
ผมไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ..
ทั้งการดูพระสงฆ์องคเจ้า ทั้งดูพระเครื่องว่าแท้-ไม่แท้ ฉะนั้นเมื่อ ผศ.ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ ที่ได้กรุณา “แนะหลักการดูพระ (สงฆ์) แท้” ให้ จึงเลยให้รู้สึกขอบคุณ
ซึ่งหลักการที่ว่านี้ก็มีอยู่ด้วยกัน 4 ข้อ ได้แก่.. 1.พระแท้ จะต้องสอนตามหลักพุทธธรรม 2.พระแท้ จะต้องไม่ประจบคฤหัสถ์ที่มีเงินหรือมีอำนาจ
3.พระแท้ จะต้องมีสติ ทำผิดไปต้องสำนึกผิด ยอมรับผิด ปลงอาบัติ ไม่ใช่ออกมาเถียงมาโต้ มาแก้ตัวฉอดๆๆๆๆๆ
4.พระแท้ จะไม่ออกมาพูดจา/เขียนจดหมายข่มขู่คฤหัสถ์ประหนึ่งนักเลงหรือมาเฟีย
ดร.อานนท์ยังย้ำด้วยว่า.. “ใครดูพระไม่เป็น ลองเอาหลักการ 4 ข้อนี้ไปพิจารณาเอาเอง ว่าจะเรียกว่า พระ นาย หรือบอส ก็ลองพิจารณากันเถิด สาธุชน
ข้าพเจ้าทำหน้าที่ในการปกป้องพระพุทธศาสนา เต็มที่แล้ว บุญใครบุญมันในการจะมีพ่อแม่ครูบาอาจารย์ดีหรือเลว จบ”
ครับ..ผมก็จะนำเอาหลักการ 4 ข้อนี้ไปลองส่อง-พิจารณาดู ส่วนที่ รศ.ดร.สุวินัย ภรณวลัย โพสต์..
“มันเป็นความเชื่อส่วนตัวของผมว่า "มารไม่มี บารมีไม่เกิด" และ "ผู้มีบุญบารมีในทางธรรม" จะต้องเจอบททดสอบหนักๆ ในชีวิตอย่างเลี่ยงได้ยาก เพื่อพิสูจน์ตัวเองให้สามโลกรับรู้
"วิกฤตชีวิต" บางครั้งก็มาในรูปของการตกเป็นขี้ปากของสังคม หรือถูกเข้าใจผิด แม้เจ้าตัวจะออกมาอธิบายแก้ต่างก็หาได้ผลไม่
หากตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ เจ้าตัวต้อง "มีตบะ" จิตใจต้องมั่นคงไม่หวั่นไหว มองคำนินทาว่าร้ายไม่ต่างจากคำชมสรรเสริญยกย่อง...
จิตต้องไม่กระเพื่อมตามลมปากของผู้ใดทั้งสิ้น อย่าไปเกิดอารมณ์คิดตอบโต้ ตัดพ้อผู้ใดเป็นอันขาด
ใช้ความสงบสยบความเคลื่อนไหว นิ่ง ไม่พูดอะไรเลย คือการตอบสนองที่ทรงพลังที่สุด เพราะไร้ตัวกู ของกู
โดยส่วนตัว ในฐานะที่ผมเคยร่วมอภิปรายกับท่าน ว. วชิรเมธี ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เมื่อ 18 ปีก่อน
ผมเชื่อมั่นว่าท่านยังคงเป็น "พระดี" รูปหนึ่งที่ผมรู้จักไม่เปลี่ยนแปลงจากตอนนั้น...”
