
กระแสความนิยม “อาร์ตทอย” (Art Toy) เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วในไทยซึ่ง “อาร์ตทอย” ไม่ได้เป็นเพียงแค่ของเล่นสำหรับเด็กเท่านั้น แต่กลายเป็นของเล่นและของสะสมที่มีการออกแบบสะท้อนถึงตัวตนและความคิดสร้างสรรค์ของศิลปินผู้สร้างสรรค์ มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีดีไซน์คาแรกเตอร์หลากหลาย ผลิตออกมาจำกัด และด้วยคุณสมบัตินี้ทำให้ “อาร์ตทอย” เป็นที่ชื่นชอบของคนทุกช่วงวัย หลายคาแรกเตอร์กลายเป็นของหายากที่หลายคนตามหา แม้ราคาซื้อขายในตลาดจะพุ่งสูงขึ้นก็ตาม
จากกระแสความนิยม “อาร์ตทอย” บริษัท ดาต้าเซ็ต จำกัด จึงได้นำเครื่องมือ DXT360 เพื่อฟังเสียงในสังคมออนไลน์ (Social Listening)
คือ ต้นทุนที่เปลี่ยนแปลงไปตามปริมาณการผลิต เช่น ต้นทุนด้านวัตถุดิบ แรงงาน ค่าไฟฟ้า น้ำประปา น้ำมัน ซึ่งหากผลิตสินค้าหรือบริการจำนวนมากจะช่วยให้ใช้ต้นทุนคงที่ได้อย่างคุ้มค่าแน่นอน ส่วนต้นทุนผันแปรนั้นแม้จะไม่ได้ส่งผลโดยตรง แต่การมียอดผลิตและยอดขายจำนวนมากก็ส่งผลให้ต้นทุนเฉลี่ยต่อหน่วยของสินค้าหรือบริการลดลงได้เช่นกัน
Economy of Scale จึงเป็นกลยุทธ์ที่ธุรกิจขนาดใหญ่นิยมนำมาใช้ เพราะการผลิตสินค้าได้จำนวนมากในราคาต้นทุนที่ต่ำลง ย่อมหมายถึงโอกาสที่จะสร้างผลกำไรต่อชิ้นได้เพิ่มขึ้น และได้เปรียบเหนือคู่แข่ง ตัวอย่างธุรกิจที่ใช้โมเดลนี้ เช่น ธุรกิจแฟรนไชส์ต่างๆ ร้าน Daiso จากญี่ปุ่น ร้าน Miniso จากจีน ร้านอาหารประเภท Chain Restaurant หรือร้านสะดวกซื้อ เช่น 7-Eleven ที่มีสาขาจำนวนมาก
“ยิ่งขายดีก็ยิ่งผลิตมาก ยิ่งผลิตมากต้นทุนต่อหน่วยก็ยิ่งต่ำลง ยิ่งต้นทุนลดลงก็ยิ่งคุ้ม สามารถขายได้ในราคาที่ถูกกว่าคู่แข่ง ยิ่งขายได้ถูกกว่าก็ยิ่งขายดีขึ้น” วงจรนี้ ทำให้เหล่าปลาเล็กหรือผู้ประกอบการมือใหม่ที่คิดจะเริ่มธุรกิจอาจรู้สึกฝ่อและท้อตั้งแต่ยังไม่ลงสนาม เพราะไม่รู้จะเอาอะไรไปสู้และรู้สึกเสียเปรียบแทบจะทุกด้าน
ธุรกิจไซส์เล็กอย่าเพิ่งถอดใจ เพราะวันนี้ สุเทพ นิ่มสาย หัวหน้าสาขาการจัดการและกลยุทธ์ และหัวหน้าหลักสูตรปริญญาตรีควบปริญญาโทแบบเร่งรัด กูรูด้านบริหารธุรกิจจากวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU) ได้ชี้ช่องกับ 7 ไม้เด็ดที่ธุรกิจเล็กใช้งัดสู้ในตลาดได้แบบไม่เกี่ยงไซส์ คือ 1.หาช่องว่างทางการตลาด ต้องหาให้เจอก่อนว่าอะไรที่ธุรกิจขนาดใหญ่ยังไม่ได้ให้บริการหรือยังไม่สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างครอบคลุมหรือดีพอ โดยอาจเจาะไปที่ลูกค้าเฉพาะกลุ่ม เสนอบริการแบบ Personalized ที่ปรับแต่งได้ตามความต้องการของลูกค้า หรือจำหน่ายสินค้าเฉพาะกลุ่ม เฉพาะทาง 2.สร้างจุดเด่น เน้นจุดขาย จุดอ่อนของธุรกิจที่มี Economy of Scale คือ เน้น “ปริมาณ” เป็นหลักทำให้สินค้าหรือบริการมักขาด “จุดเด่น” และ “ความแตกต่าง” ที่ชัดเจน
ส่วน 3.ใช้ประโยชน์จากความคล่องตัว เพราะธุรกิจขนาดเล็กจะมีโครงสร้างองค์กรเรียบง่าย มีความคล่องตัวสูง การตัดสินใจหรือจะทำอะไรทำได้รวดเร็วกว่า ซึ่งสามารถใช้จุดแข็งนี้ลองผิดลองถูกได้มากกว่า สามารถพัฒนาสินค้าหรือบริการที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว 4.เน้นเข้าถึง เข้าใจ ธุรกิจขนาดเล็กจะมีความใกล้ชิดและเข้าใจความต้องการของลูกค้าได้มากกว่า ซึ่งสามารถใช้โอกาสนี้นำเสนอสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้มากกว่า
