หมดเวลา 'ก้าวไกล'

ความมั่นใจในตัวเองถือเป็นเรื่องดี

แต่อย่าทะนงตัวจนเกินไป

พรรคพลังประชารัฐชนะตัวเอง แต่แพ้ประชาธิปัตย์ทั้งที่ชุมพร และสงขลา ส่วนหนึ่งมาจากความทะนงตัวของ "ธรรมนัส พรหมเผ่า"

ความทะนงตัวซึ่งมีพื้นฐานจากความหลงผิดในตัวเองทำลายคนมามากแล้ว

ที่บอกว่าพลังประชารัฐชนะตัวเอง เพราะได้คะแนนเพิ่มขึ้นจากการเลือกตั้งครั้งก่อน

ที่ชุมพรเขต ๑ การเลือกตั้งวันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๖๒ พลังประชารัฐได้ ๓๒,๒๑๙ คะแนน เลือกตั้งซ่อมวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ได้ ๓๒,๒๒๙  คะแนน

สงขลาเขต ๖ เลือกตั้งวันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๖๒ ได้ ๑๙,๓๑๗  คะแนน เลือกตั้งซ่อมได้ ๔๐,๕๓๑ คะแนน

ได้คะแนนเพิ่มมากว่า ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว

ถือว่าไม่ขี้เหร่ แต่ยังไม่ดีพอ

เพราะประชาธิปัตย์ทำได้ดีกว่า

วิเคราะห์ความพ่ายแพ้ของ พรรคพลังประชารัฐ พบว่ามาจากหลายสาเหตุ ที่มาบรรจบในช่วงเลือกตั้งซ่อมพอดี

แฟนคลับประชาธิปัตย์ ที่รักลุงตู่ เคยกัดฟันเลือกพลังประชารัฐ  คราวนี้กลับไปเลือกประชาธิปัตย์เหมือนเดิม

และยังตรงกับช่วง "ธรรมนัส" ขาลง "ลุงป้อม" ขาขวิด

ที่สำคัญการเลือกตั้งคราวนี้ ไม่เกี่ยวกับการเลือกนายกฯ

เป็นเรื่องพื้นที่เลือกตั้งล้วนๆ

ประชาธิปัตย์จึงเข้าวินทั้ง ๒ เขต

สำหรับประชาธิปัตย์นอกจากชนะตัวเองแล้ว ยังชนะทุกพรรคทุกกระแส

เขต ๑ ชุมพร เลือกตั้ง ๒๔ มีนาคม ๒๕๖๒ ได้ ๔๒,๖๘๓ คะแนน  เลือกตั้งซ่อม ได้ ๔๘,๙๘๑ คะแนน เพิ่มขึ้นมา ๑๔ เปอร์เซ็นต์

เขต ๖ สงขลา เดิมได้ ๒๘,๔๖๕  คะแนน เลือกตั้งซ่อมได้  ๔๕,๕๗๖ คะแนน พุ่งพรวดขึ้นมา ๖๐ เปอร์เซ็นต์

อย่างไรก็ตามการชนะของประชาธิปัตย์ทั้ง ๒ เขต ไม่ถือว่าชนะขาด

"ธรรมนัส" ขาลงยังหายใจรดต้นคอการกลับมาใหม่ของประชาธิปัตย์

แต่การเลือกตั้งชนะ ๑ คะแนน มีความหมายต่างจากแพ้ ๑ คะแนนแบบสุดขั้ว

เพราะหมายถึงเก้าอี้ ส.ส.ในสภา

การเห็นผลเลือกตั้งแบบนี้ ฝ่ายประชาธิปัตย์น่าจะเครียดกว่าพลังประชารัฐ โดยเฉพาะการเลือกตั้งสมัยหน้าอย่างช้าสุด ๑ ปีนับจากนี้

การรักษาพื้นที่ภาคใต้จะเป็นงานหินของประชาธิปัตย์

ครับ...ไม่ใช่เรื่องธรรมดา กับการพูดว่า ประชาธิปัตย์ต้องรักษาฐานภาคใต้เอาไว้ให้ได้

เพราะยุคหนึ่ง ที่นี่คือ ดินแดนที่ประชาธิปัตย์ส่งเสาไฟฟ้าลงสมัคร ส.ส. ก็สามารถชนะการเลือกตั้งได้ แบบไม่ยากเย็นนัก

แล้ววันนี้มันเกิดอะไรขึ้น?

