
พอคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการตำรวจ หรือ ก.พ.ค.ตร. ตีตกคำอุทธรณ์ บิ๊กโจ๊ก-พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ หักพาล รองผบ.ตร. ที่เห็นว่าคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 178 /2567 ที่สั่งให้ผู้อุทธรณ์ออกจากราชการไว้ก่อนเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
วินิจฉัยยืนยันคำสั่งดังกล่าวดำเนินการตามหลักเกณฑ์ วิธีการ ที่กฎหมายและ กฎ ก.ตร. กำหนดและเป็นการใช้ดุลพินิจที่เหมาะสม
เป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย!!!
ก็เหมือนคลายล็อก "ปมร้อน" ภายในรั้วกรมปทุมวันให้กระจ่าง ให้คลี่คลาย และให้ทุกอย่างได้เดินหน้าต่อไป
โดยเฉพาะการแต่งตั้ง "ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ" หรือ "ผบ.ตร." คนใหม่ ต่อจาก บิ๊กต่อ-พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. ที่จะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 ก.ย.2567
ก่อนหน้านี้ยังมีข้อถกเถียงกันว่าหาก กรณี "บิ๊กโจ๊ก" ยังไม่ชัดเจน ยังไม่กระจ่าง หากมีการแต่งตั้ง "ผบ.ตร." จะต้องนำชื่อ "พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์" เข้าพิจารณาด้วยหรือไม่ เพราะ บิ๊กโจ๊ก ยังคงมีตำแหน่ง รองผบ.ตร.อยู่
แต่เมื่อขั้นตอนของ ก.พ.ค.ตร.เสร็จสิ้น ขั้นตอนกระบวนการต่างๆก็ต้องขับเคลื่อน สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ก็ประสานขอผลวินิจฉัย ก.พ.ค.ตร. จากนั้นก็นำขึ้นทูลเกล้าฯถวาย เพื่อให้พ้จากตำแหน่ง รองผบ.ตร. ตามระเบียบ ตามขั้นตอน
เมื่อทุกอย่างเคลียร์แล้ว ก็จะได้ถึงคิวการแต่งตั้ง "ผบ.ตร." คนใหม่ ซึ่งตามไทม์ไลน์คาดว่าภายในเดือนส.ค.นี้
น่าจะได้เห็นโฉมหน้า "ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ" คนที่ 15
แคนดิเดต ผบ.ตร. ปีนี้ หากตัดชื่อ บิ๊กโจ๊ก ไปแล้ว จะเหลือเพียง 3 ราย
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รอง ผบ.ตร. ดูแลงานป้องกันและปราบปราม เป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจ(นรต.)รุ่น 41 เกษียณอายุราชการ ปี 2569
พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง จเรตำรวจแห่งชาติ ดูแลงานจเรตำรวจ เป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจ(นรต.)รุ่น 39 เกษียณอายุราชการ ปี 2568
พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร. ดูแลงานสืบสวนสอบสวน เป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจ(นรต.)รุ่น 42 เกษียณอายุราชการปี 2569
แม้ตามกฎ ตามระเบียบ ตำรวจยศ พล.ต.อ. ตำแหน่ง รองผบ.ตร.และจเรตำรวจแห่งชาติ ทุกคนมีสิทธิขึ้นดำรงตำแหน่ง "ผบ.ตร."
แต่เมื่อดูจากท่าที เทียบกันปอนด์ต่อปอนด์ ณ เวลานี้ ชื่อ บิ๊กต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ดูจะโดดเด่น เพราะเคยทดลองงานคุมกรมปทุมวันมาช่วงที่ บิ๊กต่อ ไปช่วยราชการสำนักนายกฯ รวมทั้งตอนนี้ บิ๊กต่าย ก็ขยับมาอยู่อาวุโสสูงสุด ตรงตามเจตนารมย์กฎหมาย ต้องการให้แต่งตั้ง ผบ.ตร. คำนึงถึงความอาวุโสและความรู้ความสามารถประกอบกัน
เก้าอี้ "ผบ.ตร." คนใหม่ โอกาส "ตาอยู่" จะมาเสียบแทนเต็งหนึ่งอย่าง พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ มีน้อยมากจริงๆ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
อย่าขยันแค่ชิงเก้าอี้!
เมื่อตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 ไม่ได้กำหนดกฎ กติกา "ล็อกสเปก" คุณสมบัติผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่ง "ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ" หรือ "ผบ.ตร." แบบยึดเรียงลำดับอาวุโส หรือยึดแค่ความรู้ความสามารถ
นักวิ่งตาเป็นมัน!
โหมโรงแต่งตั้ง “นายพลสีกากี” รวดเร็วปานกามนิตหนุ่ม กันตั้งแต่ต้นเดือน มิ.ย. หลัง ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ แม่ทัพใหญ่สีกากี ขยับปากกาลงนามประกาศลำดับอาวุโสระดับ ผู้ช่วย ผบ.ตร.และรอง จตช. ลงมาถึง รอง ผบก. ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นในแต่ละระดับครั้งที่ 1
โหมโรงชิง 'ผบ.ตร.'
หากยึดตามคำสัมภาษณ์ โฆษกตำรวจ-พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ หลังประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร.
‘ตั้งนอกวาระ’ หัวทิ่ม!
เข้าใจวงประชุม ก.ตร. ที่นายกฯ หนู-อนุทิน ชาญวีรกูล มานั่งหัวโต๊ะประธาน เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ต้องถอนวาระแต่งตั้งข้าราชการตำรวจนอกวาระประจำปี ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะเสนอชื่อ พล.ต.ท. นพ.ทวีศิลป์ เวชวิทารณ์ นายแพทย์ใหญ่ (สบ 8) โรงพยาบาลตำรวจ ขึ้นเป็น ผู้ช่วย ผบ.ตร.
ปี๊บคลุมหัวตำรวจ
อุ้ย! ขาสั่น มือสั่น ไม่กล้าจะเขียนถึง "ตำรวจโจร" ที่อาศัยเครื่องแบบ อาศัยกฎหมายในมือไปทำผิดเยี่ยงโจร กลัวจะต้องขึ้นโรง ขึ้นศาล ได้ไปกินข้าวผัด ได้ไปกินโอเลี้ยง
แก้หนี้ ตร.กี่โมง
ต้องตั้งคำถามตัวโตๆ อีกครั้ง "หนี้สินตำรวจ" จะแก้กันได้กี่โมง หลังจากได้ยิน ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้นำตำรวจ พูดตอนหนึ่งในระหว่างเป็นประธานการประชุมบริหารสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กำชับด้านสวัสดิการสั่งปรับปรุงระบบสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจทั่วประเทศ

