บันทึกหน้า 4

ก็เป็นอันว่า ศึกบิ๊กสีกากี ระหว่าง บิ๊กต่อ-พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. กับ บิ๊กโจ๊ก-พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล ที่ห้ำหั่นกันมาหลายเดือน ขณะที่เส้นทางบนเก้าอี้ ผบ.ตร.ของบิ๊กต่อ ก็นับถอยหลังไปเรื่อยๆ เพราะ 30 ก.ย.ปีนี้ก็ต้องเกษียณอายุราชการแล้ว ก็ปรากฏว่าในส่วนของผลสอบของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีปรากฏเป็นข่าวต่อสาธารณะเกี่ยวกับความขัดแย้งในเรื่องคดีของบุคลากรภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ-ประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ที่ตั้ง ฉัตรชัย พรหมเลิศ อดีตปลัด ก.มหาดไทย เป็นประธาน ก็สรุปผลสอบออกมาแล้ว

โดยถือว่าเป็นข่าวดีของบิ๊กต่อที่ได้กลับไปเกษียณในตำแหน่ง ผบ.ตร. เพราะผลการตรวจสอบของคณะกรรมการฯ ชุดดังกล่าว ที่นายกฯ ให้ วิษณุ เครืองาม ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย เป็นคนแถลงความคืบหน้าผลสอบดังกล่าวเมื่อ 20 มิ.ย. ที่ได้ข้อสรุปว่า ช่วง 4 เดือนได้มีการสอบพยานไปกว่า 50 คน ในจำนวนนี้ได้สอบสวนคู่กรณีคือ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ และ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ผลสอบสรุปว่า 1.มีความขัดแย้งและความไม่เรียบร้อยในสำนักงานตำรวจแห่งชาติจริง มีความขัดแย้งทั้งในระดับสูง กลาง เล็ก ทุกระดับ ทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเกิดขึ้นจากเหตุเดียวกันหรือเหตุอื่น จนกระทั่งเกิดเป็นคดีความร้องเรียนกันทั้งภายในและภายนอก สตช. 2.เรื่องที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่จะเกี่ยวพันกับ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์และ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ และแต่ละคนจะมีทีมงานของตัวเอง ทีมงานก็เกิดความขัดแย้งกันด้วย โดยมีคดีสำคัญที่เกี่ยวพันกับคนเหล่านี้ เช่น คดีเป้รักผู้การ 140 ล้านบาท คดีกำนันนก คดีมินนี่ คดีพนันออนไลน์บีเอ็นเค และคดีย่อยๆ อีกสิบคดี กระจายกันตามสถานีตำรวจต่างๆ และศาล โดยเฉพาะศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ความขัดแย้งบางเรื่องเพิ่งเกิด และบางเรื่องเกิดขึ้นเป็นสิบปีแล้ว 3.เมื่อเป็นเช่นนี้ ต้องดำเนินการส่งเรื่องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับผิดชอบไป บางเรื่องส่งให้หน่วยงานกระบวนการยุติธรรม ทั้งตำรวจ อัยการ ศาล ว่ากันตามปกติ 4.บางเรื่องเกี่ยวกับหน่วยงานนอกกระบวนการยุติธรรม คือ องค์กรอิสระ เช่น ป.ป.ช. ปปง. ดีเอสไอ ซึ่งคดีต่างๆ มีเจ้าภาพรับผิดชอบแล้วทั้งสิ้น

... วิษณุ แถลงต่อไปว่า 5.กรณีของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ที่ถูกสั่งให้มาช่วยราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 20 มี.ค.2567 แต่เนื่องจากได้รับคำสั่งให้กลับไปปฏิบัติราชการที่ สตช. ตั้งแต่ 18 เม.ย.67 และวันเดียวมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาอีกชุดเพื่อสอบสวนทางวินัยและตามมาด้วยคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน โดยสถานภาพของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ขณะนี้ ถือว่าอยู่ระหว่างการรอนำความกราบบังคมทูลฯ ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีต้องตรวจสอบว่าทำถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ โดยขณะนี้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ได้ไปฟ้องคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมอยู่ ส่วนกรณี พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ที่ยังไม่ได้กลับไป เมื่อแต่ละเรื่องมีเจ้าภาพรับผิดชอบแล้ว จึงสมควรที่จะส่ง พล.ต.อ.ต่อศักดิ์กลับไปปฏิบัติราชการในตำแหน่งหน้าที่เดิม เพราะวันนี้ไม่มีอะไรสอบสวน สอบสวนเสร็จแล้ว หรืออะไรที่ยังไม่เสร็จก็อยู่ในมือ ป.ป.ช. จึงให้กลับไปดำรงตำแหน่ง ผบ.ตร. ส่วนคดีจะเป็นอย่างไรให้ดำเนินการตามสายงาน หรือจะมีการตั้งคณะกรรมการสอบวินัยเพิ่มเติมหรือไม่ ให้เป็นเรื่อง สตช. ....และต่อมาวันเดียวกัน เศรษฐา-นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ได้ลงนามในคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีเรื่องให้ข้าราชการตำรวจกลับไปปฏิบัติราชการที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยให้ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์กลับไปปฏิบัติราชการในตำแหน่งเดิมคือผบ.ตร. เรียบร้อยแล้วในช่วงบ่ายวันที่ 20 มิ.ย.ที่ผ่านมา ...สรุปว่า หลังจากนี้ก็รอดูกันว่า การ คัมแบ็กของบิ๊กต่อ ที่เหลืออายุราชการอีกประมาณสามเดือนเศษ จะทำผลงานอะไรในฐานะ ผบ.ตร.ให้หลายคนจดจำกันได้บ้าง แต่ที่แน่ๆ หลายคนประเมินว่า ศึกระหว่างบิ๊กต่อกับบิ๊กโจ๊กคงยังไม่จบง่ายๆ แต่ดีกรีความร้อนแรง น่าจะลดลง หลังบิ๊กต่อเกษียณอายุราชการ แต่ก็น่าจับตาว่า ศึกบิ๊กสีกากีจะกลับมาปะทุอีกครั้งในช่วงการแต่งตั้ง ผบ.ตร.คนใหม่ ช่วงเดือน ก.ย.นี้หรือไม่ หากบิ๊กโจ๊กยังไม่ยอมแพ้ง่ายๆ!!

