
ใครเป็นช่างหัวมัน!
เนี่ย..อารมณ์คนกรุงเทพฯ ดูจะออกแนวๆ นี้ในท่ามกลางบรรยากาศการหาเสียงเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครที่หงอยๆ อยู่ในขณะนี้
อาจจะด้วยเบื่อ ระอา รำคาญ เพราะไม่ว่าจะได้ใครมาเป็นผู้ว่าฯ กรุงเทพฯ ก็ยังคงเต็มไปด้วยปัญหา-สิ่งที่ขัดตา ขัดใจ..นโยบายที่หาเสียง (แทบ) ไม่เห็นได้ทำ (จริง) เลยสักข้อเดียว!
ฉะนั้น..ไม่ว่าคุณชัชชาติจะกลับมา หรือคุณมัลลิกา คุณอนุชา หม่อมกร คุณโจ-ชัยวัฒน์จะได้เป็นผู้ว่าฯ คนใหม่..คนกรุงเทพฯ ก็คงจะไม่ได้ยินดี-ยินร้าย..
ใครเป็นก็ได้..เพราะรถติด น้ำท่วม ภูมิทัศน์เมืองยังรกตาอยู่เหมือนเดิม!
ครับ..ความจริงไม่เห็นจะต้องให้โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี คุณรัชดา ธนาดิเรก ต้องพลอยเดือดร้อน-เสียเวลา (งาน) มานั่งอธิบายความในเรื่องนี้เลย
ก็..กรณีมีรายงานข่าวเกี่ยวกับประเด็นเสรีภาพสื่อ และมีการอ้างว่ารัฐบาลมอนิเตอร์จับตา หรือเฝ้าระวังสื่อมวลชนบางสำนักเป็นพิเศษนั่นแหละ ว่า..
“ข้อมูลดังกล่าวไม่ถูกต้อง รัฐบาลไม่มีนโยบายปิดกั้นสื่อ ไม่มีคำสั่งแทรกแซง และไม่มีการดำเนินการใดๆ ที่เป็นการกดดันการทำหน้าที่ของสื่อมวลชน
รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ยืนยันหลักการชัดเจนว่า
เสรีภาพของสื่อมวลชนเป็นกลไกสำคัญในระบอบประชาธิปไตย รัฐบาลเคารพการทำหน้าที่ของสื่อทุกแขนง ทั้งสื่อกระแสหลัก สื่อออนไลน์ และผู้ผลิตเนื้อหาสาธารณะ
โดยเฉพาะการรายงานที่อยู่บนฐานข้อเท็จจริง ตรวจสอบได้ และคำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวม
รัฐบาลไม่มีการแทรกแซงสื่อ ไม่มีการสั่งจับตา ไม่มีการเฝ้าระวังสำนักข่าวใดเป็นพิเศษ และไม่มีการใช้อำนาจรัฐไปกดดันการทำหน้าที่ของสื่อ
ข้อเท็จจริงที่ประชาชนเห็นได้ทุกวัน คือสื่อมวลชนยังคงนำเสนอข่าว ตรวจสอบ แสดงความคิดเห็น และวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง
หากรัฐบาลมีนโยบายปิดกั้นสื่อจริง ภาพการตรวจสอบและวิพากษ์วิจารณ์เช่นนี้ย่อมไม่ปรากฏอยู่ในพื้นที่สาธารณะอย่างที่เป็นอยู่”
สำหรับกรณีรายการเจาะลึกทั่วไทย ซึ่งมีการประกาศยุติการออกอากาศกับทาง อสมท นั้น คุณรัชดาบอกว่า..
เรื่องดังกล่าวไม่เกี่ยวข้องกับการสั่งการหรือการแทรกแซงจากรัฐบาล และไม่ได้หมายความว่าสื่อหรือผู้ดำเนินรายการจะไม่สามารถตรวจสอบ วิพากษ์วิจารณ์
หรือนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับรัฐบาลได้อีก สื่อทุกแขนงยังทำหน้าที่ได้ตามปกติ ภายใต้ข้อเท็จจริงและความรับผิดชอบต่อสังคม
ในการทำงานของภาครัฐมีความจำเป็นที่ต้องติดตามข่าวหรือมอนิเตอร์ข่าว เป็นภารกิจปกติของทุกหน่วยงาน เพื่อให้รัฐบาลรับรู้เสียงสะท้อน ปัญหา ข้อร้องเรียน และข้อวิจารณ์จากประชาชน
ในกรณีพบข่าวปลอม ข่าวบิดเบือน หรือข้อมูลคลาดเคลื่อน รัฐบาลมีหน้าที่ชี้แจงข้อเท็จจริงต่อสาธารณะโดยเร็ว ไม่ใช่การจำกัดสิทธิหรือคุกคามสื่อใดเป็นการเฉพาะ
และถ้าจะไม่ให้มีการติดตามข่าวสารเลย รัฐบาลจะรับรู้เสียงสังคมได้อย่างไร รัฐบาลต้องการให้การเมืองไทยเดินไปในทางสร้างสรรค์..”