การปราศรัยหาเสียงของ "ธรรมนัส" ที่บอกว่า "ต้องเลือกคนชาติตระกูลดี และต้องมีตังค์" แทนที่จะฆ่า ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคพลังประชารัฐ กลับไม่มีผลสะเทือนเหมือนที่คาดหมายเอาไว้

ชัยชนะของประชาธิปัตย์ซ่อนความปราชัยไว้ข้างหลังหากประมาทคู่ต่อสู้

ครับ...ทุกพรรคก็คงจะเต็มที่แล้ว โดยเฉพาะพลังประชารัฐกับประชาธิปัตย์

เป็นที่รู้ๆ กันอยู่การเลือกตั้งซ่อมเป็นสนามเลือกตั้งที่สำคัญเสมอ

เพราะทุกพรรคสามารถระดมคนของพรรคมาช่วยเหลือได้เต็มที่

ต่างจากการเลือกตั้งทั่วไป ที่เลือกตั้งพร้อมกันทุกเขตทั่วประเทศ  การปราศรัยใหญ่จึงเกิดเฉพาะจังหวัดที่หวังผลหรือจังหวัดใหญ่ๆ เท่านั้น 

ฉะนั้นเลือกตั้งซ่อม ชุมพร และสงขลา ถือว่าทั้งพลังประชารัฐ กับประชาธิปัตย์ สู้กันเต็มแม็กแล้ว และผลออกมาอย่างที่เห็น

ผลเลือกตั้งนี้บอกอะไรกับคนไทย?

ประชาธิปัตย์หมดยุคเลขาธิการพรรคแบบ "เสธ.หนั่น-กำนันสุเทพ" แล้ว

เหมือนจะหมดแล้วหมดเลย

ความดุดันในการเลือกตั้งเหมือนจะหมดไปด้วย

ขณะที่พลังประชารัฐ อยู่ในยุคขาลงของ "ธรรมนัส" รวมทั้ง "บิ๊กป้อม" 

ความน่าเชื่อถือทางการเมืองของทั้งคู่แทบไม่เป็นบวกกับการเลือกตั้งเลย ฉะนั้นเป็นที่น่าประหลาดใจว่า ทำไมคะแนนที่พลังประชารัฐได้ ถึงหายใจรดต้นคอประชาธิปัตย์

กลยุทธ์ การวางแผนการเลือกตั้งของ "ธรรมนัส" จะยังคงเป็นเรื่องที่สร้างความกังวลให้ประชาธิปัตย์ต่อไป

โดยเฉพาะการเลือกตั้งครั้งหน้า

น่าสนใจนะครับ มีตัวช่วย หรือเครื่องมืออะไร ถึงทำให้พลังประชารัฐยังอยู่หัวแถวในภาคใต้ได้

วินาทีนี้ คนรักลุงตู่ กับคนรักลุงป้อมและธรรมนัส เริ่มจะแยกกลุ่มกันชัดเจน 

คนรักลุงตู่ แต่ไม่ชอบ "ลุงป้อม-ธรรมนัส" เขากลับประชาธิปัตย์ครับ

ที่ชอบ "ลุงป้อม-ธรรมนัส" ยังอยู่พลังประชารัฐ

แต่...คนใต้ยังชอบ "ลุงป้อม-ธรรมนัส" มากขนาดนี้เลยหรือ ชอบเพราะอะไร เรื่องนี้คือการบ้านของประชาธิปัตย์

เลือกตั้งใหญ่ หากพลังประชารัฐยังชู "ลุงตู่" เป็นนายกฯ ต่อ ขณะที่ประชาธิปัตย์ นำเสนอ "จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์" สนามเลือกตั้งภาคใต้คาดเดายากทันทีว่าใครจะมา!

