
จบเรียบร้อยทุกขั้นตอน การเคลียร์รันเวย์ "รองผบ.ตร." ให้ปราศจากเงื่อนไขในการแต่งตั้ง "ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ" หรือ "ผบ.ตร." คนใหม่
ต่อไปก็เหลือรอขั้นตอนการเมืองให้เรียบร้อยในการตั้ง "นายกรัฐมนตรี" คนที่ 31 "กรมปทุมวัน" ก็จะได้เดินหน้าเข้าสู่การแต่งตั้งตำรวจวาระประจำปี
แต่ก่อนจะเข้าสู่โหมดแต่งตั้ง ก็มีข่าวเรื่องหนึ่งที่อาจไม่ใช่ข่าวใญ่ ไม่ใช่ข่าวโตอะไร แต่เป็นข่าวอุทาหรณ์เตือนใจ ที่อยากให้ทั้ง "ตำรวจ" ได้รับรู้ รับทราบกัน
เลยขออนุญาตคัดย่อนำมาเผยแพร่ต่อ...
เป็นเอกสารข่าวจาก สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ(ป.ป.ท.) เมื่อวันที่ 15 ส.ค.ที่ผ่านมา เกี่ยวกับมติคณะกรรมการป.ป.ท. คดีที่มีการกล่าวหา ดาบตำรวจ ก. ขณะเกิดเหตุ ดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับหมู่ สถานีตำรวจท่องเที่ยว 2 กองกำกับการ 1 กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว
กระทำทุจริตในภาครัฐ!!!
เรียกรับเงินจากเจ้าสถานบริการอาบอบนวด เพื่องดเว้นไม่กระทำการสืบสวนจับกุมการกระทำความผิดอาญาอันเกี่ยวกับการค้าประเวณีและความผิดอื่นๆ ที่ได้เกิดหรือจะเกิดมีขึ้นในสถานบริการอาบอบนวด
คณะกรรมการ ป.ป.ท. พิจารณาแล้วเมื่อ 12 มี.ค.2563 มีมติเป็นเอกฉันท์ชี้มูลความผิดว่า การกระทำของดาบตำรวจ ก. ตามมาตรา 149 และ 157 พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 และ 123/2
พนักงานอัยการได้ยื่นฟ้องผู้ถูกกล่าวหาเป็นจำเลยต่อศาลอาญาคดีอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง
เมื่อวันที่ 20 ต.ค.2565 ศาลอาญาคดีทุจริตฯ มีคำพิพากษาการกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิด ลงโทษจำคุกกระทงละ 5 ปี รวม 33 กระทง จำคุก 165 ปี แต่เมื่อรวมโทษจำคุกทุกกระทงแล้ว ให้จำคุก 50 ปี
จำเลยได้อุทธรณ์คำพิพากษา
เมื่อวันที่ 11 มี.ค.2567 ศาลอาญาคดีทุจริตฯ อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แผนกคดีทุจริตฯ พิพากษาแก้เป็น จำเลยกระทำความผิด 19 กระทง จำคุกกระทงละ 5 ปี รวมจำคุก 95 ปี คงจำคุก 50 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91(3)
คณะกรรมการ ป.ป.ท. ได้พิจารณาเรื่องดังกล่าวในการประชุม เมื่อวันที่ 3 ก.ค.2567 มีมติเป็นเอกฉันท์ เห็นชอบไม่ฎีกาคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ เนื่องจากศาลอุทธรณ์ยังคงพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ลงโทษจำเลยตามฟ้อง โดยไม่รอการลงโทษแก่จำเลย ชอบแล้ว จึงเห็นควรไม่ฎีกาซึ่งสอดคล้องกับความเห็นของพนักงานอัยการ ส่วนประเด็นความผิดตามฟ้องข้อ 2.1 ถึงข้อ 2.13 และข้อ 2.25 รวม 14 กระทง เห็นพ้องด้วยกับความเห็นของพนักงานอัยการ และเห็นควรฎีกาในประเด็นดังกล่าวต่อไป
อุทาหรณ์เตือนใจ "ตำรวจนอกแถว" พึงสังวร!
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
อย่าขยันแค่ชิงเก้าอี้!
เมื่อตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 ไม่ได้กำหนดกฎ กติกา "ล็อกสเปก" คุณสมบัติผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่ง "ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ" หรือ "ผบ.ตร." แบบยึดเรียงลำดับอาวุโส หรือยึดแค่ความรู้ความสามารถ
นักวิ่งตาเป็นมัน!
โหมโรงแต่งตั้ง “นายพลสีกากี” รวดเร็วปานกามนิตหนุ่ม กันตั้งแต่ต้นเดือน มิ.ย. หลัง ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ แม่ทัพใหญ่สีกากี ขยับปากกาลงนามประกาศลำดับอาวุโสระดับ ผู้ช่วย ผบ.ตร.และรอง จตช. ลงมาถึง รอง ผบก. ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นในแต่ละระดับครั้งที่ 1
โหมโรงชิง 'ผบ.ตร.'
หากยึดตามคำสัมภาษณ์ โฆษกตำรวจ-พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ หลังประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร.
‘ตั้งนอกวาระ’ หัวทิ่ม!
เข้าใจวงประชุม ก.ตร. ที่นายกฯ หนู-อนุทิน ชาญวีรกูล มานั่งหัวโต๊ะประธาน เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ต้องถอนวาระแต่งตั้งข้าราชการตำรวจนอกวาระประจำปี ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะเสนอชื่อ พล.ต.ท. นพ.ทวีศิลป์ เวชวิทารณ์ นายแพทย์ใหญ่ (สบ 8) โรงพยาบาลตำรวจ ขึ้นเป็น ผู้ช่วย ผบ.ตร.
ปี๊บคลุมหัวตำรวจ
อุ้ย! ขาสั่น มือสั่น ไม่กล้าจะเขียนถึง "ตำรวจโจร" ที่อาศัยเครื่องแบบ อาศัยกฎหมายในมือไปทำผิดเยี่ยงโจร กลัวจะต้องขึ้นโรง ขึ้นศาล ได้ไปกินข้าวผัด ได้ไปกินโอเลี้ยง
แก้หนี้ ตร.กี่โมง
ต้องตั้งคำถามตัวโตๆ อีกครั้ง "หนี้สินตำรวจ" จะแก้กันได้กี่โมง หลังจากได้ยิน ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้นำตำรวจ พูดตอนหนึ่งในระหว่างเป็นประธานการประชุมบริหารสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กำชับด้านสวัสดิการสั่งปรับปรุงระบบสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจทั่วประเทศ

