“เมืองบาป”กับ“คืนบาป”

สามสี่วันก่อน..

อ่านข่าวเมืองพัทยา เปิดศาลาว่าการให้สื่อไทยรัฐทีวีแถลงขอโทษชาวเมืองทุกฝ่ายที่ไม่พอใจ ต่อกรณีนำเสนอข่าวส่งผลกระทบด้านลบต่อภาพลักษณ์ของพัทยา

ตอนแรกก็ไม่ได้สนใจ แต่ได้ยินใครต่อใครพูดถึง เลยต้องขุดข่าวย้อนหลังขึ้นมาอ่านด้วยความอยากรู้ ว่าสื่อไปทำอีหรอบไหนให้คนทั้งเมืองเขาไม่พอใจใหญ่โตเอาได้ 

เห็นพาดหัวข่าวแล้วก็ทำให้นึกแว่บถึงหนังไทย “รางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมแห่งชาติ” 5 สาขา เรื่อง “คืนบาปพรหมพิราม” ขึ้นมาทันที!

ถึงจะเป็นภาพยนตร์ยอดเยี่ยม แต่ก็ทำให้ในตอนนั้นชาวอำเภอพรหมพิรามประท้วงกันใหญ่โต ขนาดผู้สร้างต้องยกคณะไปขึ้นเวทีขอโทษขอโพยถึงตัวอำเภอกันเลย

เหมือนกรณีเมืองพัทยานี้เป๊ะ ชื่อหนังก็ต้องเปลี่ยน จากคำแรกเดิมไม่มี “สระอือ” ก็เติมให้มีซะ นอกนั้นคงไว้ตามเดิม

แล้ว “เสี่ยเจียง” ก็ยอมควักเงินอีกร่วมแสน เพื่อถ่ายทำหนังสารคดีสั้นความยาว 5 นาที ปะหัวหนังตอนเริ่มฉาย ว่าด้วยชีวิตความเป็นอยู่ที่ถูกต้องแท้จริงของชาวพรหมพิราม

กิน-อยู่ ดำเนินชีวิตกันอย่างไร ไม่ได้เป็นบ้านป่าเมืองเถื่อน ประชาชนส่วนใหญ่ก็มีระเบียบ..

มีจารีตประเพณีที่ดีงาม วันโกนไม่ได้ละ วันพระก็ทำบุญตักบาตร เหมือนพลเมืองไทยทั่วไป เรื่องชาวอำเภอเดือดดาลหนังเรื่องนี้ถึงสงบลงได้!

เท่าที่ทราบ..หนัง "คืนบาปฯ" ก็ได้อาศัยข้อมูลจากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐและงานประพันธ์ของนักข่าวไทยรัฐคือคุณสันติ เศวตวิมล (ตอนนั้น)

ซึ่งพี่แกได้นำข้อมูลของคดีมาถอดความร้อยเรียงเป็นบทประพันธ์ประเภท “สารคดี” ก่อนจะถูกบริษัทพร้อมมิตรภาพยนตร์ นำมาทำเป็นภาพยนตร์..

 จนเป็นที่มาของความไม่พอใจของประชาชนอำเภอนั้น!

จะว่าไป กรณีชาวเมืองพัทยาเดือดเนี่ย แทบจะเป็นเหมือน “เบ็ดเบอร์เดียว” กันกับหนังคืนบาปฯ เลยนะ!

เท่าที่ตรองดู เรื่องมันน่าจะมาจากคำว่า “บาป” คำนี้แหละเป็นเหตุ คนไทยเราไม่ชอบทำบาป แม้คนที่ทำบาปก็ยังไม่ชอบบาปเลย คิดดูเอาเถอะ!

 คำนี้..ความหมายมันอัปมงคลจริงๆ ไปกันไม่ได้กับคนเมืองพัทยาที่เขาดีๆ ในหัวข่าวมีคำว่า “เมืองบาป” ใครจะทำใจรับได้

ไม่พอแค่นี้ มีคำว่า “สวรรค์โสเภณี” ย้ำหัวตะปูอีก ภาพลักษณ์ดีๆ จะเอาอะไรมาเหลือเล่า อันนี้สื่อพึงสังวร ก่อนจะขีดจะเขียนอะไรควรต้องรอบคอบ 

ผมเองใคร่อยากรู้ชาวบ้านร้านตลาดที่ได้อ่านข่าวนี้แล้วมีความคิดเห็นประการใด ก็มีทั้งตำหนิสื่อและเห็นด้วยที่ชาวเมืองพัทยาเขาจะเดือด

แต่มีความเห็นหนึ่งคอมเมนต์แบบไม่จำกัดเฉพาะกรณีข่าวนี้ เขาว่าประเทศนี้จะพูดอะไรก็ได้ ยกเว้นพูดความจริง

นี่..ให้เดา ก็คงจะมองว่า “เมืองบาป แดนสวรรค์โสเภณี” เป็นจริงอย่างนั้นกระมัง?

วลีมันย้อนแย้งพิกล “เมืองบาปกับแดนสวรรค์” เอาจริงๆ ผมก็มองว่าไม่น่าจะไปกันได้ ไปกันไม่ได้ก็แสดงว่า จั่วหัวข่าวน่าจะไม่ตรงปก?

