
ดูเหมือนกำลังซื้อจะค่อนข้างหงอยเมื่อมาตรการรัฐสิ้นสุดลง โดยเฉพาะมาตรการคนละครึ่งที่พ่อค้าแม่ค้าต่างก็บอกว่ามีผลดีกับยอดขายเป็นอย่างมาก ลองถามๆ ร้านค้าขนาดเล็กก็ได้คำตอบเป็นเสียงเดียวกันว่าคนละครึ่งช่วยเอาไว้ได้เยอะ! ตอนนี้ก็คงรอรอบใหม่ที่กำลังจะมา เพราะตั้งแต่หลังเทศกาลปีใหม่ คนซื้อก็เงียบ คนขายก็สุดจะเซ็ง แถมยังต้องมาเจอราคาสินค้าขยับขึ้นไปอีก
ใกล้เข้ามาแล้วกับเทศกาลตรุษจีน หลายๆ ค่ายก็เริ่มปล่อยแคมเปญออกมากันแล้ว อย่างค่ายค้าปลีกของเดอะมอลล์ กรุ๊ป จัดแคมเปญ “THE MALL GROUP HAPPY CHINESE NEW YEAR 2022 : JOY LUCK LOVE ขานความสุข ตรุษปีขาล ก็ต้องบอกว่ามีการปรับเปลี่ยนรูปแบบกิจกรรมให้สอดคล้องกับยุคสมัยมากขึ้น เนื่องจากผู้บริโภคอาจจะมีความกังวลในการรวมตัวหรือต้องออกไปข้างนอก
ก็เลยเป็นที่มาของการนำ “เมตาเวิร์ส” (METAVERSE) มาเชื่อมโลกคู่ขนาน ออฟไลน์-ออนไลน์ เช่น การสักการะศาลเจ้าพ่อเสือบนโลกเสมือนจริง, โชว์มังกรเมฆาประทานพรในระบบ Augmented Reality 3D, ซองอั่งเปาขาลคาบทรัพย์ 3D ด้วยเทคนิค AR และการ์ดขาลสุข 3D เป็นต้น
นางสาววรลักษณ์ ตุลาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มการตลาด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด ระบุถึงการตลาดในช่วงเทศกาลปี 2565 ว่า ในส่วนของพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ปรับเปลี่ยนไปนั้น แน่นอนว่าบริษัทก็ต้องทำการปรับสินค้าให้มีความใหม่และแปลกมากขึ้น ต้องดีและโดนใจ ส่วนเรื่องกิจกรรมให้สังเกตว่าตรุษจีนปีนี้ได้หยิบเอาเรื่องเมตาเวิร์สมาเป็นตัวชู ก็เพราะว่ามันตอบโจทย์ บางคนมีความกังวลเรื่องการรวมตัว หรือมีเวลาไม่มากก็จะตอบโจทย์ แต่ก็ยังสนุกกับการเล่นกิจกรรมเหมือนเดิม บวกกับเอนจอยสิ่งใหม่ๆ ทางหนึ่งด้วย
ส่วนประเด็นเรื่องของราคาสินค้าก็ยอมรับว่ามีผลต่อการจับจ่าย เดอะมอลล์จึงต้องทำโปรโมชั่นเพื่อให้มีการจับจ่ายมากขึ้น โดยเป็นการดำเนินงานร่วมกับพาร์ตเนอร์ อาทิ บัตรเครดิต หากถามว่าชุดไหว้เจ้ามีการปรับราคาขึ้นไหม ก็ต้องบอกว่าไม่มีความแตกต่างมากนัก เนื่องจากมีการเตรียมสต๊อกล่วงหน้าพักหนึ่งแล้ว โดยเดอะมอลล์เลือกที่จะทำราคาให้ไม่แตกต่างจากเดิมเท่าที่จะทำได้ หรือยอมลดกำไรของตัวเองไป ซึ่งลูกค้าจะยังได้รับสินค้าราคาดีอยู่หากมีการใช้สิทธิ์โปรโมชั่นกับบัตรเครดิตต่างๆ
ขณะที่ การแพร่ระบาดโอมิครอนนั้น เดอะมอลล์ยอมรับว่าในช่วงอาทิตย์แรกอาจจะมีผลกระทบบ้าง แต่ตอนนี้ก็เริ่มทรงตัว ไม่ได้ลดหรือเพิ่มมากกว่าปกติ แต่การมีเทศกาลก็อาจจะทำให้บรรยากาศดีขึ้น มองว่าช่วงไตรมาสแรกของปี 2565 ทิศทางธุรกิจรีเทลเริ่มเห็นสัญญาณที่ดีขึ้น จากปัจจัยบวกต่างๆ รวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ โครงการ “ช้อปดีมีคืน” ที่ให้ประชาชนนำรายจ่ายการซื้อสินค้าและบริการมาหักลดหย่อนภาษีตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-15 ก.พ.2565 ช่วยหนุนให้บรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยมีความคึกคัก ส่งผลให้มีการกระจายของเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจมากขึ้น จึงคาดการณ์ว่าตรุษจีนปีนี้จะมีความคึกคักกว่าปีก่อน
ดูเหมือนตัวแปรเรื่องโรคระบาดจะยังเป็นส่วนสำคัญที่ให้สถานการณ์พลิกผันได้ตลอด ขณะเดียวกันตอนนี้ก็มีประเด็นเงินเฟ้อ เลยทำให้เดอะมอลล์อาจจะยังไม่ชัวร์ว่ายอดขายไตรมาสแรกจะเป็นยังไง เพราะคงต้องดูการจับจ่ายในช่วงเทศกาลตรุษจีนก่อน แต่ก็มีเป้าหมายว่าน่าจะอยู่สัก 1.2-1.4 หมื่นล้านบาทในช่วงไตรมาสแรก ก็ขยับการเติบโตมาได้นิดหน่อย และมีเดอะมอลล์ ท่าพระ มาเป็นตัวช่วยเสริมจากปีก่อนที่ต้องปิดไป หากภาครัฐสามารถออกมาตรการทุกไตรมาสก็จะช่วยเศรษฐกิจภาพใหญ่ได้พอสมควร อย่างช้อปดีมีคืนก็ทำให้ยอดขายโตขึ้น 30% เมื่อเทียบกับช่วงปกติ ส่วนปี 2564 มียอดขายอยู่กว่า 4.5 หมื่นล้านบาท
อย่างไรก็ดี วิจัยกรุงศรีรายงานว่า ความต่อเนื่องในการฟื้นตัวของความเชื่อมั่นผู้บริโภคอาจจะสะดุดลงในช่วงต้นปี เนื่องจากผู้บริโภคมีความกังวลเกี่ยวกับราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่ปรับตัวสูงขึ้น และการระบาดระลอกใหม่ของโอมิครอน แต่คาดว่าจำนวนผู้ติดเชื้อจะแตะระดับสูงสุดในกลางเดือนกุมภาพันธ์ ผลกระทบต่อความเชื่อมั่นและการใช้จ่ายจึงอาจชะลอลงเพียงในระยะสั้น เนื่องจากการฉีดวัคซีนที่กว้างขวางขึ้น คาดว่าจะไม่มีมาตรการล็อกดาวน์ และการบริโภคมีแนวโน้มได้แรงหนุนจากมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายและท่องเที่ยวในประเทศ ทั้งโครงการช้อปดีมีคืน คนละครึ่งเฟส 4 และเราเที่ยวด้วยกันเฟส 4 ซึ่งคาดว่าจะช่วยให้มีเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจได้ประมาณ 1.4 แสนล้านบาท.
รุ่งนภา สารพิน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ยาแรงหรือแค่ยาแก้ปวด?
ท่ามกลางภาวะสุญญากาศทางเศรษฐกิจที่ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ไทยต้องเผชิญกับมรสุม "วิกฤตซ้ำซ้อน" มาอย่างยาวนาน ตั้งแต่บาดแผลเรื้อรังจากโรคระบาดที่ยังไม่ทันสมานดี กลับต้องมาถูกซ้ำเติมด้วยวิกฤตพลังงานโลกที่ทำให้ต้นทุนการผลิตและค่าขนส่งพุ่งทะยานอย่างควบคุมไม่ได้ สถานการณ์ในวันนี้ไม่ใช่เพียงแค่การกำไรลดลง แต่คือการดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดในสภาวะที่ "สภาพคล่องติดขัด หนี้เสียติดหล่ม และหนี้นอกระบบกลายเป็นกับดัก"
กระตุ้นท่องเที่ยวขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ถือเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของเศรษฐกิจไทย ทั้งในด้านการสร้างรายได้ การจ้างงาน และการกระจายเม็ดเงินสู่ภูมิภาคต่างๆ ของประเทศ ภายหลังการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวทั่วโลก
โซลาร์รูฟท็อป ฝ่าวิกฤตค่าไฟฟ้าแพง
สถานการณ์สงครามตะวันออกกลางส่งผลให้ราคาพลังงานเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว ทั่วโลกต่างได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้า ซึ่ง คุรุจิต นาครทรรพ ผู้อำนวยการสถาบันปิโตรเลียมและพลังงานแห่งชาติ คาดการณ์ว่าสถานการณ์คงจะยืดเยื้อไม่จบภายในปี 2569 จะทำให้วิกฤตราคาพลังงานลากยาว ดังนั้นประเทศไทยต้องเร่งปรับตัวเพื่อรองรับกับวิกฤตดังกล่าว
เมื่อ‘การมีงาน’ไม่ได้แปลว่า‘มั่นคง’?
เพิ่งจะผ่านพ้นวันที่ 1 พฤษภาคมไป ซึ่งแน่นอนว่า “แรงงาน” ในสังคมไทยนับว่ามีความสำคัญอย่างมากในฐานะกำลังสำคัญของเศรษฐกิจ แต่ในวันแรงงานปี 2569 คำถามของคนทำงานจำนวนไม่น้อยอาจไม่ใช่เพียง “ยังมีงานทำหรือไม่” หากเป็น “รายได้ที่มีอยู่ วันนี้ยังพอรับมือกับความไม่แน่นอนข้างหน้าได้แค่ไหน?”
หนึ่งทศวรรษค่าจ้างขั้นต่ำไทย
ในช่วงกว่าทศวรรษที่ผ่านมา ‘ค่าจ้างขั้นต่ำ’ ของประเทศไทยถูกวางบทบาทให้เป็นทั้งเครื่องมือคุ้มครองแรงงานและกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ตัวเลขที่ปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องอาจสะท้อนภาพของความก้าวหน้าในเชิงนโยบาย
เมื่อดาต้าไม่ได้มาแค่สร้างตึก
ย้อนกลับไปเมื่อ 2-3 ปีก่อน เราอาจได้ยินข่าวการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) ในไทยระดับ “หมื่นล้าน” จนคุ้นหู แต่ภาพเหล่านั้นมักจะเป็นเพียงตัวเลขบนกระดาษหรือไซต์ก่อสร้างขนาดใหญ่ในแถบเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) แต่ว่าในปี 2026 นี้ ทิศทางได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อยักษ์ใหญ่อย่าง DayOne Data Center ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ประกาศเฟ้นหาบุคลากรไทยกว่า 500 ตำแหน่ง

