
“ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด” ใครจะวิจารณ์ได้ดี ไม่เท่าคนกันเองวิจารณ์ โดยเฉพาะผลงานรัฐบาลที่ผ่านมาเกือบ 1 ปี แต่ยังไม่มีอะไรออกมาเป็นรูปธรรม เว้นแต่เรื่องเกี่ยวกับตัวเองและพวกพ้อง
ล่าสุด นายวรชัย เหมะ แกนนำคนเสื้อแดง ในฐานะที่ปรึกษาของรองนายกรัฐมนตรี (ภูมิธรรม เวชยชัย) ให้สัมภาษณ์ถึงการทำหน้าที่ของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ ที่ใกล้ครบรอบ 1 ปีแล้ว ว่า เท่าที่ติดตามการทำงานของนายเศรษฐา เห็นว่าเป็นนายกฯ ที่ขยันลงพื้นที่เพื่อรับรู้ปัญหาของประเทศชาติและประชาชน รวมถึงเดินสายโรดโชว์ประเทศไปทั่วโลก พยายามดึงนักลงทุนรายใหญ่ๆ และนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามา การทำงานเช่นนี้ถือว่าเป็นนายกฯ ที่ขยันที่สุดคนหนึ่ง
แนวทางการทำงานที่ผ่านมาของนายกฯ ด้วยความขยันความอดทน แต่ไม่เร็วพอที่จะทำให้ประชาชนพึงพอใจได้ เชื่อว่าข้อมูลความเป็นจริงนายกฯ มีเพียงพอแล้ว วันนี้จึงอยากให้นายกฯ นำข้อมูลเหล่านั้นมาวิเคราะห์ปรับใช้ และทวงถามความคืบหน้าข้อสั่งการต่างๆ ที่เคยให้ไว้ในรอบเกือบหนึ่งปีที่ผ่านมากับข้าราชการผู้ที่รับผิดชอบแต่ละกระทรวง แต่ละหน่วยงาน ว่าคืบหน้าไปถึงไหน มีอะไรต้องทำเพิ่มเติมบ้าง เพราะข้าราชการคือ แขน ขา มือ ที่คอยขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาล
อยากให้นายกฯ แบ่งเวลาการลงพื้นที่มานั่งทำงานที่ทำเนียบฯ เรียกข้าราชการมารายงานความคืบหน้านโยบาย ไม่ใช่ตะบี้ตะบันลงพื้นที่โดยไม่เหลียวแลหลัง เพราะถ้าเป็นแบบนั้นจะไม่มีอะไรต่างจากรอบปีที่ผ่านมา ประชาชนต้องการผลสำเร็จของนโยบาย ก็ถึงเวลาแล้วที่นายกฯ ต้องเร่งขันนอตกำชับตรวจการบ้าน ไม่ใช่สั่งแล้วสั่งเลย
ร้อนไปถึง นายณณัฏฐ์ หงษ์ชูเวช รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง และสมาชิกพรรคเพื่อไทย (พท.) ออกมาโต้ว่า ทุกคนในพรรคสามารถที่จะแสดงความคิดเห็นได้ในมุมมองของแต่ละคน แต่นายเศรษฐาก็ตั้งใจที่จะทำงานจริง และตั้งใจที่จะลงไปถึงปัญหาของพี่น้องประชาชนจริงๆ ไม่ใช่ฟังแค่จากข้าราชการ ซึ่งหากผู้บริหารไม่ลงพื้นที่ไปสัมผัสถึงชาวบ้านเลยก็จะมองไม่เห็นถึงปัญหา ซึ่งเมื่อนายเศรษฐาลงพื้นที่ชาวบ้านก็จะนำปัญหามาสะท้อนให้ฟัง และท่านก็จะนำมาแก้ไข
ทั้งนี้การลงพื้นที่ของนายเศรษฐาก็มีเจตนาดีที่จะลงไปแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชน ซึ่งตนมองว่านี่คือข้อดี และอย่าลืมว่าเราเข้ามาในจุดที่บางปัญหาเป็นปัญหาเรื้อรัง คนที่เข้ามาทำงานใหม่ก็ต้องปรับแก้
“นายกฯ ไม่ได้อยู่บนหอคอยงาช้างที่ไม่ลงไปรับรู้ปัญหาของพี่น้องประชาชน แต่ทุกวันนี้ลงพื้นที่ก็เพื่อลงไปรับทราบปัญหาของพี่น้องประชาชน โดยไม่ว่าพื้นที่นั้นจะมี สส.ของพรรคเพื่อไทยหรือไม่ เพราะท่านเอาปัญหาของประชาชนเป็นที่ตั้ง” นายณณัฏฐ์กล่าว
“ผลงานก็ไม่มี ความดีก็ไม่ปรากฏ” จึงถูกนายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นำสถานการณ์ของไทย ไปโยงกับการเมืองประเทศอังกฤษ เรื่อง “ถอดบทเรียนการเลือกตั้ง อังกฤษกับไทย?” ระบุตอนหนึ่งว่า ผลการเลือกตั้งของประเทศอังกฤษ ที่พรรคแรงงาน หรือพรรคเลเบอร์ ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งแบบแลนด์สไลด์ สามารถเอาชนะพรรคอนุรักษนิยม หรือพรรคคอนเซอร์เวทีฟ ที่ครองอำนาจมายาวนานถึง 14 ปี แบบขาดลอย 409:119 ที่นั่ง ซึ่งแสดงให้เห็นว่า คนอังกฤษเบื่อหน่ายการบริหารประเทศของพรรคอนุรักษนิยมอย่างหนัก เป็นยุคตกต่ำที่สุดของพรรคคอนเซอร์เวทีฟ
จากผลการเลือกตั้งของประเทศอังกฤษ ทำให้หลายคนได้วิเคราะห์ผลการเลือกตั้งของประเทศอังกฤษเชื่อมโยงกับการเมืองของประเทศไทย ที่อยู่ในการแข่งขันระหว่างกลุ่มอนุรักษนิยมจับมือจัดตั้งรัฐบาลกับระบอบทักษิณ พัฒนามาเป็นกลุ่มอนุรักษนิยมใหม่ แข่งขันกับกลุ่มเสรีนิยมหรือที่เรียกตัวเองว่า ฝ่ายก้าวหน้า
ถ้าดูผลการเลือกตั้งในปี 2562 และผลการเลือกตั้งปี 2566 ฝ่ายเสรีนิยมได้รับเสียงสนับสนุนเพิ่มขึ้นตามลำดับ แม้กระทั่งล่าสุด ถ้าวัดจากผลการสำรวจของนิด้าโพล พบว่าพรรคก้าวไกลมีคะแนนนิยมเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 49.20% ซึ่งสามารถพัฒนาความนิยมให้เพิ่มขึ้นเกิน 50% ได้ไม่ยาก และอาจจะเกิดแลนด์สไลด์ในการเลือกตั้งครั้งต่อไปได้ เช่นเดียวกับผลการเลือกตั้งของประเทศอังกฤษในครั้งนี้... จึงเป็นเรื่องที่น่าจับตาอย่างยิ่ง.
ช่างสงสัย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บันทึกหน้า 4
ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด เมื่อมองย้อนกลับไปยังสนามการเมืองระดับท้องถิ่น จะเห็นได้ว่าทุกฝ่ายทุกพรรคไม่สามารถเอาชนะ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ในการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้ ผลการเลือกตั้งครั้งนี้สะท้อนว่าคนกรุงเทพฯ ให้ความสำคัญกับผลงานและการพัฒนาเมือง มากกว่าเกมการเมือง
บันทึกหน้า 4
เริ่มบันทึกเมื่อเวลา "ปิดหีบ" บัตรเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ สก. รวมทั้งการเลือกตั้งนายกเมืองพัทยา และสมาชิกสภาเมืองพัทยา บรรยากาศไม่คึกคักเท่ากับการเลือกตั้งใหญ่ถือเป็นเรื่องปกติ โดยเฉพาะใน กทม. ซึ่งดูเหมือนว่า คนมีสิทธิ์มีเสียงจะรู้สึก "ขี้คร้าน" ที่จะออกจากบ้านไป "ทวนกระแส" ชัชชาติ ..มาแรงแซงทุกโพล!
เร่งปั้นผลงานให้รัฐบาล
หากมองข้ามวาทกรรมการเมืองที่กำลังดุเดือดในเวลานี้ สิ่งที่ประชาชนอยากเห็นจากรัฐบาล "อนุทิน 2" มากที่สุดคงหนีไม่พ้นผลงานที่จับต้องได้ โดยเฉพาะการจัดการปัญหาอาชญากรรมทางเศรษฐกิจและเครือข่ายทุนสีเทาที่ฝังรากลึกมานาน
บันทึกหน้า 4
ดูเหมือนรัฐนาวาอนุทิน 2 ที่ เพิ่งผ่านมาแค่ 1 ไตรมาส หรือกว่า 3 เดือน แต่ดูเหมือน “มรสุมรุมเร้า” เสียเหลือเกิน ไล่มาตั้งแต่โครงการ TH-AI Passport ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ภายใต้การดูแลของ “ไชยชนก ชิดชอบ” ลูกหัวแก้วหัวแหวนของครูใหญ่แห่งพรรคภูมิใจไทย แล้วตามมาด้วยการโยกย้ายข้าราชการในจังหวัดภูเก็ต และ ล่าสุดคือขบวนการโกงการสอบบรรจุเข้าเป็นข้าราชการท้องถิ่นของ “กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.)” ...๐
บันทึกหน้า 4
รัฐบาลกำลังโดนฝ่ายค้านตรวจสอบอย่างหนัก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) จึงต้องขันนอต-วัด KPI รัฐมนตรีของ ภท. หากไม่ผ่านจะปรับพ้น
บันทึกหน้า 4
ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด การประกาศนโยบายประเมินผลการทำงานของรัฐมนตรี ประธานและกรรมาธิการ (กมธ.) ทั้ง 14 คณะ ตลอดจนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองของพรรคภูมิใจไทย

