คำสั่งกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ที่ พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผบช.น. เซ็นแต่งตั้ง "รักษาราชการแทนผู้กำกับการ (ผกก.)" เมื่อวันที่ 7 ต.ค.ที่ผ่านมา มอบหมายให้ พ.ต.อ.นำเกียรติ ธีระโรจนพงษ์ รอง ผบก.น.2 ไป รรท.ผกก.สน.คันนายาว, พ.ต.อ.ชัยรพ จุณณวัตต์ รอง ผบก.น.4 ไป รรท.ผกก.สน.อุดมสุข, พ.ต.อ.ธีระชัย ชำนาญหมอ รอง ผบก.สส.บช.น. ไป รรท.ผกก.ดส. และ พ.ต.ท.กุลนันท์ อภินิติอนันต์ รอง ผกก. (สอบสวน) สน.ทุ่งมหาเมฆ ไป รรท.รอง ผกก.5 บก.จร.
มีผลตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปหรือมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง หรือมีผู้ได้รับการแต่งตั้งมาดำรงตำแหน่ง
อ้างเหตุผลความจำเป็นเพื่อให้การบริหารงานราชการในภาพรวมของ บช.น.เป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีประสิทธิภาพ สมตามความมุ่งหมายของทางราชการ
ก็คงไม่ใช่เฉพาะ "บช.น. ที่ต้องมีคำสั่งแบบนี้ บช.อื่นๆ ทั่วประเทศก็คงต้องออกคำสั่ง "รรท." ลักษณะเดียวกัน
เพราะตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.ของทุกปีจะมีตำแหน่งว่างจากผู้ที่เกษียณอายุราชการ หรือขยับเลื่อนตำแหน่ง "นายพล" ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าช่วงระหว่างรอการแต่งตั้ง "นายพัน" ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.-30 พ.ย.เป็นห้วง "สุญญากาศ" ของตำแหน่ง "รอง ผบก." ลงไปถึง "สว."
หากเป็นตำแหน่งรอง ผบก. หรือรอง ผกก. ไม่น่าจะมีปัญหามากนัก เพราะตำแหน่งเหล่านี้ไม่ใช่ "หัวหน้าหน่วย" มีหลายคนในหน่วยงานสามารถรับงานไปดูแลแทนได้
แต่ตำแหน่ง "ผกก." หรือตำแหน่ง "สว." โดยเฉพาะ "ผกก.โรงพัก" หรือ "สว.สถานี" น่าจะมีปัญหามากที่สุด!!!
แม้จะแต่งตั้งให้รอง ผบก. ลงมารักษาการ ผกก.แทน เรื่องประสิทธิภาพไม่ใช่ปัญหา เพราะรอง ผบก.ทุกคนล้วนเคยเป็น ผกก.มาก่อน ทำงานได้สบาย ไร้กังวล แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ การพัฒนาโรงพักหรือหน่วยงานนั้นๆ จะต้องหยุดรอ "ผกก.ใหม่" มาวางทิศทางหน่วยอีกเกือบ 2 เดือน
เสียเวลาไป 2 เดือน เหลือเวลาทำงานจริงๆ ในปีงบประมาณนั้นอีกเพียงแค่ 10 เดือน
ดูเผินๆ ไม่ใช่ปัญหาใหญ่โต ไม่ใช่ปัญหาหนักหนาอะไรมากนัก ปัญหามีเพียงแค่กระทบการทำงานที่ไม่เต็มที่เพื่อประชาชนเท่านั้น
ทั้งๆ ที่ปัญหาเหล่านี้แก้ไขได้ไม่ยากเย็นนะ แม้ตาม กฎ ก.ตร.จะกำหนดให้การแต่งตั้งระดับรอง ผบก. ลงไปถึง สว. ต้องเสร็จสิ้นภายในวันที่ 30 พ.ย.ของทุกปี
แต่ ก.ตร.ก็ไม่ได้สั่งห้ามให้การแต่งตั้งระดับ "นายพัน" หากจะเสร็จก่อน 30 พ.ย.เป็นเดือนๆ เพียงแต่ที่ผ่านๆ มาผู้มีอำนาจส่วนใหญ่มักทอดเวลา ไม่ค่อยมองถึงปัญหา "สุญญากาศ" เหล่านี้ว่ามีผลกระทบอะไรบ้าง เพราะไม่ได้กระทบกับตัวเอง
จริงอยู่ ขั้นตอน กระบวนการแต่งตั้งต้องใช้เวลาระยะหนึ่ง ซึ่งหากทำกันจริงจังภายใน 20 ต.ค.ก็น่าจะเพียงพอ จากนั้นก็ทำบัญชีแต่งตั้งให้แล้วเสร็จ มีผลต้นๆ เดือน พ.ย. ก็จะร่นเวลาแก้ "สุญญากาศ" การทำงานลงได้เป็นเดือน
ก็ขึ้นอยู่กับ "ผบ.ปั๊ด" จะมองเห็น "สุญญากาศ" เป็นปัญหา ทำให้เสียเวลาทำงานให้ประชาชนตรงนี้หรือไม่เท่านั้น.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
อย่าขยันแค่ชิงเก้าอี้!
เมื่อตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 ไม่ได้กำหนดกฎ กติกา "ล็อกสเปก" คุณสมบัติผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่ง "ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ" หรือ "ผบ.ตร." แบบยึดเรียงลำดับอาวุโส หรือยึดแค่ความรู้ความสามารถ
นักวิ่งตาเป็นมัน!
โหมโรงแต่งตั้ง “นายพลสีกากี” รวดเร็วปานกามนิตหนุ่ม กันตั้งแต่ต้นเดือน มิ.ย. หลัง ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ แม่ทัพใหญ่สีกากี ขยับปากกาลงนามประกาศลำดับอาวุโสระดับ ผู้ช่วย ผบ.ตร.และรอง จตช. ลงมาถึง รอง ผบก. ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นในแต่ละระดับครั้งที่ 1
โหมโรงชิง 'ผบ.ตร.'
หากยึดตามคำสัมภาษณ์ โฆษกตำรวจ-พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ หลังประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร.
‘ตั้งนอกวาระ’ หัวทิ่ม!
เข้าใจวงประชุม ก.ตร. ที่นายกฯ หนู-อนุทิน ชาญวีรกูล มานั่งหัวโต๊ะประธาน เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ต้องถอนวาระแต่งตั้งข้าราชการตำรวจนอกวาระประจำปี ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะเสนอชื่อ พล.ต.ท. นพ.ทวีศิลป์ เวชวิทารณ์ นายแพทย์ใหญ่ (สบ 8) โรงพยาบาลตำรวจ ขึ้นเป็น ผู้ช่วย ผบ.ตร.
ปี๊บคลุมหัวตำรวจ
อุ้ย! ขาสั่น มือสั่น ไม่กล้าจะเขียนถึง "ตำรวจโจร" ที่อาศัยเครื่องแบบ อาศัยกฎหมายในมือไปทำผิดเยี่ยงโจร กลัวจะต้องขึ้นโรง ขึ้นศาล ได้ไปกินข้าวผัด ได้ไปกินโอเลี้ยง
แก้หนี้ ตร.กี่โมง
ต้องตั้งคำถามตัวโตๆ อีกครั้ง "หนี้สินตำรวจ" จะแก้กันได้กี่โมง หลังจากได้ยิน ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้นำตำรวจ พูดตอนหนึ่งในระหว่างเป็นประธานการประชุมบริหารสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กำชับด้านสวัสดิการสั่งปรับปรุงระบบสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจทั่วประเทศ


