บันทึกหน้า 4

“ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด” กระแสพรรคก้าวไกลยังแรงไม่หยุด สวนทางกับความนิยมของรัฐบาลเพื่อไทย ที่นับวันนำมาสู่ความหายนะ สะท้อนได้จากตลาดทุน หุ้นตกต่ำสุดในรอบ 4 ปี ขณะที่ผลงานเรือธงอย่างแจกเงินหมื่นกลายเป็นเรือเกลือ สอดรับไปกับกระบวนการยุติธรรม ลามไปวงการตำรวจ ย่อยยับ ป่นปี้ และหากยังปล่อยไปเป็นเช่นนี้ เลือกตั้งครั้งหน้าก็เป็นเรื่องยากที่พรรคเพื่อไทยจะกลับมา ไม่นับเรื่องตระบัดสัตย์จัดตั้งรัฐบาล   

นี่จึงเป็นเหตุผลให้ เจ๊หน่อย-สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย ออกมาปูดข่าวว่า ได้ยินมาจากเพื่อนฝูงในพรรคเพื่อไทย มีความพยายามแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ สส.มาเป็นระบบเขตเลือกตั้งทั้งหมด 500 คน จากเดิม กำหนดให้ สส. เขต 400 คน และแบบบัญชีรายชื่อ 100 คน เพื่อหวังใช้ระบบบ้านใหญ่ดับกระแสพรรคก้าวไกล 

ขณะที่คนเพื่อไทยออกมาปฏิเสธทันควัน โดยเฉพาะ นายกฯ เศรษฐา ทวีสิน บอกว่าเลอะเทอะ เพราะไม่เคยคุยกัน ขณะที่ชูศักดิ์ ศิรินิล สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย บอกว่าไม่มีมูลและดิสเครดิต และโยนไปที่กระบวนการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่จะมีสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) เป็นผู้กำหนด

แม้คนพรรคเสื้อแดงจะดาหน้าออกมาปฏิเสธ แต่ก็อย่าเพิ่งเชื่อ เพราะการเมืองแบบไทยๆ อะไรที่เป็นอำนาจของตัวเอง ถึงเวลาจริงก็พร้อมจะทำอยู่แล้ว แม้จะต้องโกหกอีกสักครั้งก็ตาม เพราะเรื่องดังกล่าวสามารถแก้รัฐธรรมนูญแบบรายมาตรา ด้วยจำนวนเสียงในสภา และ สว.ชุดใหม่ ที่ว่ากันว่าเครือข่ายบ้านใหญ่เข้ามาเกินครึ่ง ก็เชื่อว่าจะสามารถทำได้ 

สอดรับกับ นายใหญ่-ทักษิณ ชินวัตร ก็เดินสายไปทั่วประเทศระดมบ้านใหญ่กลับรังเก่า เมื่อบวกกับอำนาจรัฐ กระสุน ระบบการจัดการในพื้นที่ และนโยบายพรรคเข้าไปเสริม ที่มุ่งไปที่ระบบเขตอย่างเดียว ก็เชื่อว่าจะดับกระแสพรรคก้าวไกลให้ได้เสียงไม่เกิน 250 เสียง

ฉะนั้นแนวทางนี้ของพรรคเพื่อไทยที่หลุดออกมา อย่าเพิ่งตัดสมการนี้ออกไป เพราะในการเลือกตั้งปี 62 ที่ออกแบบกติกาเลือกตั้งแบบพิสดาร ก็ทำให้ “ลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้เป็นนายกฯ มาแล้ว   

๐ อีกเรื่องที่กำลังจะกลายเป็นประเด็นร้อน หลังนายกฯ ที่เป็นอดีตเจ้าพ่ออสังหาริมทรัพย์ สั่งให้กระทรวงมหาดไทยแก้กฎหมายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านภาคอสังหาริมทรัพย์

โดยมีสาระสำคัญคือ 1.การพิจารณาทบทวนการกำหนดระยะเวลาของทรัพย์อิงสิทธิตามพระราชบัญญัติทรัพย์อิงสิทธิ พ.ศ.2562 โดยกำหนดให้ทรัพย์อิงสิทธิมีกำหนดเวลาได้ไม่เกิน 99 ปี หรือให้ต่างชาติเช่าที่ดิน 99 ปี 

2.การพิจารณาทบทวนหลักเกณฑ์และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการให้สิทธิคนต่างด้าว

สามารถถือกรรมสิทธิ์ในห้องชุด จากเดิมไม่เกินร้อยละ 49 เป็นไม่เกินร้อยละ 75 โดยอาจกำหนดเงื่อนไขอื่นที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการของนิติบุคคลอาคารชุด เช่น การจำกัดสิทธิการออกเสียงของคนต่างด้าวและนิติบุคคลต่างด้าวที่ได้เข้ามาถือกรรมสิทธิ์ในภายหลังจากที่เกินอัตราส่วนร้อยละ 49 