ขณะที่ข้อ 5.ใช้พลังโซเชียลมีเดียให้เป็นประโยชน์ ธุรกิจขนาดเล็กควรใช้พลังของโซเชียลมีเดียอย่าง Facebook, Instagram, TikTok, YouTube ฯลฯ มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและลดต้นทุน ไม่ว่าจะใช้เป็นแหล่งศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภค การสร้างช่องทางการขายใหม่ๆ ลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ 6.ธุรกิจขนาดเล็กควรสร้างพันธมิตรกับธุรกิจอื่นๆ โดยเฉพาะหากเป็นแบรนด์น้องใหม่ที่ยังไม่ค่อยมีใครรู้จัก ยิ่งควรสร้างความร่วมมือกับธุรกิจที่มีชื่อเสียง เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ดึงดูดลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ ตลาดใหม่
สุดท้าย 7.ถึงตัวเล็ก แต่ใจต้องใหญ่ กล้าที่จะเสี่ยง พร้อมที่จะสู้ สุดท้ายที่ขาดไม่ได้ ธุรกิจขนาดเล็กต้องคิดบวกและเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองที่จะแข่งขันกับธุรกิจขนาดใหญ่ได้ อย่าท้อตั้งแต่ยังไม่เริ่ม การคิดบวกจะช่วยให้ธุรกิจขนาดเล็กกล้าเสี่ยง พร้อมสู้ และเอาชนะความท้าทายได้ เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ศึกษาดูงาน พัฒนาทักษะ ความรู้ ประสบการณ์ และกล้าที่จะริเริ่มลองทำสิ่งใหม่ๆ เรียนรู้กลยุทธ์ทางการตลาดใหม่ๆ พัฒนาแผนธุรกิจ ตั้งเป้าหมายที่ชัดเจน พุ่งสู่เป้าหมายอย่างมั่นใจ และประสบความสำเร็จในที่สุด.
รุ่งนภา สารพิน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ลุยบูสต์ตลาดนทท.จีนเต็มสูบ
จากวิกฤตน้ำท่วมใหญ่ที่สงขลา ทำให้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เดินหน้าฟื้นฟูและกระตุ้นการท่องเที่ยวในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา หลังภาคการท่องเที่ยวได้รับผลกระทบจากอุทกภัยครั้งใหญ่ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน 2568
ฝากการบ้านรัฐบาล
โฉมหน้าของรัฐบาลและคณะรัฐมนตรีมีผลโดยตรงต่อความเชื่อมั่นของประชาชนและนักลงทุน พร้อมกันนี้อยากเห็นการจัดตั้งรัฐบาลใหม่เกิดขึ้นโดยเร็ว เพื่อให้การบริหารประเทศและการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจเดินหน้าได้อย่างต่อเนื่อง
เปิดเทรนด์และนิยาม‘การท่องเที่ยว’ปี69
การเดินทางเป็นเรื่องเฉพาะตัวมาโดยตลอด ทว่าในปี 2569 การเดินทางจะเปลี่ยนไปจากแผนการเดินทางเดียวที่เข้ากับผู้ร่วมทริปทุกคนให้เป็นแผนการเดินทางที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะตัวมากยิ่งขึ้น
ถึงเวลาพลิกฟื้น‘เอสเอ็มอี’
ท่ามกลางสัญญาณเศรษฐกิจที่เปราะบาง เศรษฐกิจไทยในปี 2569 ถูกประเมินว่าจะเติบโตเพียง 1.8% สะท้อนการชะลอตัวที่ชัดเจนและต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่ม ASEAN-6 โดยเป็นครั้งแรกในรอบหลายทศวรรษที่อัตราการเติบโตอาจต่ำกว่า 2%
ญี่ปุ่นไม่ถอยชูไทยฐานหลักในอาเซียน
ในช่วงที่เศรษฐกิจโลกยังผันผวน ทั้งจากสงครามการค้า นโยบายประเทศมหาอำนาจ และความไม่แน่นอนรอบด้าน การตัดสินใจลงทุนของนักลงทุนต่างชาติถือเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่า “ประเทศไหนยังน่าเชื่อถือ”
‘LISA Effect’บูมท่องเที่ยวไทย
ปัจจุบัน อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย กำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อครั้งสำคัญ ท่ามกลางพฤติกรรมนักท่องเที่ยวที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ควบคู่กับแรงกดดันจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์

