
ก็..เข้าใจล่ะนะ!
ตำแหน่งรัฐมนตรี ใครก็ใฝ่ฝัน-อยากเป็น และที่อาสาเป็นผู้แทนราษฎรกันนั้น ความมุ่งมั่น-ตั้งใจก็ไม่ใช่แค่ต้องการเป็นตัวแทนชาวบ้านเข้าไปเป็นปาก-เป็นเสียงในสภา
หากแต่ทุกคนหวังได้นั่งเก้าอี้รัฐมนตรีสักครั้ง ก็จะเป็นบุญเป็นวาสนาและเป็นเกียรติกับวงศ์ตระกูล!
เมื่อเข้าใจ ก็ขอแสดงความยินดีและดีใจกับ “รัฐมนตรี” ทั้งหน้าเก่า-หน้าใหม่ทุกท่านไว้ ณ ตรงนี้ ส่วนที่ชาวเน็ตเขาให้ฉายา “คณะรัฐมนตรีสืบสันดาน” นั้น..
ขออย่าได้ค้อน งอน โกรธ เพราะเห็นเป็นเช่นนั้นจริงๆ..หวังเพียงจะ “สืบสันดาน” ในทางที่ดีก็แล้วกัน!
เออ..และนั่น แม้จะไม่ได้สืบสันดานจากใคร แต่การที่คุณเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ ได้ร่วมคณะรัฐมนตรีด้วยคราวนี้ ก็ถูกกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก
ประเด็นก็อยู่ตรงที่คุณเอกนัฏเคยเป็นถึงแกนนำในการชุมนุมของกลุ่ม กปปส. ขับไล่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ นั่นแหละ!
ผมเองก็ให้รู้สึกเสียดายอนาคต และได้ท้วงติงว่าไม่น่าใจร้อนรีบเป็นรัฐมนตรีในห้วงเวลานี้ แต่คุณเอกนัฏก็ได้ยกแม่น้ำทั้งห้ามาพยายามอธิบาย เริ่มจาก..
“ตนยินดีรับฟังทุกความเห็น เราเป็นนักการเมือง ก็ต้องรับฟัง ซึ่งตนก็ต้องพิสูจน์ตัวเองในการทํางานด้วย และยืนยันว่า ยังยึดมั่นในอุดมการณ์ทุกอย่างที่ได้ประกาศไว้”
ซึ่งก็ไม่ได้เกี่ยวกับการทำงาน และยึดมั่นในอุดมการณ์ แต่ที่เขาวิจารณ์คือ..คุณเอกนัฏเคยขับไล่ยิ่งลักษณ์มา แล้วนี่จะมายืนกุมเป้าคอยรับบัญชาจากคุณแพทองธาร ไม่กระดากใจเลยรึ?
“..ตอนนี้เป็นเรื่องของบ้านเมือง ผลงานกับกาลเวลา จะเป็นเครื่องพิสูจน์ ซึ่งตนเข้าใจว่า หลายคนที่มีจุดยืนทางการเมือง ก็มีวิธีต่างกัน”
ก็ไม่ต้องรอพิสูจน์หรอก ผมเชื่อและหลายท่านก็คงเชื่อเช่นกันว่าคุณเอกนัฏมีความรู้ความสามารถที่จะทำงานให้บ้านเมืองเจริญพัฒนาได้
แต่ประเด็นมันอยู่ตรงที่ คุณเอกนัฏควรนำความรู้ความสามารถไปใช้กับรัฐบาลที่ไม่ใช่ตระกูลชินวัตรที่ตัวเองเคยขับไล่..เข้าใจ๋?
“สำหรับตนและพรรครวมไทยสร้างชาติ ก็ต้องเลือกทางออก ที่เชื่อว่าเป็นวิธีที่ดีที่สุด บางทีก็เป็นทางออกเดียว และเรายืนยันจุดนี้มาตลอดเวลา ในการปกป้องสถาบันหลักของประเทศ”
คุณเอกนัฏต้องเป็นรัฐมนตรี (ให้ได้) นี่นะเป็นทางออกเดียว คนอื่นในพรรครวมไทยสร้างชาติไม่มีความรู้ความสามารถอีกแล้วหรือ?