สำหรับผลการเลือกตั้งซ่อมของพรรคก้าวไกล ถือเป็นประเด็นรองลงไป แต่ความน่าสนใจอยู่ในระดับ A+

เขต ๒ ชุมพร 

จากเดิมในนามพรรคอนาคตใหม่ เลือกตั้ง ๒๔ มีนาคม ๒๕๖๒ ได้  ๑๐,๓๔๗ คะแนน

รอบนี้ในนามก้าวไกล เก็บมาได้เพียง ๓,๕๒๐ คะแนน 

หายไปกว่า ๖๐ เปอร์เซ็นต์

สงขลาเขต ๖

เลือกตั้ง ๒๔ มีนาคม ๒๕๖๒ อนาคตใหม่ได้ ๑๑,๙๖๖ คะแนน

รอบนี้เป็นก้าวไกล ได้ ๕,๔๒๗ คะแนน

หายไปมากกว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์

ตัวเลขเหล่านี้บอกอะไร

หากติดตามกระแสคนรุ่นใหม่ ต้องยอมรับว่า กระแสเขาแรงมากในโซเชียล

เรียกได้ว่าช่วงนี้เป็นช่วงพีกสุดช่วงหนึ่งของคนรุ่นใหม่เลยทีเดียว

โดยเฉพาะการต่อต้านการรับปริญญาจากราชวงศ์ ต่อต้าน ม.๑๑๒ การต่อต้านรัฐบาล การโจมตีสินค้าราคาแพง ฯลฯ

แต่กลับกลายเป็นว่าพื้นที่โซเชียล กับพื้นที่เลือกตั้ง มันคนละอย่างกัน

ของจริงกระดูกคนละเบอร์

พรรคก้าวไกลไม่มีอนาคตทางการเมืองในภาคใต้แน่นอน

ส่วนภาคอื่นยังต้องลุ้น โดยเฉพาะใน กทม. เลือกตั้งซ่อมเขตหลักสี่ วันที่ ๓๐ มกราคมนี้

อาจชี้ชะตาพรรคที่สนับสนุนให้ยกเลิก ม.๑๑๒ ปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์  รื้อกองทัพ และให้ปล่อยตัวแกนนำสามนิ้วทั้งหมดแบบไม่มีเงื่อนไข

อีกครึ่งเดือนรู้.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

๓ ปอ.ซีซัน ๓

แบบนี้ก็มีด้วย เป็นฝ่ายค้านไม่ต้องรับผิดชอบอะไรเลย

จุดยืนอยู่ที่แค่ปลายตีน

เอเปกจบ แต่ไม่จบ อีกฝั่ง...คือฝั่งไม่ชอบขี้หน้ารัฐบาล เขาหยิบยกประเด็นการสลายการชุมนุม กลุ่ม "ราษฎรหยุดเอเปก" แถวๆ แยกคอกวัว วันที่ ๑๘ พฤศจิกายน ขึ้นมาเล่นงานรัฐบาล

ปีหน้าว่ากันใหม่

ชัดเจนนะครับ "หลังเอเปกก็ปีหน้าไง” คำตอบจาก "ลุงตู่" ถึงอนาคตทางการเมืองหลังเสร็จสิ้นการเป็นเจ้าภาพจัดประชุมผู้นำประเทศ กลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปก)

เกมของ '๓ ป.'

ยุ่งตายหะ.... เห็นการเมืองวันนี้ ทำให้นึกถึงคำพูดของ โค้วตงหมง ประสิทธิ์ กาญจนวัฒน์ อดีตประธานรัฐสภา ขึ้นมาในบัดดล

ห้อยโหนฟุตบอลโลก

พ้นเอเปก ต่อ ด้วยฟุตบอลโลก ไม่ใช่เรื่องเตะบอลครับ... แต่เป็นเรื่องการเมือง เพราะนักการเมืองไทย นักเคลื่อนไหว ถนัดทำให้ทุกเรื่องไปเกี่ยวกับการเมืองได้ทั้งสิ้น