ถ้าเลือกทรัมป์จะระงับสงครามโลกครั้งที่3 (2)

ความคิดทรัมป์ที่จะเกิดสงครามใหญ่เป็นวาทกรรมหาเสียงเท่านั้น เป็นอีกครั้งที่โดนัลด์ ทรัมป์ พูดถูกบ้างผิดบ้าง “แบบทรัมป์ๆ” คิดอย่างเดียวว่าทำอย่างไรจึงจะชนะเลือกตั้ง

ทรัมป์กล่าวว่า หากกมลา แฮร์ริส ชนะเลือกตั้งแทบฟันธงได้ว่าจะเกิดสงครามโลกครั้งที่ 3 (“virtually guaranteed to happen”) แฮร์ริสยึดแนวนโยบายของพรรคเดโมแครตที่ชอบทำสงคราม ส่วนนโยบายของตนคือให้ทุกฝ่ายในตะวันออกกลางยุติการสู้รบทันที

ภาพ: ข่าวทฤษฎีสมคบคิดใส่ไมโครชิปในวัคซีนเพื่อควบคุมมนุษย์

เครดิตภาพ: https://www.bbc.com/news/52847648

ในเชิงยุทธการ:

ถ้าคิดอย่างมีเหตุมีผล อิสราเอลกับอิหร่านไม่มีพรมแดนติดต่อกัน ห่างกันพันกว่ากิโลเมตร (กรุงเตหะรานอยู่ห่างจากกรุงเทลอาวีฟ 1,600 กิโลเมตร) ถ้าไม่นับอาวุธนิวเคลียร์ อิสราเอลรบกับอิหร่านทางอากาศเป็นหลักเท่านั้น ระยะทางที่ห่างเป็นพันกิโลเมตรผ่านน่านฟ้าหลายประเทศ ถามว่าชาติอาหรับจะยินยอมหรือไม่ ยินดีให้อิสราเอลผ่านน่านฟ้าตัวเองเพื่อโจมตีอิหร่านหรือไม่

สมมุติว่าอิสราเอลสามารถโจมตีทางอากาศเต็มกำลัง แต่ลำพังวิธีนี้ไม่สามารถเอาชนะอิหร่าน จะถูกตอบโต้อย่างรุนแรงจากอิหร่านกับกองกำลังที่อิหร่านหนุนหลัง (เช่น ฮิซบุลเลาะห์ ฮูตี) เป็นสงครามที่ยิงกันไปยิงกันมา อิสราเอลที่เสียหายหนักจากสงครามฮามาสต้องสูญเสียมากขึ้นอีกโดยไม่ได้อะไรเป็นชิ้นเป็นอันจากอิหร่าน หรือได้ไม่คุ้มเสีย

ในแง่ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในตะวันออกกลาง บริบทปัจจุบันต่างจากอดีตมาก อิหร่าน-ขั้วซาอุฯ ปรับสัมพันธ์กันแล้ว เมษายน 2023 ทั้งสองประเทศแถลงร่วมจะเปิดสถานทูตระหว่างกัน มีความสัมพันธ์ด้านความมั่นคงกับเศรษฐกิจอีกครั้ง หลังจากนั้นอีกหลายประเทศทยอยฟื้นความสัมพันธ์กับอิหร่าน

ด้วยขีดความสามารถป้องกันภัยทางอากาศของเพื่อนบ้านอาหรับ ยากที่อิสราเอลจะล้ำน่านฟ้าโดยไม่รู้ตัว รัฐบาลสหรัฐจะแกล้งหลับตาข้างหนึ่งปล่อยผ่านได้หรือ แม้กระทั่งรัสเซียกับจีนน่าจะรู้ความเคลื่อนไหวด้วย

ฝ่ายอิหร่านที่ยิงขีปนาวุธกับโดรนโจมตีอิสราเอลเมื่อเมษายน 2024 แต่โดนสกัดเกือบหมด เป็นหลักฐานที่ดีว่าเพื่อนบ้านอาหรับไม่เห็นด้วยกับสงคราม ร่วมกันสกัดไม่ให้การรบบานปลายไม่ว่าใครจะก่อการ (ครั้งนั้นสหรัฐ อังกฤษ ฝรั่งเศส ซาอุฯ และจอร์แดนร่วมกันปกป้องอิสราเอล)

