
“ขอเป็นกำลังใจให้ อ.ปิยบุตร ยืนหยัดต่อสู้เพื่อความถูกต้อง ในฐานะกัลยาณมิตรคนหนึ่ง”
เปล่า..ไม่ใช่ผม แต่เป็นคุณเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.คนดังนู่นเป็นคนพูด (เขียน) ส่วนที่ให้กำลังใจกันนั้น
เหตุมาจากคุณปิยบุตร แสงกนกกุล ตัดพ้อน้อยใจ ว่า ในขณะที่ศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณาคดียุบพรรคก้าวไกล ในวันที่ 7 สิงหาคมนี้
ผู้คนในสังคมให้ความสนใจเฉพาะข่าวพรรคก้าวไกลถูกยุบแล้ว ใครจะมาเป็นหัวหน้าพรรค ไม่ได้สนใจในสาระทางกฎหมาย ข้อต่อสู้ของพรรคก้าวไกลในเรื่องนี้เลย!
ซึ่งนอกจากขอเป็นกำลังใจให้แล้ว คุณเทพไทยังได้ช่วยอธิบายความเพื่อให้คุณปิยบุตรได้รู้-ได้เข้าใจสภาพสังคม-คนไทยปัจจุบันอยู่หลายหัวข้อ
ก่อนจะลงท้าย.. “การที่ อ.ปิยบุตร บอกว่าจะใช้เวลาที่เหลือจนถึงวันที่ 7 สิงหาคมนี้ อธิบายเรื่องข้อต่อสู้ทางกฎหมายของพรรคก้าวไกลให้สังคมได้รู้ต่อไปนั้น เป็นเรื่องที่ดี
อย่างน้อยก็เป็นข้อมูลที่สังคมไทยได้รับรู้ และสื่อมวลชนจะนำไปขยายผล เพื่อประโยชน์ของสังคมต่อไป”
ครับ..ก็ไม่รู้สังคมจะได้ประโยชน์ด้านไหนบ้าง แต่ที่อยากจะบอกให้คุณเทพไทรู้ คนไทยน่ะไม่ใช่ไม่สนใจในสาระทางกฎหมาย หรือข้อต่อสู้-วิธีการ
ทั้งไม่ได้จะเน้นเฉพาะผลลัพธ์ หรือผลสัมฤทธิ์ในเรื่องนั้นๆ อย่างที่ตอบคุณปิยบุตร แต่เป็นเพราะคนเขารู้-เขาเห็น ว่าปลายทางของเรื่องนี้จะจบลงอย่างไร
และที่พรรคก้าวไกลต่อสู้อยู่นี้ เขาก็มองเป็นแค่การยกแม่น้ำทั้งห้ามา (ตะแบง) สู้เพื่อสร้างกระแสก็เท่านั้น!
อีกอย่าง เวลานี้คนไทยเขากำลังเดือดร้อนทุกข์ใจกังวลกับเรื่องปากท้องตัวเองที่การทำมาหากินฝืดเคืองลำบากยากเข็ญ
มากกว่าที่จะไปสนใจหรือตามฟังสาระข้อต่อสู้ทางกฎหมายของพรรคก้าวไกล.. “ยุบ-ไม่ยุบก็ช่างแมร่งมัน” ได้ยินคนเขาคุยกันอย่างนี้!
ผมเองพอจะเข้าใจความรู้สึกคุณเทพไท เพราะที่นครศรีธรรมราชคนเขาพูดกันหนาหูว่าน้องชายจะลงสมัครการเมืองท้องถิ่นในสีเสื้อพรรคก้าวไกล
เท็จจริง ผมก็ฟังหู-ไว้หู แต่มาได้ยิน (อ่าน) คุณเทพไทประกาศเป็น “กัลยาณมิตร” กับคุณปิยบุตรเข้าอย่างนี้ ที่เชื่อครึ่ง-ไม่เชื่อครึ่ง..
ก็เลยทำให้น้ำหนักทางเชื่อเพิ่มขึ้นอีกนิดนึง..อะอาอะอ่า!