ขณะที่ผู้เกี่ยวข้องฝ่ายรัฐบาลพยายามอธิบายว่าเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยหวังเงินจากชาวต่างชาติ ท่ามกลางข้อกังวลว่า คนไทยจะกลายเป็นพลเมืองชั้นสองหรือไม่ในดินแดนไทย  

 รวมถึงจะมีการเอื้อประโยชน์ให้นายทุนหลายรายหรือไม่ ที่มีความใกล้ชิดกับคนในรัฐบาล ที่กำลังทุ่มทุนสร้างคอนโดฯ จำนวนมากในปีนี้ หลังก่อนหน้านี้ก็เพิ่งมีมาตรการช่วยเรื่องลดค่าจำนองการขายบ้านไม่เกิน 7 ล้านบาทมาแล้ว

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สส.บัญชีรายชื่อ และประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคก้าวไกล ออกมาสอยมวยว่า คิดถึงการเรียงลำดับความสำคัญว่าปัญหาที่ดินทำกินของคนไทยเป็นเรื่องสำคัญ เป็นเรื่องที่ไม่ได้รับการแก้ไขมาเป็นเวลานาน

 “ไม่ได้เป็นเรื่องที่ผมยังต้องปักธงในตอนนี้ เพียงแต่คิดว่าการเรียงลำดับความสำคัญก็น่าจะเป็นเรื่องการแก้ปัญหาที่ดินทำกิน ที่ 3 ใน 4 ของคนไทยไม่มีที่ดินทำกินเป็นของตัวเอง ก็ต้องอยู่ในที่ ส.ป.ก.บ้าง เช่าเขาบ้าง ที่ราชพัสดุบ้าง” นายพิธากล่าว  

ก็หวังว่าก้าวไกลจะเกาะติดเรื่องนี้ว่า สรุปแล้วใครได้-ใครเสีย...

 

ช่างสงสัย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บันทึกหน้า 4

ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด เมื่อมองย้อนกลับไปยังสนามการเมืองระดับท้องถิ่น จะเห็นได้ว่าทุกฝ่ายทุกพรรคไม่สามารถเอาชนะ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ในการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้ ผลการเลือกตั้งครั้งนี้สะท้อนว่าคนกรุงเทพฯ ให้ความสำคัญกับผลงานและการพัฒนาเมือง มากกว่าเกมการเมือง

บันทึกหน้า 4

เริ่มบันทึกเมื่อเวลา "ปิดหีบ" บัตรเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ สก. รวมทั้งการเลือกตั้งนายกเมืองพัทยา และสมาชิกสภาเมืองพัทยา บรรยากาศไม่คึกคักเท่ากับการเลือกตั้งใหญ่ถือเป็นเรื่องปกติ โดยเฉพาะใน กทม. ซึ่งดูเหมือนว่า คนมีสิทธิ์มีเสียงจะรู้สึก "ขี้คร้าน" ที่จะออกจากบ้านไป "ทวนกระแส" ชัชชาติ ..มาแรงแซงทุกโพล!

เร่งปั้นผลงานให้รัฐบาล

หากมองข้ามวาทกรรมการเมืองที่กำลังดุเดือดในเวลานี้ สิ่งที่ประชาชนอยากเห็นจากรัฐบาล "อนุทิน 2" มากที่สุดคงหนีไม่พ้นผลงานที่จับต้องได้ โดยเฉพาะการจัดการปัญหาอาชญากรรมทางเศรษฐกิจและเครือข่ายทุนสีเทาที่ฝังรากลึกมานาน

บันทึกหน้า 4

ดูเหมือนรัฐนาวาอนุทิน 2 ที่ เพิ่งผ่านมาแค่ 1 ไตรมาส หรือกว่า 3 เดือน แต่ดูเหมือน “มรสุมรุมเร้า” เสียเหลือเกิน ไล่มาตั้งแต่โครงการ TH-AI Passport ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ภายใต้การดูแลของ “ไชยชนก ชิดชอบ” ลูกหัวแก้วหัวแหวนของครูใหญ่แห่งพรรคภูมิใจไทย แล้วตามมาด้วยการโยกย้ายข้าราชการในจังหวัดภูเก็ต และ ล่าสุดคือขบวนการโกงการสอบบรรจุเข้าเป็นข้าราชการท้องถิ่นของ “กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.)” ...๐

บันทึกหน้า 4

รัฐบาลกำลังโดนฝ่ายค้านตรวจสอบอย่างหนัก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) จึงต้องขันนอต-วัด KPI รัฐมนตรีของ ภท. หากไม่ผ่านจะปรับพ้น

บันทึกหน้า 4

ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด การประกาศนโยบายประเมินผลการทำงานของรัฐมนตรี ประธานและกรรมาธิการ (กมธ.) ทั้ง 14 คณะ ตลอดจนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองของพรรคภูมิใจไทย