นครินทร์ ปธ.ศาลรธน. ได้ต่อวีซ่าหรือเปลี่ยนตัว เกมยาวชิงประมุขคนใหม่

การประชุมวุฒิสภา วันอังคารนี้ 23 มิถุนายน  มีวาระที่น่าสนใจคือ จะมีการประชุมเพื่อลงมติลับ โหวตให้ความเห็นชอบหรือไม่ให้ความเห็นชอบ บุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญคนใหม่ ตามที่คณะกรรมการสรรหาตุลาการศาล รธน. ที่มี นายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์ ประธานศาลฎีกา เป็นประธาน คัดเลือกส่งชื่อ ศาสตราจารย์จักรพงศ์ วิวัฒน์วานิช อดีตศาสตราจารย์จากคณะตำรวจศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ-อดีตผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ผ่านการคัดเลือกให้ถูกเสนอชื่อเป็นตุลาการศาล รธน. สาขาผู้ทรงคุณวุฒิด้านรัฐศาสตร์หรือรัฐประศาสนศาสตร์ มาให้วุฒิสภาลงมติให้ความเห็นชอบเป็นตุลาการศาล รธน.คนใหม่ แทน “ศ.ดร.นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ประธานศาล รธน. ที่อยู่ในตำแหน่งตุลาการศาล รธน.และประธานศาล รธน.มาเกินวาระเกือบจะสองปีไปแล้ว”   

ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการสรรหาตุลาการศาล  รธน.เคยลงมติส่งชื่อบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นตุลาการศาล รธน.ในสาขารัฐศาสตร์หรือรัฐประศาสนศาสตร์คนใหม่เพื่อมาแทน ศ.ดร.นครินทร์ ประธานศาล รธน.แล้วถึงสองคน แต่ที่ประชุมวุฒิสภากลับลงมติไม่ให้ความเห็นชอบสองชื่อติดต่อกันคือ ศาสตราจารย์สิริพรรณ นกสวน สวัสดี จากคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ ศาสตราจารย์ ร.ต.อ.สุธรรม เชื้อประกอบกิจ อาจารย์คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

จึงทำให้ ศ.ดร.นครินทร์อยู่เป็นตุลาการศาลรธน.มาเกินสิบปี หลังได้รับการโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาล รธน.เมื่อช่วง พฤศจิกายน 2558 จากนั้นก็ขึ้นเป็นประธานศาล รธน. เมื่อมีนาคม 2567

ซึ่ง ศ.ดร.นครินทร์ครบวาระการดำรงตำแหน่งตุลาการศาล รธน.ไปตั้งแต่เมื่อพฤศจิกายน 2567 แต่กฎหมายบัญญัติว่า ให้ตุลาการศาล รธน.ที่ครบวาระต้องอยู่ในตำแหน่งจนกว่าจะมีตุลาการศาล รธน.คนใหม่เข้ามาทำหน้าที่แทน ทำให้เมื่อวุฒิสภาไม่เห็นชอบ ศ.สิริพรรณ และ ศ.ร.ต.อ.สุธรรม จึงทำให้ ศ.ดร.นครินทร์ นั่งเป็นประธานศาล รธน.มายาวนาน

 “แหล่งข่าวสมาชิกวุฒิสภาที่เป็นมือประสานของกลุ่ม สว.สีน้ำเงิน ซึ่งคุมเสียงข้างมากในวุฒิสภา” ให้ข้อมูลว่า จนถึงขณะนี้ จากที่ สว.มีการคุยกันนอกรอบ ถึงการโหวตตุลาการศาล รธน.คนใหม่ในวันอังคารที่ 30 มิ.ย.นี้ ทาง สว.หลายคนเห็นว่า จากการอ่านรายงานของคณะกรรมาธิการตรวจสอบประวัติฯ ฉบับเปิดเผยที่มีการตรวจสอบคุณสมบัติ ศ.จักรพงศ์ พบว่า สว.ส่วนใหญ่ไม่มีอะไรติดใจเรื่องคุณสมบัติ แม้จะพบว่าเคยมีการร้องเรียนว่า ศ.จักรพงศ์อาจขาดคุณสมบัติในการได้ตำแหน่งทางวิชาการเป็นศาสตราจารย์ แต่ก็พบว่าคำชี้แจงของ ศ.จักรพงศ์ ฟังขึ้น มีเหตุผล จึงทำให้จนถึงตอนนี้ยังไม่มีสัญญาณอะไรว่าจะโหวตคว่ำไม่ให้ ศ.จักรพงศ์ เข้าไปเป็นตุลาการศาล รธน. ยกเว้นแต่มีสัญญาณพิเศษหรือมีข้อมูลใหม่ ส่งมาถึง สว.ในช่วงเช้าวันอังคารที่ 23 มิ.ย. ก็อาจทำให้โผพลิกได้