นี่..ก็อาจจะเป็นอีกหลักการหนึ่ง เช่นเดียวกับคุณนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ที่โพสต์.. - ผมได้รับรางวัลพระราชทานเสาเสมาธรรมจักร ผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา
จึงคิดว่า “เป็นหน้าที่” ต้องออกมาแสดงความเห็น เพื่อปกป้องพระพุทธศาสนาและพระภิกษุสงฆ์ตามสมควร
แต่มิใช่ผมจะแสดงความเห็นเรื่อยเปื่อย ก็ต้องชั่งน้ำหนักก่อนว่าสิ่งที่ทำไปเป็นคุณหรือเป็นโทษต่อพระพุทธศาสนา
- ความจริงพระอาจารย์ ว.วชิรเมธี ผมไม่รู้จักท่าน ไม่เคยเจอท่านและไม่เคยฟังคำสอนของท่านอย่างจริงจัง คำสอนของท่านไม่ต้องด้วยจริตของผมเสียด้วยซ้ำ
หัวใจของผมอยู่ที่คำสอนของหลวงพ่อพุทธทาส และพระพุทธโฆษาจารย์ (ประยุทธ์ ปยุตฺโต) เท่านั้น
ทั้งที่ในประเทศนี้มีพระอริยสงฆ์มากมาย แต่เฉพาะคำสอนของพระคุณเจ้า 2 รูปนี้ ตลอดชีวิตเราก็ศึกษาไม่หมดแล้ว
- เมื่อเห็นน้องๆ ทนายความ ออกมาวิวาทะกับพระภิกษุสงฆ์ก็ได้แต่ถอนใจ-เพียงอยากจะบอกว่า เรื่องของศาสนาเป็นเรื่องละเอียดอ่อน
หากขอได้ในฐานะกัลยาณมิตรผู้ร่วมศาสนาเดียวกัน และในฐานะผู้ร่วมวิชาชีพ ก็อยากขอให้น้องๆ คิดให้รอบคอบ คิดหลายๆ ชั้น
และอยากแสดงความเห็นไปยังสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติด้วย คิดให้รอบคอบ อย่าทำอะไรตามกระแส เคยเห็นตัวอย่างมาแล้ว
มีการดำเนินคดีเงินทอนวัดกับพระชั้นผู้ใหญ่ ต่อมาศาลพิพากษายกฟ้อง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเมตตา คืนสมณศักดิ์ให้
เราเห็นกันมาแล้ว ผมไม่วิวาทะกับผู้ร่วมวิชาชีพ และไม่วิวาทะกับใครหรอก เพียงแสดงความเห็นไว้เท่านั้น”
ดีครับ..ไม่ว่าจะเป็นหลักการไหน ผมก็เชื่อทุกท่านต่างมีเจตนาเพื่อปกป้องพุทธศาสนาเป็นหลัก ผมเองก็ไม่อยากจะวิวาทะกับใคร ได้แต่ปรารภกับตัวเอง..
พระสงฆ์แท้-เก๊ ทำไมมองกันไม่ออก?.
สันต์ สะตอแมน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
แว่วยินหมอดูทัก!
จะว่าเกิดไม่ทันก็คงไม่ใช่.. ผมหมายถึง นางกาญจนี วัลยะเสวี หรือ “ติ๊งต่าง” เจ้าของฉายาไฮโซสปอร์ตคลับและแกนนำกลุ่มแม่ยกพรรคประชาธิปัตย์น่ะ!
สุดแท้แต่กรรมเวร!
เดี๋ยวนะ.. คิดดีๆ อีกที..เงินตั้ง 1,300 ล้านบาทเชียวนา ที่ ครม.มีมติอนุมัติให้ กสทช.ดำเนินการซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026 น่ะ!
นึกว่า.. ‘คนจริง’!
“ไปจำศีลมา 8 เดือน”! นี่..ตีความได้ว่า จากนี้ นายทักษิณ ชินวัตร ก็จะละศีล พร้อมที่จะออกมาลุยในยุทธจักรการเมืองอีกต่อไปสินะ และที่บอกกับนักข่าว.. “ตอนนี้จำอะไรไม่ได้แล้ว” นั้น..
แสบยิ่งกว่าซีม่า
ไม่ใช่แผนเปิดประเด็นสร้างกระแส! แต่..เป็นความจริงที่ทำให้เกิดการถกเถียง-วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง กรณี สส.พรรคประชาชน คุณไอซ์-รักชนก ศรีนอก โพสต์เมื่อวันก่อน..
ระวัง.. ‘หมาหัวเน่า’!
เนี่ย..เพิ่งจะได้เข้าใจ! ว่า.. “กองทุนสวัสดิการของอดีต สส.และ สว.” เป็นกองทุนที่สมาชิกรัฐสภาเป็นผู้พิจารณากฎหมายและออกระเบียบกันเอง
ชาวพะงัน..อย่ารำคาญ
ปัจจุบันไม่มีตำแหน่งแห่งหน.. แต่..คุณชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช..