ในแง่สงครามใหญ่ ถ้าวิเคราะห์อย่างเป็นเหตุเป็นผล ก่อนรัฐบาลสหรัฐทำสงครามใหญ่ควรถามคนอเมริกันก่อนว่าต้องการเช่นนั้นหรือไม่ อยากให้เกิดสงครามโลกไหม รัฐบาลสหรัฐสามารถระงับสงครามตะวันออกกลางง่ายๆ ด้วยการไม่ส่งอาวุธหนักให้อิสราเอล

การวิเคราะห์ไม่อาจตัดความเป็นไปได้ที่จะเกิดสงครามใหญ่ แต่ตราบใดที่อิสราเอล ฝ่ายอิหร่านและเพื่อนบ้านตะวันออกกลางไม่คิดทำสงครามใหญ่ ต่างระวังไม่ให้บานปลาย สงครามใหญ่ไม่ใช่เรื่องของ 2-3 ประเทศเท่านั้น ความคิดทรัมป์ที่จะเกิดสงครามใหญ่ กระทั่งเป็นสงครามโลกจึงผิด เป็นวาทกรรมหาเสียงเท่านั้น เป็นอีกครั้งที่โดนัลด์ ทรัมป์ พูดถูกบ้างผิดบ้าง คิดอย่างเดียวว่าทำอย่างไรจึงจะชนะเลือกตั้ง

การหาเสียงของชาติเสรีประชาธิปไตย พยายามส่งออกประชาธิปไตยแก่นานาชาติ อ้างว่าเป็นผู้นำฝ่ายประชาธิปไตยโลก สะท้อนลักษณะสังคมการเมืองของสหรัฐดังนี้

สังคมเสรีประชาธิปไตยที่เชื่อความเท็จ:

เลือกตั้ง 2024 เป็นอีกครั้งที่ทรัมป์ใช้เทคนิคสร้างความกลัว เหมือนผู้สมัครหลายคน หลายรัฐบาล เพื่อเรียกคะแนนสนับสนุน ไม่แปลกที่ผู้มีปัญญาหลายคนชี้ว่าทรัมป์เป็นพวกนักยุยงปลุกปั่นทางการเมือง (demagogue) เช่น ปลุกปั่นให้เกลียดชังมุสลิม อ้างว่าเป็นต้นเหตุก่อการร้าย (มุสลิมบางคนก่อเหตุแต่ต้องเข้าใจว่าเป็นเฉพาะกลุ่มเฉพาะคนเท่านั้น อิสลามกระแสหลักไม่เห็นด้วยกับการก่อการร้าย เป็นการกระทำที่ผิดหลักศาสนา การชี้ว่ามุสลิมเป็นต้นเหตุก่อการร้ายมาจากการปั่นกระแส Islamophobia ให้ต่อต้านมุสลิม ปลุกปั่นให้คิดว่าถ้าเลือกแฮร์ริสจะเกิดสงครามโลก

เทคนิคนี้ขยายประเด็นให้รุนแรงน่ากลัวเกินเหตุ เกินความเป็นจริง หลายครั้งใช้ได้ผลเพราะคนอเมริกันนับล้านเชื่อเช่นนั้น

ปัญหาใหญ่กว่านั้นคือ เมื่อนักการเมือง ผู้สมัครหาเสียง สื่อบางสำนัก พูดบ่อยๆ นำเสนอบ่อยๆ กลายเป็นการกล่อมเกลาให้สังคมเชื่อเช่นนั้น เมื่อผนวกกับนักการเมืองเรียกร้องให้จัดการเด็ดขาด ทิศทางนโยบายพรรคการเมืองกับรัฐบาลจึงออกไปทางนั้นด้วย

สิ่งที่อยู่ในใจแต่แรก เช่น ความจงเกลียดจงชังกลายเป็นรูปธรรม เกลียดชังรัฐบาลจีน ลามไปถึงประชาชน คนเชื้อสายจีนโดนรังแกถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนในประเทศสหรัฐนี่เอง

เรื่องเท็จกลายเป็นเรื่องที่สังคมเชื่อถือ เป็นสังคมที่เชื่อความเท็จ

แทนที่ผู้มีอำนาจ ผู้มีความรู้ สังคมจะใช้ทรัพยากรพลังที่มีอยู่สร้างสรรค์สิ่งดี กลับใช้กับเรื่องหลอกลวงและทำร้ายตัวเอง

คนอเมริกันหลายสิบล้านคนเชื่อทฤษฎีสมคบคิด:

สหรัฐอเมริกาเป็นศูนย์ของของนวัตกรรม ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ความเจริญอีกหลายอย่างที่น่าชื่นชม สร้างคุณประโยชน์ เป็นแบบอย่างแก่นานาชาติ ในขณะเดียวกันมหาอำนาจนี้เป็นศูนย์กลางของทฤษฎีสมคบคิดมากมายทั้งเรื่องเก่าเรื่องใหม่

ยกตัวอย่าง 4-5 ปีก่อนเมื่อโรคโควิด-19 ระบาดหนัก นานาชาติเร่งพัฒนาวัคซีนป้องกัน ช่วงนั้นเกิดทฤษฎีสมคบคิดหลายเรื่อง พฤษภาคม 2020 สื่อ BBC รายงานข่าวทฤษฎีสมคบคิดเชื่อว่า โควิด-19 เป็นแผนควบคุมโลกของบิล เกตส์ ใส่ไมโครชิปในวัคซีนเพื่อควบคุมมนุษย์ทั้งโลก

บัดนี้พิสูจน์ได้หรือยังว่ามีชิปควบคุมมนุษย์ในวัคซีนนับพันล้านหมื่นล้านโดสหรือไม่

ที่ประหลาดกว่านั้น เมษายน 2020 สื่อ CNBC นำเสนอข่าวทฤษฎีสมคบคิดว่าไวรัสโควิด-19 มากับเสาส่งสัญญาณ 5G หลายคนไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้ แต่บางคนเชื่อเช่นนั้น แม้กระทั่งคนอเมริกันกับยุโรป เรื่องแปลกแต่จริงมี “คนอเมริกันกับยุโรป” ที่เชื่อว่าไวรัสโควิด-19 มากับสัญญาณ 5G

ผลของการใช้เสรีภาพอย่างขาดปัญญา:

นักวิชาการตะวันตกสรรเสริญ Enlightenment (ยุคเรืองปัญญา/ยุคแห่งภูมิธรรม/ยุคแห่งการรู้แจ้ง) ยุคที่มนุษย์ถกกันด้วยเหตุผล บางคนจึงเรียกยุคนี้ว่า “Age of Reason”

Enlightenment ระบุว่ามนุษย์เห็นว่า ด้วยการใช้เหตุผลสามารถบรรลุชีวิตเปี่ยมสุขโดยไม่ต้องอาศัยความเชื่อศาสนา เกิดการแยกตัวระหว่างศาสนาความเชื่อกับสิ่งที่เป็นฝ่ายโลก (secularism) เป็นจุดเริ่มต้นของโลกสมัยใหม่ (ศตวรรษที่ 18)

เสรีภาพทางความคิดหมายถึงแต่ละคนสามารถคิดเห็นต่างกันและมักจะเป็นเช่นนั้น หลายคนชอบที่จะแสดงความคิดเห็นของตน พัฒนาความคิดความเข้าใจจากการพูดคุยแลกเปลี่ยน ผู้ดีมีตระกูลให้ความสำคัญกับการศึกษา อ่านหนังสือหลากหลายความคิด

ผลจากการที่มนุษย์มีเสรีภาพทางความคิด ส่งเสริมให้คิดและเรียนรู้จากความคิดความเข้าใจของกันและกัน ความรู้วิชาการฝ่ายโลก โดยเฉพาะความรู้วิทยาศาสตร์ สังคมศาสตร์ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว นำสู่การสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ตอบสนองความต้องการของคนที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ

อย่างไรก็ตาม การสรุปว่าเป็นยุคที่มนุษย์ใช้เหตุผลอย่างเดียวไม่ถูกต้อง ในยุคนี้มีพัฒนาการของความใคร่รัก (passions) ความปรารถนา (desires) ผู้คนตอบสนองอารมณ์ความต้องการส่วนตัว

สิ่งที่เรียกว่ายุค Enlightenment จึงไม่ได้หมายถึงความเป็นผู้รู้ ผู้เข้าใจ ผู้มีปัญญาเพียงด้านเดียว ยังเป็นยุคที่มนุษย์ปล่อยตัวไปตามความต้องการของตัณหา เป็นเสรีภาพที่ต้องการ

มาถึงศตวรรษที่ 21 เสรีภาพของคนอเมริกันบางครั้งจึงหมายถึงการสร้างและรับความหวาดกลัวเกินจริง (ทรัมป์คือตัวอย่างด้วยการพูดจริงบ้างเท็จบ้าง ไม่สนใจว่าถูกต้องหรือไม่) อเมริกาเป็นสังคมที่หลายคนกินยาแก้ซึมเศร้าเหมือนกินขนม (มีข้อมูลว่ากว่า 70 ล้านคนหรือ 22% ของประชากรป่วยเป็นโรคซึมเศร้า) เสพสุราสิ่งเสพติดเพื่อช่วยหนีโลกอันน่าสะพรึงกลัวที่ถูกสร้างขึ้น คนอเมริกันหลายสิบล้านเชื่อว่าบิล เกตส์ พยายามลดประชากรโลก ควบคุมมนุษย์ด้วยไมโครชิปที่ใส่ในวัคซีน เหล่านี้เป็นทฤษฎีสมคบคิดที่พิสูจน์ได้แล้วว่า “เป็นเรื่องเท็จ” ที่มีกลุ่มคนตั้งใจสร้างขึ้น ตั้งใจปลุกปั่นให้คนเชื่อตามนั้น

นี่หรือคือมหาอำนาจที่ควรเลียนแบบติดตาม ใช้สิทธิเสรีภาพอย่างขาดปัญญา.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

คนเยอรมันไม่วางใจรัฐแก้ปัญหาโลกร้อน

สุดท้ายสังคมต้องตอบคำถามว่า “จะขับเคลื่อนการกอบกู้โลกอย่างไร โดยไม่สร้างภาระจนประชาชนล้มละลาย” หรือ “จะรักษ์โลกอย่างไรที่จะไม่อดตายเสียก่อน”

สิ่งแอบแฝงที่มาพร้อมกับภาษีทรัมป์2.0 (2)

สิ่งแอบแฝงที่มาพร้อมกับภาษีทรัมป์นับวันชัดเจนขึ้น มีข้อมูลมากขึ้น การขาดดุลการค้าเป็นแค่ตัวจุดประเด็นให้ทรัมป์ 2.0 ใช้เป็นข้ออ้างเรียกร้องสิ่งต่างๆ ที่มากกว่าแก้ขาดดุลการค้า

รองนายกฯ แนะคนไทยรู้เท่าทันสถานการณ์โลก รับมือปิดช่องแคบฮอมุส ปฏิบัติการรอบสามตะวันออกกลาง

รองนายกฯปกรณ์ ชี้การเปลี่ยนแปลงเป็นนิรันดร์ เราต้องรู้เท่าทันและตระหนักถึงสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปด้วย จะได้รับมือกับสถานการณ์ที่ไม่เหมือนเดิมได้

พันธมิตรนาโตจะพังเพราะสงครามอิหร่านหรือไม่

ทรัมป์ 2.0 ตำหนิหลายเรื่องที่สมาชิกไม่ทำตามใจสหรัฐ แต่ไม่เน้นเรื่องถอนตัวจากนาโต แสดงว่าทรัมป์เปลี่ยนท่าที ฝั่งยุโรปเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น