เนี่ย..แสดงว่าที่ “หมาแก่” คุณดนัย เอกมหาสวัสดิ์ ให้เหตุผล.. “การตัดสินใจครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากแรงกดดัน หรือความขัดแย้งใดกับช่อง 9” นั้น..
ผู้คนไม่เชื่อว่าเป็นความจริง จึงได้นินทากันว่าน่าจะมาจาก “อำนาจการเมือง” เป็นผู้สั่ง ทำให้คุณรัชดาต้องออกมาชี้แจงเสียยืดยาว
เมื่อเป็นเช่นนี้ ก็เห็นจะเป็นอย่างที่คุณตู่ จตุพร ว่า.. “เรื่องนี้ไม่มีใครรู้ดีเท่าตัวคุณดนัยเอง จึงอยากให้คุณดนัยออกมาพูดความจริงให้ชัดเจน
มีการใช้อำนาจรัฐมาสั่งหรือกดดันช่อง 9 ให้หยุดรายการจริงหรือไม่ เพื่อปิดช่องว่างไม่ให้ข่าวลือต่างๆ ทำงาน..
สื่อที่เก๋าเกมและมีภูมิต้านทานแข็งแรงแบบคุณดนัย ควรเปิดเผยข้อเท็จจริงทั้งหมดออกมา เพื่อให้เกิดความโปร่งใสต่อสังคม”
จะว่าไป..คุณดนัยมีข้อมูลครบถ้วน-ขุดคุ้ยคนอื่นได้ทุกเรื่อง แม้แต่ “คลิปลับ” ก็ยังไปเสาะหามาเปิดในรายการได้..
กรณีนี้จึงไม่ควรอ้ำอึ้งให้สังคมสับสน ควรพูดความจริงให้ประจักษ์.. “อำนาจรัฐ” ข่มขู่-ปิดปาก หรือเป็นความต้องการของตัวเองที่จะหยุดพัก..
คุณดนัยต้องยืนยันให้ชัด.. (พูด) อีกทีสิ!.
สันต์ สะตอแมน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
อยากเห็นรัฐบาล ‘เสื่อมสลาย’?
ก่อนหน้านี้.. “สื่อ” ด้วยกันได้พยายามตั้งคำถามกับ อสมท ต่อการทำหน้าที่สื่อมวลชนของ “หมาแก่” คุณดนัย เอกมหาสวัสดิ์ ผู้ดำเนินรายการ “เจาะลึกทั่วไทย” อยู่บ่อยครั้งในหลายกรณี..
ข้อเสนอ 'คนลูกที่' (จบ)
เอาละ..เมื่อวานยังค้างเรื่อง “ข้อเสนอของคนลูกที่” วันนี้เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา ว่ากันต่อเลย
ข้อเสนอจาก‘คนลูกที่’
สหรัฐ-อิหร่านหยุดยิง (จริงปะ) กันแล้ว! คราวนี้ก็หันมาจับตาดู “ไทยกับเขมร” กันล่ะ ว่าจะเปิดวอร์รอบ 3 วัน ว. เวลา น.กันเมื่อไหร่ เพราะได้ยิน-ได้ฟังผู้สันทัดกรณี-ใครต่อใครต่างก็ฟันธงตรงกัน..
อุตสาหกรรมเกม
ปีก่อน.. “สงครามส่งด่วน” ที่ฉายหนังในสตรีมมิง Netflix ถือเป็นซีรีส์หนึ่งในผลงาน “มาสเตอร์พีซ” ของไทยที่ได้รับคำชื่นชมล้นหลามจากคนดู!
ภาพจากกล้องของผม
“นั่งคนเดียวมันเหงานะ” เพจเฟซบุ๊ก “HRH Princess Sirivannavari Nariratana Rajakanya” (พลเอกหญิง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา) โพสต์จั่วหัวพร้อมด้วยข้อความว่า..
ช่องไทยโพสต์เจาะการเมือง
นี่..ถ้าหนุ่มจีน อินฟลูเอนเซอร์ ไม่ออกมาพูด.. ป่านนี้ เจ้าหน้าที่-หน่วยงานรัฐจะรู้ไหมว่า “ร้านอาหารจีน” ในย่านห้วยขวาง (กรุงเทพฯ) มันไม่รับจ่ายเป็นเงินบาท..