คือ..คุณเอกนัฏไม่รู้สึกรู้สารึว่า ที่คนเขาวิพากษ์วิจารณ์ หมายเฉพาะตัวคุณเอกนัฏในฐานะอดีตแกนนำ กปปส. ไม่ควรที่จะไปร่วมอยู่ในคณะรัฐมนตรีที่คุณแพทองธารเป็นนายกฯ..
เขาไม่ได้ไม่เห็นด้วย หรือคัดค้านที่พรรครวมไทยสร้างชาติร่วมจัดตั้งรัฐบาล เพราะเขาทำใจและเข้าใจมาตั้งแต่ยุครัฐบาลเศรษฐานู่นแล้ว!
“ยืนยันยันว่า ที่ผ่านมา 20 ปี ตนยึดมั่นอุดมการณ์การทำงานให้ประชาชน และหลังจากนี้ต่อไปจะทำงานให้เต็มที่ ให้คุ้มค่ากับโอกาสที่ได้รับมา”
ถ้ายึดมั่นอุดมการณ์การทำงานให้ประชาชนจริง คุณเอกนัฏก็ต้องรับฟังเสียงประชาชนสิ ซึ่งเท่าที่สดับตรับฟังเสียงส่วนใหญ่ เขาไม่ต้องการให้คุณเอกนัฏเป็นรัฐมนตรีในรัฐบาลนี้นะ!
“..เราอยู่ในอาชีพนี้ การตัดสินใจต่างๆ ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เราเลือกทางที่ดีที่สุด”
เอาเลย..เมื่อคิดว่าทางเลือก (เป็น รมต.) ดีที่สุดก็ตามใจเถิด แต่ที่ว่า.. “พูดไว้เสมอว่า ใครก็ตามที่มีความคิด มีจุดยืน และมีอุดมการณ์เดียวกัน เราก็ทำงานร่วมมือกัน”
นี่..แสดงว่าพรรคเพื่อไทยกับรวมไทยสร้างชาติมีจุดยืน มีอุดมการณ์เดียวกัน” สินะ..
งั้นก็..บ๊ายบาย!.
สันต์ สะตอแมน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
แว่วยินหมอดูทัก!
จะว่าเกิดไม่ทันก็คงไม่ใช่.. ผมหมายถึง นางกาญจนี วัลยะเสวี หรือ “ติ๊งต่าง” เจ้าของฉายาไฮโซสปอร์ตคลับและแกนนำกลุ่มแม่ยกพรรคประชาธิปัตย์น่ะ!
สุดแท้แต่กรรมเวร!
เดี๋ยวนะ.. คิดดีๆ อีกที..เงินตั้ง 1,300 ล้านบาทเชียวนา ที่ ครม.มีมติอนุมัติให้ กสทช.ดำเนินการซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026 น่ะ!
นึกว่า.. ‘คนจริง’!
“ไปจำศีลมา 8 เดือน”! นี่..ตีความได้ว่า จากนี้ นายทักษิณ ชินวัตร ก็จะละศีล พร้อมที่จะออกมาลุยในยุทธจักรการเมืองอีกต่อไปสินะ และที่บอกกับนักข่าว.. “ตอนนี้จำอะไรไม่ได้แล้ว” นั้น..
แสบยิ่งกว่าซีม่า
ไม่ใช่แผนเปิดประเด็นสร้างกระแส! แต่..เป็นความจริงที่ทำให้เกิดการถกเถียง-วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง กรณี สส.พรรคประชาชน คุณไอซ์-รักชนก ศรีนอก โพสต์เมื่อวันก่อน..
ระวัง.. ‘หมาหัวเน่า’!
เนี่ย..เพิ่งจะได้เข้าใจ! ว่า.. “กองทุนสวัสดิการของอดีต สส.และ สว.” เป็นกองทุนที่สมาชิกรัฐสภาเป็นผู้พิจารณากฎหมายและออกระเบียบกันเอง
ชาวพะงัน..อย่ารำคาญ
ปัจจุบันไม่มีตำแหน่งแห่งหน.. แต่..คุณชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช..