เอ้า..แต่นั่นต้องบอกว่า “เหลือเชื่อ” เพราะเข้ามานั่งเป็นเจ้ากระทรวงแค่ไม่กี่เพลา คุณสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รมต.กระทรวงวัฒนธรรม ก็ได้เผย..
“กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ได้จัดทำร่าง พ.ร.บ.ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ ฉบับใหม่
ภายใต้ร่างพระราชบัญญัติภาพยนตร์ พ.ศ. .... แนวความคิดการให้เสรีภาพแก่บุคคลเพื่อการแสดงออกเป็นพื้นฐานของการพัฒนาและเป็นบ่อเกิดนวัตกรรมในสังคม
ซึ่งมีทั้งหมด 7 หมวด 112 มาตรา ซึ่งจะนำมาใช้แทน พ.ร.บ.ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ.2551 ขณะนี้ได้ดำเนินการร่าง พ.ร.บ.ฉบับใหม่เสร็จเรียบร้อยแล้ว
จึงขอเชิญชวนหน่วยงานถาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการ นักวิชาการ และประชาชนทุกภาคส่วนช่วยกันแสดงความคิดเห็นหรือเสนอแนะต่อร่าง พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว
เพื่อนำข้อมูลไปประกอบการแก้ไขปรับปรุงร่าง พ.ร.บ. ก่อนนำเสนอต่อคณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติ และคณะรัฐมนตรี พิจารณาให้ความเห็นชอบ
จากนั้นจะส่งร่าง พ.ร.บ.ให้คณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา และส่งให้รัฐสภาพิจารณาต่อไป ทั้งนี้มีระยะเวลารับฟังความคิดเห็น 30 วัน ตั้งแต่วันที่ 26 ก.ค.2567”
ฉับไวแท้ ว่าแต่คนวงการหนัง-ประชาชนทุกภาคส่วนได้อ่านร่าง พ.ร.บ. ครบทุกบรรทัด-ทุกหน้ารึยังล่ะ..
ผมน่ะไม่อ่านหรอก..เอาไงก็ได้!.
สันต์ สะตอแมน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
แว่วยินหมอดูทัก!
จะว่าเกิดไม่ทันก็คงไม่ใช่.. ผมหมายถึง นางกาญจนี วัลยะเสวี หรือ “ติ๊งต่าง” เจ้าของฉายาไฮโซสปอร์ตคลับและแกนนำกลุ่มแม่ยกพรรคประชาธิปัตย์น่ะ!
สุดแท้แต่กรรมเวร!
เดี๋ยวนะ.. คิดดีๆ อีกที..เงินตั้ง 1,300 ล้านบาทเชียวนา ที่ ครม.มีมติอนุมัติให้ กสทช.ดำเนินการซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026 น่ะ!
นึกว่า.. ‘คนจริง’!
“ไปจำศีลมา 8 เดือน”! นี่..ตีความได้ว่า จากนี้ นายทักษิณ ชินวัตร ก็จะละศีล พร้อมที่จะออกมาลุยในยุทธจักรการเมืองอีกต่อไปสินะ และที่บอกกับนักข่าว.. “ตอนนี้จำอะไรไม่ได้แล้ว” นั้น..
แสบยิ่งกว่าซีม่า
ไม่ใช่แผนเปิดประเด็นสร้างกระแส! แต่..เป็นความจริงที่ทำให้เกิดการถกเถียง-วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง กรณี สส.พรรคประชาชน คุณไอซ์-รักชนก ศรีนอก โพสต์เมื่อวันก่อน..
ระวัง.. ‘หมาหัวเน่า’!
เนี่ย..เพิ่งจะได้เข้าใจ! ว่า.. “กองทุนสวัสดิการของอดีต สส.และ สว.” เป็นกองทุนที่สมาชิกรัฐสภาเป็นผู้พิจารณากฎหมายและออกระเบียบกันเอง
ชาวพะงัน..อย่ารำคาญ
ปัจจุบันไม่มีตำแหน่งแห่งหน.. แต่..คุณชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช..