อย่ากระนั้นเลย ผมยกหูขอความเห็นจากคนคุ้นเคย ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน “คุณมานพ อุดมเดช” ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่องคืนบาปพรหมพิรามนั่นแหละ!

“นรกกับสวรรค์ มันเป็น ปฏิทรรศน์” คุยกับคุณมานพ ผมก็มึน-งงกับแกได้ทุกครั้ง.. “คืออะไรล่ะ?” ผมสงสัย

“พารา-ด็อกซ์” แกตอบ ผมถามต่อ “คำง่ายๆ มีมั้ย?” แกว่า.. “ความย้อนแย้งไงเล่า คำว่าย้อนแย้งอย่าคิดว่าง่าย อธิบายยากนะ อย่างเกิดกับตายมันอยู่ปลายเชือกคนละข้าง

ไอ้เชือกเส้นนี้จะว่ามันไม่มีชีวิตก็ไม่ได้ มันเกิดแล้วก็แสดงว่ามีชีวิต จะว่ามันตายก็ไม่ได้อีก สสารและพลังงานไม่สูญหายไปจากจักรวาล

มันแค่เปลี่ยนรูปกลับคืนไปสู่สภาพสสารและพลังงานซึ่งไม่มีชีวิตมาตั้งแต่ไหนๆ ชีวิตมันไม่มีชีวิตมันแฝงอยู่ในตัว”

“แล้วเมืองคนบาป แดนสวรรค์โสเภณี มันดีหรือไม่ดีล่ะ?” ผมถาม.. “เอาจริงๆ มันก็ตอบไม่ได้อีก ถ้าไม่มีนรกก็ไม่มีสวรรค์

เมื่อมีสวรรค์ก็มีนรก มันเป็นสิ่งเดียวกันนั่นแหละ เหมือนสสารกับพลังงานเป็นสิ่งเดียวกัน มันเป็นสมมติสัจจะ ความจริงที่คนกำหนด”

“แบบนี้ก็หมายความว่าจะไปเดือดไทยรัฐทีวีก็ไม่ได้สิ?".. “ได้ซิ ก็เดือดไปแล้วนี่ แต่ที่ต้องตำหนิสื่อ อย่าถือว่าพูดความจริงจะพูดอย่างไรก็ได้  

 “วาจาใดเป็นคำจริง เป็นประโยชน์ ไม่ถูกใจผู้ฟัง เลือกกาละที่จะพูด” ยึดแค่นี้ก็ไม่ต้องยกโขยงไปขอโทษใครให้เสียเวลาแล้ว...

ผมน่ะ คืนบาปฯ คืนเดียว ก็เข็ดแล้วแถมหวิดถูกตื้บอีกต่างหาก”

แหม..จำแม่นเชียวนะ!.

 

สันต์ สะตอแมน.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ขอโอกาสให้หนังเล็กมีเวลา

ครั้งที่ 4 แล้ว (เหรอ) นะ! ผมหมายถึงงาน “Pattaya International Film Festival 2026 เทศกาลภาพยนตร์เมืองพัทยา” ที่เป็นความร่วมมือระหว่างเมืองพัทยา วัฒนธรรมจังหวัดชลบุรี, อพท.พัทยา

ห้ามคนไทยเข้า!

เลอะเทอะแล้วๆ! นี่..เห็นจะต้องพูดกับคุณเรโด้ พิธีกรรายการ “ไทยรัฐทอล์ค” ตรงๆ อย่างนี้แหละ พลันที่เห็นเจ้าตัวโพสต์.. “รอหน่อยทองแสนมาแน่ แปดหมื่นมาก่อนปีนี้”

ฝาก'ปืนเถื่อน'กับนายกฯ

มันจะเอิกเกริก-ใหญ่โตไปไหม? ผมถามรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาฯ คุณประเสริฐ จันทรรวงทอง น่ะ เห็นท่านพูดถึงเหตุกราดยิงที่ จ.นนทบุรี เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา และมีประโยคหนึ่งว่า..

ต้องขอ ‘คารวะ’

ผมน่ะเข้าใจแต่ “กำแพงประเพณี”.. บทเพลงที่ “คุณอาณัติ พุทธมาศ” ทั้งแต่งเอง-ขับขานเอง (นักเลงพอ) เมื่อหลายสิบปีก่อนนู้น โดยตัวเขาได้อธิบายด้วยภาษากวีที่งดงาม ลึกซึ้ง กินใจ ดังขึ้นต้นว่า..

จากนายกฯถึง ‘ล่าม’

“นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของเมืองไทยหลังคุณอนุทิน ชาญวีรกูล คือใคร”? เนี่ย..ผมไม่ได้ถาม แต่เป็นคุณน้อง “เรโด้” พิธีกรรายการ “ไทยรัฐ ทอล์ก” ที่ถาม และไม่ได้ถามผู้ชม-คนดู หากแต่ได้ถามเอากับ “หมอปลาย พรายกระซิบ”..

ไม่ต้องกังวล?

แปะ แปะ แปะ! เนี่ย..ต้องขอปรบมือ (เท่าที่จะดังได้) ให้กับปฏิบัติการทวงคืน “หาดนุ้ย” จังหวัดภูเก็ต ภายใต้การนำทัพของคุณสุชาติ ชมกลิ่น รมต.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม