงรัฐมนตรีในโควตาพรรคสีน้ำเงินเหนียวแน่นขึ้น ไม่ถูกยึด หรือถูกเขี่ยออก, นโยบายกัญชาหลังถูกจ้องหักดิบกลับไปเป็นยาเสพติด สุดท้ายจะต้องยอมหาทางลงล้มเลิกหรือไม่
รวมถึงพรรคสีน้ำเงินจะต้องอยู่เพื่อปกป้องสถาบันและคานอำนาจทางการเมืองทั้งพรรคก้าวไกลและเพื่อไทยต่อไป และพรรคภูมิใจไทยจะไม่ถูกยุบตามกระแสปั่นอยู่ในเวลานี้
เก็บตกคนดังร่วง ไม่ผ่านการคัดเลือก สว.ระดับจังหวัดหลายคน หนึ่งในนั้นคือ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร เจ้าตัวออกมาโพสต์ถอดบทเรียนถึงจุดอ่อนของระบบเลือก สว.แบบนี้ ที่น่าสนใจ 1.การแบ่งกลุ่มอาชีพเป็น 20 กลุ่ม ไม่ได้เป็นไปตามสัดส่วนประชากรแต่ละกลุ่มในสังคมอย่างแท้จริง
2.การตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัครในแต่ละกลุ่มอาชีพเป็นไปอย่างหละหลวม 3.การให้เลือกเป็น 3 ระดับ อำเภอ จังหวัด ประเทศ เกิดความเหลื่อมล้ำในจังหวัดที่มีอำเภอมากกับอำเภอน้อย 4.การเปิดช่องทางให้ผู้สมัครรู้จักกันทำได้จำกัดและในเวลาที่สั้นมาก
5.จำนวนผู้มีสิทธิลงคะแนนในรอบเลือกไขว้ เป็นจำนวนที่น้อย คือ 20 คน ในขณะที่กลุ่มผู้ถูกเลือกคือ 5 คน ทำให้มีคะแนนที่ได้ใกล้กันมาก ทุกคะแนนมีความหมาย และหลายที่ต้องจับสลาก 6.ไม่มีการเปิดโอกาสให้แนะนำตัวในขั้นรอบไขว้ เนื่องจากไม่มีหนังสือสั่งการให้มีขั้นตอนอย่างเป็นทางการ
7.การออกแบบของ กกต. ให้ตั้งหีบแบ่งตามกลุ่มในขั้นเลือกไขว้ ทำให้ตรวจสอบว่าใครลงคะแนน หรือไม่ลงคะแนนให้ใครสามารถทำได้ไม่ยาก 8.ปัจจัยความสำเร็จของผู้ได้คะแนนผ่านการคัดเลือกไม่ได้อยู่ที่ประวัติ 5 บรรทัด เอกสารแนะนำตัวที่ส่งถึงผู้สมัคร การตั้งกลุ่มไลน์ทั่วไปเพื่อแนะนำตัว การประชุม zoom เพื่อแนะนำตัวอย่างเท่าเทียม หรือประสบการณ์ความรู้ความสามารถ
9.ปัจจัยความสำเร็จอยู่ที่การวางแผนที่ดี ตั้งแต่การเลือกกลุ่มอาชีพ เลือกอำเภอที่สมัคร การสร้าง voters การสร้างเครือข่าย การติดต่อเฉพาะตัว การลงทุนและการเสียสละของ voters 10.ถามว่า เป็นการออกแบบการเลือก สว.ที่ดีไหม คำตอบคือ ไม่ดีอย่างยิ่ง แต่ถ้าถามว่า ผลการเลือก สว.ระดับจังหวัดเป็นผลที่ดีไหม
คำตอบคือ รับได้ มีสัดส่วนของภาคประชาชนปะปนไปกับนักการเมืองและบ้านใหญ่ประมาณครึ่งต่อครึ่ง และดีกว่าการแต่งตั้งโดยผู้มีอำนาจอย่างแน่นอน ต้องรอดูฤทธิ์เดชของการออกระบบในระดับประเทศต่อไป.
ช่างสงสัย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บันทึกหน้า 4
การจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ภายใต้การนำของ อนุทิน ชาญวีรกูล เดินหน้าเข้าสู่โค้งสุดท้าย หลังมีการตรวจสอบคุณสมบัติรัฐมนตรีครบถ้วนเรียบร้อย เตรียมนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายได้ทันที
บันทึกหน้า 4
บันทึกช่วยจำ วันนี้ 30 มี.ค. อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี จะนำรายชื่อ ครม.ชุดใหม่ขึ้นทูลเกล้าฯถวายเพื่อโปรดพิจารณาตามกระบวนการ ต่อจากนั้น เป็นวาระของการแถลงนโยบาย 7-9 เม.ย.
บันทึกหน้า 4
เดือดกว่าในสภา! ลักหลับตอน 4 ทุ่ม แถมเลือกเวลาช่วงปิดประชุมสภาหลังถกญัตติด่วนวิกฤตน้ำมันพอดิบพอดี บอกว่าเลิกอั้น แต่ใครจะคิดว่าจะขึ้นพรวด 6 บาท เล่นเอาชาวบ้านสะดุ้งตื่น
ผู้จุดประเด็น
ดรามา “ข้าวฟรี สส.” ที่เคยร้อนแรง วันนี้เริ่มคลี่คลายไปในทิศทางที่ทำให้คนเสียภาษียิ้มมุมปากได้บ้าง หลัง “หมอวรงค์” สส.พรรคไทยภักดี ออกมาจุดประเด็นซ้ำในช่วงโหวตประธานสภาผู้แทนราษฎร จนเรื่องนี้กลับมาอยู่ในกระแสสังคมอีกครั้ง
บันทึกหน้า 4
ดูเหมือน การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 ปีที่ 1 ครั้งที่ 3 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 1) เมื่อวันพุธที่ 25 มีนาคม พ.ศ.2569 ช่างคึกคักเสียจริง ซึ่งสาเหตุหลักก็คงมาจากเป็นสภาใหม่ถอดด้ามที่มีการประชุมครั้งแรก แต่ก่อนการประชุมนั้น “โสภณ ซารัมย์” ประธานสภาฯ พร้อมด้วยตัวแทนพรรคการเมืองก็ได้หารือถึงการกำหนดวัน-เวลาในการประชุมของทั่นผู้แทนยุคนี้ ...๐
บันทึกหน้า 4
โผ ครม.อนุทิน 2 สะเด็ดน้ำแล้วจำนวน 35 เก้าอี้ เหลือไว้ 1 เก้าอี้ ยังคงเผื่อไว้ให้ใครสักคน สำหรับ ดร.ปื๊ด-นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย ชัดเจนแล้วว่าไม่ได้ไปต่อ