 ปิดท้ายกันที่ การประชุมสภาฯ เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯ ปี 2568 ก็จะสิ้นสุดลงในช่วงดึกวันศุกร์ที่ 21 มิ.ย.นี้ ที่จะมีการลงมติวาระแรกขั้นรับหลักการ และจากนั้นก็จะมีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯ 68 ของสภากันต่อไป ดังนั้น ก็มารอดูรายชื่อกันว่า กมธ.งบฯ ปีนี้ จะมีอะไรให้เป็นที่พูดถึงหรือไม่ ส่วนเรื่องเสียงโหวตในสภาไม่ต้องเป็นห่วง ยังไงก็ผ่านฉลุยด้วยเสียงเห็นชอบท่วมท้น.

 

กังหันลม

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บันทึกหน้า 4

แรงกระเพื่อมการเมืองจากเกมแก้รัฐธรรมนูญ เริ่มปะทุหนักขึ้น เมื่อ “89 สว.” นำโดย พิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ วุฒิสภา ออกโรงตั้งโต๊ะแถลงตอบโต้ เท้ง-ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชนและ ผู้นำฝ่ายค้าน หลังโพสต์พาดพิง “วุฒิสภาสีน้ำเงิน” และโยงเป็น “มรดกรัฐประหาร” จากรัฐธรรมนูญปี 2560 จนถูกมองว่าเป็นการเปิดศึกตรงกับวุฒิสภาแบบไม่ไว้หน้า

บันทึกหน้า 4

ตื่นขึ้นเช้านี้ คงไม่มีอะไรตื่นเต้น เจี๊ยวจ๊าวเร้าความรู้สึกคนในสังคมไทยได้เท่ากับ การเปิดให้ลงทะเบียน “ไทยช่วยไทยพลัส” วงเงินรวม 1.76 แสนล้านบาท ที่รัฐบาล "เสี่ยหนู" ระบุว่าจะช่วยประชาชน 43 ล้านคน เป็นเวลา 4 เดือน (มิ.ย.-ก.ย.2569) แบ่งเป็นกลุ่มบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (ประมาณ 13 ล้านคน) : ได้เพิ่มเงิน 700 บาท (รวมเป็น 1,000 บาท/เดือน) โดยไม่ต้องลงทะเบียนใหม่ เริ่มใช้สิทธิ 1 มิ.ย. และกลุ่มประชาชนทั่วไป (เป้าหมาย 30 ล้านคน) : รัฐช่วย 60% ประชาชนจ่าย 40% ได้สิทธิเดือนละ 1,000 บาท (จำกัดวันละไม่เกิน 200 บาท

บันทึกหน้า 4

ไส้เดือนถูกขี้เถ้า! ดิ้นทุรุนทุรายอะไรกันหนา กับการที่คณะองคมนตรีเข้าร่วมสังเกตการณ์ ให้คำแนะนำ และข้อห่วงใย ในการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.)

บันทึกหน้า 4

หลายคนอาจสงสัยคำร้องคดีการเลือกตั้ง 8 ก.พ.ไม่เป็นความลับ เพราะมีการพิมพ์บาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ทำไมเงียบหายไป มีอะไรคืบหน้าหรือไม่ ก็พบว่าคดีนี้ศาลรัฐธรรมนูญก็อยู่ระหว่างการไต่สวน

บันทึกหน้า 4

ประชุม ครม.เห็นชอบ "โครงการไทยช่วยไทยพลัส" โดย นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.การคลัง นำแถลงว่า "เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบค่าครองชีพประชาชนและรักษาไม่ให้กำลังซื้อลดลงมากเกินไป โดยจะช่วยเหลือประชาชนกว่า 43 ล้านคน

บันทึกหน้า 4

หลังการเปิดเวที “ผู้ประกอบการพูด รัฐบาลฟัง” เมื่อวันที่ 15 พ.ค.ที่ผ่านมา สิ่งที่น่าสนใจไม่ใช่เพียงภาพของบรรดาเจ้าสัว นักธุรกิจรายใหญ่ และภาคเอกชนที่เข้ามาสะท้อนปัญหาต่อรัฐบาลเท่านั้น แต่คือท่าทีของรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย ที่สั่งการให้นำข้อเสนอทั้งหมดเข้าสู่ที่ประชุม ครม. พร้อมกำหนดหน่วยงานรับผิดชอบอย่างชัดเจน เพื่อผลักดันให้เกิดผลเป็นรูปธรรม