 “สว.บางส่วนก็คุยกันว่า ตัว ดร.นครินทร์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญเริ่มอยู่นานเกินไป ในเมื่อคนที่ถูกส่งชื่อมาผ่านการคัดกรองจากคณะกรรมการสรรหา สว. ก็ควรโหวตให้ความเห็นชอบ ส่วนกรณีเรื่องร้องเรียนคุณสมบัติของ ศ.จักรพงศ์ ในการเป็นศาสตราจารย์  แม้ทำให้กรรมการสรรหาต้องนัดลงมติกันในเรื่องนี้และเสียงแตก โดยเฉพาะการที่ประธานศาลฎีกา  ประธานกรรมการสรรหา ลงมติในฝั่งว่า ศ.จักรพงศ์ขาดคุณสมบัติ ก็เป็นเรื่องที่ สว.ก็คุยกันอยู่เช่นกัน แต่เมื่อเสียงข้างมาก 6 เสียงลงมติว่าไม่ขัดคุณสมบัติ และหนึ่งในนั้นมีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา ทำให้ สว.มองว่าก็ต้องยึดหลักเสียงข้างมาก แม้ความเห็นของประธานศาลฎีกาอาจจะมีน้ำหนัก 

อย่างไรก็ตาม  สว.จะลงมติให้ ศ.จักรพงศ์ เข้าไปเป็นตุลาการศาล รธน.คนใหม่หรือไม่ คงต้องรอคุยกันให้ชัดในการประชุมลับเพื่อจะได้ซักถามกรรมาธิการสอบประวัติฯ ว่า ศ.จักรพงศ์ มีเรื่องร้องเรียนส่วนตัวอะไรหรือไม่ และต้องรอดูท่าที สว.เช้าวันอังคารนี้ก่อนว่าจะมีสัญญาณอะไรหรือไม่ ว่าจะให้โหวตเห็นชอบหรือโหวตคว่ำ"  สว.สีน้ำเงินรายหนึ่งให้ข้อมูล

 หากที่ประชุมวุฒิสภาวันอังคารนี้ 23 มิ.ย.ลงมติให้ความเห็นชอบ ศ.จักรพงศ์ เป็นตุลาการศาล รธน.แทน ศ.ดร.นครินทร์ จะทำให้ต้องมีการประชุมตุลาการศาล รธน.เพื่อโหวตเลือกประธานศาล รธน.คนใหม่แทน ศ.ดร.นครินทร์ด้วย

โดยมีกระแสข่าวว่า ตัวประธานศาล รธน.คนใหม่ รอบนี้อาจจะมาจากสายศาลฎีกา

สำหรับคำร้องคดีสำคัญทางการเมือง ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล รธน.ในเวลานี้ พบว่ามีด้วยกัน 2 คดีคือ

 1.คำร้องของ สส.ฝ่ายค้านที่ยื่นให้ศาล รธน.วินิจฉัยกรณีรัฐบาลออกพระราชกำหนดเงินกู้ฯ 4 แสนล้านบาท ซึ่งฝ่ายค้านเห็นว่าพระราชกำหนดดังกล่าวไม่เข้าข่ายความจำเป็นเร่งด่วนตามรัฐธรรมนูญมาตรา 172

คดีดังกล่าว ศาล รธน.รับคำร้องไว้เมื่อ 18 พ.ค.2569 โดยศาลรัฐธรรมนูญต้องมีคำวินิจฉัยภายใน 60 วัน นับจากการรับคำร้อง ทำให้คดีนี้จะครบกำหนดต้องวินิจฉัยให้เสร็จประมาณช่วงเกือบปลายๆ เดือนหน้า กรกฎาคม 2569

2.คือ คำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดิน ที่ร้องให้ศาล รธน.วินิจฉัยกรณี กกต.และสำนักงาน กกต.ดำเนินการการเลือกตั้ง สส.เมื่อ 8 ก.พ.2569 โดยมีบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดในบัตรเลือกตั้ง เพื่อให้วินิจฉัยว่าอาจทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นความลับที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ หรือไม่

ซึ่งที่ประชุมตุลาการศาล รธน.เมื่อ 18 มี.ค.  2569 มีมติเสียงข้างมาก 6 ต่อ 3 รับคำร้องคดีบัตรเลือกตั้งไว้วินิจฉัย ที่พบว่า ศ.ดร.นครินทร์ ประธานศาล รธน. ลงมติในฝั่งเสียงข้างมาก

ทั้งนี้ หากวุฒิสภาลงมติไม่ให้ความเห็นชอบ ศ.จักรพงศ์ เข้าไปเป็นตุลาการศาล รธน. ก็จะทำให้เป็นชื่อที่สามแฮตทริก ต่อจาก ศ.สิริพรรณ และ ศ.ร.ต.อ.สุธรรม ซึ่ง สว.ชุดปัจจุบันไม่ให้ความเห็นชอบเข้าไปเป็นตุลาการศาล รธน. สาขารัฐศาสตร์-รัฐประศาสนศาสตร์ ที่คงทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตามมาว่า มีอะไรอยู่เบื้องหลังมติดังกล่าวหรือไม่?

หลังก่อนหน้านี้ สว.ชุดปัจจุบันเคยลงมติไม่ให้ความเห็นชอบบุคคลที่ถูกเสนอชื่อเป็น "กรรมการองค์กรอิสระ” บางองค์กร จนต้องมีการคัดเลือกใหม่ใช้เวลาหลายเดือน จนทำให้คนที่ต้องพ้นจากตำแหน่งเพราะครบวาระ ก็ไม่ต้องลุกจากเก้าอี้ ได้นั่งอยู่ในอำนาจแบบยาวๆ 

จนเกิดกระแสข่าวว่า เป็น "ดีลลับ” เพื่อแลกกับอะไรบางอย่าง!!!! 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ยกระดับ“ล้อมคอก”อาวุธปืน “บิ๊กต่าย”ประมืองานร้อน"ทิ้งทวน"

เพียงสัปดาห์เดียวเกิดเหตุสลดถึง 2 เคส ที่สังคมไทยต้องนำมาถอดบทเรียนอีกครั้ง ศุกร์ที่ 7 ส.ค. “เหตุกราดยิง” ภายในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี นักเรียนชาย ม.3 พกอาวุธปืนขนาด 9 มม.มาจากบ้าน พร้อมกระสุน 98 นัด ก่อเหตุที่ไม่มีใครคาดคิด เดินลั่นไกใส่ครู-นักเรียน ไม่ต่างกับในเกมหรือภาพยนตร์

วิ่งหัวชนกำแพง อภิสิทธิ์ชน 'พรรคส้ม'รอมหาชนทุบเอง

กลายเป็นชนวนร้อนสั่นสะเทือนไปทั้งสภาฯ และโซเชียลมีเดีย เมื่อสงครามวาทกรรม “วิ่งหัวชนกำแพง” ถูกจุดพลุขึ้นโดย “ไหม” น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน แห่งค่าย พรรคส้ม ที่ออกมาเปิดใจสะท้อนสภาวะถดถอยและความกดดันของการสู้กับระบบ

เปิดลึก มหาดไทย ขยับ รีเซ็ต คุมอาวุธปืน ฝ่ายกฎหมายแทงสวน

จากเหตุการณ์สะเทือนขวัญ กราดยิงกลางโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ทำให้จากเดิมที่มีความเชื่อกันว่า”โรงเรียน-สถานศึกษา”คือ Safe Zone พื้นที่ปลอดภัย ต้องถูกสั่นคลอน ส่งผลให้รัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล มีการบ้านเร่งด่วนคือการทำให้สังคมเชื่อมั่นว่า โรงเรียนยังเป็นพื้นที่ปลอดภัย และอีกหนึ่งเรื่องที่รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขยับแรงๆ ทันทีก็คือ การยกระดับความเข้มงวดในการ”ควบคุมอาวุธปืน”เพราะแม้ปืนที่ก่อเหตุจะเป็นปืนในบ้านของผู้ก่อเหตุ แต่ทำให้สังคมเล็งเห็นถึงอันตราย ความไม่ปลอดภัยหากการควบคุมอาวุธปืนยังไม่มีประสิทธิภาพ

สอบท้องถิ่น-ฮั้วสว.-ผลงานไม่ออก บั่นทอนเชื่อมั่น'รัฐบาลอนุทิน'

สัปดาห์ก่อนมีกระแสข่าวปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) มาต้นสัปดาห์นี้มีข่าวลือพลิกขั้วรัฐบาล ส้ม-แดง-เขียว พรรคประชาชน พรรคเพื่อไทย และพรรคกล้าธรรม จับมือกัน

'โครงสร้างเก่า-คนใหม่' บีอาร์เอ็น รัฐตรึงกำลังรักษาพื้นที่ปลอดภัย

การก่อเหตุในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็น“วัฏจักร” ความรุนแรงที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องภาครัฐพยายามใช้ทุกสูตรในการแก้ไขปัญหา แต่ก็ยังไม่มีแนวโน้มที่ความรุนแรงจะยุติลงได้อย่างสมบูรณ์

ล่มซ้ำซาก สุญญากาศกสทช. สรณไม่ถอย-อนุทินลอยตัว

เป็นไปตามคาด ไม่มีอะไรพลิก กับภาพ ประชุมล่ม คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เมื่อวันพุธที่ 5 ส.ค.ที่ผ่านมา